ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

ในบรรดาอาหารเมืองไทย ที่มีมากมายนับไม่ถ้วน ซึ่งอาจถูกดัดแปลงไปเป็นแบบอื่นบ้าง หรือยังคงความเป็นต้นฉบับดั้งเดิมบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่จัดได้ว่าเป็นเมนูโปรดเมนูหนึ่งของแทบจะทุกคนก็คือส้มตำ วันนี้พามาทานส้มตำอร่อย ๆ อีกหนึ่งร้านค่ะ ชื่อว่า “ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1”

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

“ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1” เป็นร้านขายอาหารสไตล์อีสาน อันได้แก่ส้มตำ น้ำตก ลาบ ยำสารพัดยำ จิ้มจุ่ม (สุกี้อีสาน) ไก่ย่างเขาสวนกวาง และมีปลาเผาด้วยนะคะ รสชาตินี่แซ่บนัวสมชื่อร้านจริง ๆ อร่อยเด็ดมาก เมื่อหาที่นั่งภายในร้านได้เรียบร้อยแล้ว น้องพนักงานจะนำใบสั่งอาหาร ซึ่งมีทั้งเมนู, ราคา และให้เรากรอกจำนวนของอาหารที่ต้องการสั่งลงไปได้เลยค่ะ

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

 

เรามาลองดูรายละเอียดในเมนูที่ดิฉันสั่งมานะคะ สำหรับปลาเผาเกลือ มีปลาให้เลือกหลายชนิดและหลายขนาดขึ้นอยู่จำนวนลูกค้าที่มาทานในแต่ละโต๊ะนะคะ เมื่อปลาเผามาเสิร์ฟจะมาเป็นชุด คือมีตัวปลาซึ่งเปิดส่วนหนังที่หมักเกลือให้เห็นเนื้อปลาขาว ๆ ร้อน ๆ  พร้อมด้วยผักสดนานาชนิด  ขนมจีนโรยด้วยหอมทอด และน้ำจิ้ม 2 แบบ 2 รสชาติที่เลือกความอร่อยได้ตามความต้องการ

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

ส้มตำ ก็มีให้เลือกหลากหลายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นส้มตำแบบพื้น ๆ ทั่วไป คือส้มตำไทย ส้มตำปู ส้มตำไทยใส่ปู หรือจะดัดแปลงเมนูส้มตำให้น่าสนใจ เป็นส้มตำข้าวโพด ตำซั่วกากหมู ตำส้มทอด เป็นต้น โดยร้านนี้มีความพิเศษที่เพิ่มเติมจากรสชาติอาหารที่ถือว่าได้อร่อยทีเดียว นั่นคือในเมนูที่ต้องมีการใส่ปูลงไปด้วย ที่ร้านจะมีปูเพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกทานกันถึง 2 แบบคือ ปูต้ม และปูดอง ต้องการแบบไหนสามารถแจ้งทางร้านได้ในแบบที่เราชอบกันเลยค่ะ

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

 

ร้านส้มตำแซ่บเนาะ 101/1 หาไม่ยากเลยค่ะ ตัวร้านตึกแถว 1 ห้อง อยู่หัวมุมของซอยวชิรธรรมสาธิต 15 ตรงข้ามกับตลาดมหาสิน ในถนนสุขุมวิท 101/1 ทำให้เมื่อเวลานั่งในร้าน ถึงจะเป็นห้องแถวเพียง 1 ห้องก็ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดค่ะ เพราะกรุผนังด้วยกระจกทำให้แลดูโปร่งมาก ๆ อีกทั้งทานอาหารได้ไม่ร้อนค่ะ เพราะภายในร้านติดแอร์ให้นั่งทานกันอย่างสบาย นอกจากนี้หากมีการแข่งขันฟุตบอลคู่ที่น่าสนใจ ทางร้านก็ยังมีจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ที่เปิดไว้บริการลูกค้าได้ชมกันระหว่างทานอาหารไปด้วยค่ะ โต๊ะก็มีให้บริการประมาณ 8-9 โต๊ะ นั่งได้ประมาณ 4-5 ท่าน อาจจะไม่ได้มีโต๊ะมากมาย แต่ก็เพียงพอให้บริการค่ะ ในส่วนของหน้าร้านจะเป็นส่วนเตรียมอาหาร

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

ร้านเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. ค่ะ หากไม่สะดวกไปนั่งทานที่ร้าน อยากจะนั่งทานกันเองแบบสบาย ๆ กับเพื่อนหรือครอบครัวที่บ้าน ทางร้านก็มีบริการ Delivery กันด้วยนะคะ โดยสามารถสั่งได้ที่ 092-264-8365

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

ตำแตง แซ่บ ๆ

ตำแตง

พี่สาวหิ้วไก่ทอด หมูทอด พร้อมข้าวเหนียว มาให้ทานเป็นมื้อกลางวันในวันหยุดค่ะ แต่แหมมีครบขนาดนี้ขาดก็แต่ส้มตำนะเนี่ย จะออกไปซื้อเฉพาะส้มตำ ก็แดดร้อนจนใจท้อ ไม่อยากออกไปข้างนอกเลย ลองไปรื้อตู้เย็นว่ามีวัตถุดิบพอจะทำได้บ้างไหม ก็มีเกือบครบ ขาดแต่มะละกอ แต่เจอแตงกวาแทน แล้วก็เกิดปิ๊งไอเดียเป็นตำแตงดีกว่า ก็อร่อยและแซ่บได้ไม่แพ้กันค่ะ มาเตรียมเครื่องกันเลยนะคะ

ส่วนผสม (สัดส่วนสำหรับ 1 จาน ทานได้ประมาณ 1-2 ท่าน)

1. แตงกวา 2-3 ลูก
2. แครอท ½ ลูก
3. มะเขือเทศสีดา 2-3 ลูก
4. ถั่วฝักยาว 2-3 ฝัก
5. กุ้งแห้ง 1 ช้อนโต๊ะ
6. กระเทียม 3-4 กลีบ
7. พริกขี้หนู 3-4 เม็ด
8. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
9. น้ำตาลปี๊ป 1 ช้อนโต๊ะ
10. มะนาว 1 ลูก

ตำแตง

วิธีทำ

1. แตงกวา ตัดขั้วส่วนหัวและส่วนท้ายทิ้ง ปอกเปลือกและล้างน้ำให้สะอาด และใช้ที่ปอกผลไม้ ปอกแตงกวาให้ออกมาเป็นเส้น ๆ เหมือนมะละกอ แต่หากที่บ้านไม่มีที่ปอกผลไม้ เราก็ใช้มีดแบ่งแตงกวาออกเป็น 2 ส่วนและหั่นเป็นแว่นแบบเฉียง บาง ๆ หน่อยก็ได้นะคะ จากนั้นใส่ถ้วยพักไว้ค่ะ

ตำแตง
2. แครอท ก็ทำลักษณะเดียวกันกับแตงกวาค่ะ ใส่ถ้วยพักไว้นะคะ แต่หากท่านใดไม่ชอบก็ไม่ต้องใส่ก็ได้นะคะ
3. ถั่วฝักยาว ก็ตัดส่วนขั้วหัวและท้ายทิ้งไป ล้างน้ำให้สะอาด หั่นเป็นท่อน ๆ ความยาวประมาณ 1 นิ้ว ใส่ถ้วยพักไว้ค่ะ
4. กุ้งแห้ง เราตักน้ำใส่หม้อประมาณครึ่งถ้วยตวง ต้มจนเดือด แล้วปิดไฟเตา นำกุ้งแห้งลงไปลวก เพื่อฆ่าเชื้อ จากนั้นตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำ ใส่ถ้วยพักไว้ค่ะ
5. กระเทียม ปอกเปลือก ใส่ถ้วยพักไว้ค่ะ
6. พริกขี้หนู เด็ดขั้ว ล้างน้ำให้สะอาด ใส่ถ้วยพักไว้ค่ะ

ตำแตง
7. เมื่อเตรียมเครื่องเรียบร้อยแล้ว ก็มาเริ่มตำความแซ่บกันเลยค่ะ เริ่มจากใส่กระเทียมโขลกพอแหลก ใส่พริกขี้หนู (มากน้อยขนาดไหนใส่ตามใจชอบเลยนะคะ หากต้องการเผ็ดมาก ก็ใส่โขลกไปกับกระเทียมตั้งแต่แรกเลย หรือเผ็ดน้อยก็ใส่หลังโขลกกระเทียมไปแล้วค่ะ) จากนั้นใส่มะเขือเทศสีดา ถั่วฝักยาว แครอท และกุ้งแห้ง โขลกไม่ต้องแรง ปรุงรสชาติด้วยการใส่น้ำปลา น้ำตาลปี๊ป และมะนาว ปรุงและชิมรสตามใจชอบ จากนั้นก็นำแตงใส่ลงไป ใช้วิธีคลุกเคล้าให้เข้ากับเครื่องปรุง หรือถ้าโขลกก็ไม่ต้องแรงนะคะ ไม่เช่นนั้นแตงเราจะช้ำ ประเดี๋ยวจะไม่อร่อยค่ะ

ตำแตง
8. หากใครอยากทานแบบใส่ปลาร้าก็ใส่ไปตอนปรุงรสชาติได้เลยนะคะ หรือถ้าไม่มีแต่ทานส้มตำสไตล์นี้ เคล็ดลับง่าย ๆ ก็ใส่กะปิแทนก็ได้ค่ะ รสชาติก็จะอร่อยไปอีกแบบเลยนะคะ
9. เมื่อคลุกเคล้าเข้ากันดีแล้วก็ตักขึ้นใส่จาน เสริฟพร้อมไก่ ข้าวเหนียวได้เลย เพียงเท่านี้เราก็ได้อร่อยสุด ๆ กับมื้อกลางวันนี้แล้วล่ะค่ะ

ตำแตง

ตำแตง

“ส้มตำ” ร้านส้มตำที่ไม่ได้ชื่อแค่ส้มตำ

ส้มตำศรีนครินทร์

วันนี้พามาทานอาหารแซ่บ ๆ สไตล์คนไทย เชื่อว่าน่าจะต้องถูกใจทุกท่าน กับอาหารประเภทส้มตำ แล้วก็พามาร้านที่มีชื่อเดียวกับประเภทอาหารนี้เลยค่ะ “ร้านส้มตำ”

ส้มตำศรีนครินทร์
ส้มตำไข่เค็ม

ร้านส้มตำ เป็นร้านที่เปิดมานานกว่า 30 ปีแล้ว และก็ยังมีลูกค้าแวะเวียนมาตลอดไม่ขาดสาย ตลอดจนเชื้อพระวงศ์ คนดังในแวดวงต่าง ๆ ตลอดจนนักแสดงที่หลาย ๆ ท่านรู้จักก็ยังต้องมาลิ้มลองความอร่อย ร้านนี้ตั้งอยู่ตรงข้ามกับพาราไดซ์ พาร์ค ศรีนครินทร์ โดยเลี้ยวเข้าซอยศรีนครินทร์ 44 ตรงไปอีกประมาณ 50 เมตร ก็ถึงร้านแล้วค่ะ มีป้ายร้านชัดเจน ที่จอดรถกว้างขวาง จอดได้ประมาณ 30-50 คันกันเลยทีเดียว ร้านเปิดบริการตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น. ภายในร้านมีหลายโซน แอร์เย็นฉ่ำค่ะ โต๊ะก็มีหลายแบบให้เลือกทั้งมากลุ่มเล็ก หรือกลุ่มใหญ่ เมื่อได้โต๊ะนั่งเรียบร้อยแล้ว จัดการสั่งได้เลยนะคะ เพราะทุกโต๊ะจะมีใบออเดอร์วางไว้อยู่ทุกโต๊ะ ท่านเพียงเอาเมนูมาติ๊กในอาหารที่ท่านจะสั่งเท่านั้นเอง แต่หากต้องการเห็นหน้าตาอาหารบางส่วน ก็สามารถเรียกหาเมนูเป็นเล่มจากพนักงานได้นะคะ

ส้มตำศรีนครินทร์

อาหารมีหลากหลายประเภทค่ะ ทั้งส้มตำ ยำ ต้มยำ-แกง อ่อม ลาบ ของทอด ย่าง ผัด ตลอดจนอาหารจานเดียว เรียกได้ว่ามีความอร่อยให้เลือกครบทุกความต้องการกันเลยทีเดียว สนนราคาของอาหารก็มีตั้งแต่ 10—350 บาท ในส่วนของพนักงานมีเยอะและบริการดี เอาใจใส่ลูกค้า และอาหารมาไวพอสมควรค่ะ

คราวนี้ที่มาก็ไม่พ้นที่จะทดลองความอร่อยตามชื่อร้าน นั่นคือส้มตำนั่นเอง สั่งมาทั้งส้มตำปลาร้า ส้มตำไข่เค็ม และความอร่อยตัวอื่น อาทิ ลาบหมู ไก่ตะไคร้ ทอดมันปลากราย ยำปลาดุกฟูและอีกเพียบค่ะ ส่วนเครื่องดื่มเพื่อนลองสั่งน้ำกระเจี๊ยบมา ก็มาปกติทั่วไป แต่ที่ไม่ปกติก็คือมีน้ำเชื่อมใส่แก้วเล็ก ๆ มาให้อีกต่างหาก เพื่อในกรณีที่เราต้องการความหวานเพิ่ม นับว่าทางร้านทำการบ้านตัวนี้มาดีเชียวค่ะ

ส้มตำศรีนครินทร์
ส้มตำปลาร้า

ในส่วนการถ่ายภาพ ต้องขอบอกว่ากดถ่ายแทบไม่ทัน เพราะเป็นการนัดสังสรรค์ในกลุ่มเพื่อนสมัยเรียน เมื่ออาหารมาถึงก็แทบไม่รอแล้วค่ะ นอกจากรสชาติอร่อยที่ได้รับจากอาหาร การพูดคุยกับเพื่อนที่รู้จักกันมานานก็ยิ่งทำให้อาหารในมื้อนี้มีรสชาติที่อร่อยมากยิ่งขึ้นไปอีกค่ะ

นอกจากเปิดขายอาหารประเภทต่าง ๆ ให้มานั่งทานกันแบบทั่วไปแล้ว ทางร้านก็มีห้องรับรองพร้อมคาราโอเกะ หากกลุ่มลูกค้าต้องการความเป็นส่วนตัว โดยรองรับได้ตั้งแต่ 10 ท่านถึง 120 ท่าน อีกทั้งยังรับจัดเลี้ยงทั้งในและนอกสถานที่อีกด้วย โดยรายละเอียดท่านสามารถสอบถามเพิ่มเติมกับทางร้านได้เลยนะคะที่เบอร์ 02-393-5884 และ 02-748-0794

ส้มตำศรีนครินทร์
ยำปลาดุกฟู
ส้มตำศรีนครินทร์
ลาบหมู

ส้มตำศรีนครินทร์