โจ๊ก รสเด็ด สูตรกวางตุ้ง

โจ๊กสูตรกวางตุ้ง

โจ๊ก รสเด็ด สูตรกวางตุ้ง

อาหารเช้า ถือได้ว่าเป็นมื้ออาหารที่สำคัญที่สุด เพราะจะช่วยเสริมสร้างสมองให้ความคิดโลดแล่น ไม่ว่าเรียนหรือทำงานก็จะเต็มไปด้วยประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยป้องกันโรคได้ด้วยนะคะ อาทิ โรคกระเพาะอาหาร ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังป้องกันโรคอ้วนได้อีกด้วย ในวัยเด็ก การไม่ทานมื้อเช้าจะส่งผลเสียต่อเด็กเป็นอย่างมาก เพราะจะทำให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ จึงทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง และการเจริญเติบโตไม่เป็นไปตามเกณฑ์ ดังนั้นเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในครอบครัว เราควรทานอาหารมื้อเช้ากันค่ะ วันนี้เลยนำเมนูโจ๊กรสเด็ด สูตรกวางตุ้ง มานำเสนอเป็นไอเดียให้คุณแม่บ้านได้ทำให้ตนเองและสมาชิกในครอบครัวได้ทานกันค่ะ

ส่วนผสม

เนื่องจากมีวัตถุดิบหลายส่วนที่ต้องเตรียมแยกกัน เพื่อไม่ให้สับสน จึงแยกส่วนผสมออกเป็นชุด ๆ ดังนี้นะคะ

ส่วนผสมโจ๊ก

  1. ข้าวหอมมะลิใหม่ 1 ถ้วยตวง
  2. น้ำสะอาด 2 ลิตร
  3. กระดูกสำหรับต้มน้ำซุป ½ กิโลกรัม
  4. เกลือ ½ ช้อนชา

ส่วนผสมหมูหมัก

  1. หมูบดหรือหมูสับ 200 กรัม
  2. ซีอิ้วขาว 1 ช้อนชา
  3. ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา
  4. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  5. พริกไทยป่น ปริมาณตามชอบ

ส่วนผสมหมี่กรอบ

  1. เส้นหมี่อบแห้ง 1 แพ
  2. น้ำมันพืช

ส่วนผสมไข่ลวก

  1. ไข่ไก่ 3-4 ฟอง
  2. น้ำสะอาด 1 ลิตร

ส่วนผสม (อื่น ๆ – ใช้สำหรับโรยหน้า)

  1. ขิงอ่อน ปริมาณตามชอบ
  2. ต้นหอม ปริมาณตามชอบ
  3. พริกไทยป่น ปริมาณตามชอบ
  4. ซีอิ้วขาว ปริมาณตามชอบ

วิธีทำ

1. นำข้าวหอมมะลิใหม่ 1 ถ้วยตวง (เพื่อให้เข้าใจตรงกัน ถ้วยตวงนี้ใช้ถ้วยที่มีมากับหม้อหุงข้าวนะคะ) นำมาซาวข้าวกับน้ำสะอาด 1-2 ครั้ง รินน้ำทิ้ง จากนั้นแช่ข้าวกับน้ำสะอาด โดยใส่น้ำสะอาดให้ท่วมข้าวสาร แช่ทิ้งไว้ 1 คืน

2. วันรุ่งขึ้น รินน้ำที่แช่ข้าวสารทิ้ง และใส่น้ำสะอาด 2 ลิตรลงไปในข้าว ตั้งเตาไฟ เปิดไฟแรง และใส่กระดูกหมูสำหรับต้มน้ำซุบลงไปด้วยค่ะ เมื่อน้ำเดือด ให้หรี่ไฟเตาเป็นไฟกลาง เคี่ยวไปเรื่อย ๆ ใส่เกลือป่นลงไปเพื่อเพิ่มรสชาติเล็กน้อยค่ะ ในช่วงขั้นตอนตรงนี้ให้หมั่นคนด้วยนะคะ เพื่อไม่ให้โจ๊กในส่วนก้นหม้อไหม้ ระหว่างรอโจ๊กได้ที่ เราก็มาทำอย่างอื่นกันต่อค่ะ

3. นำหมูสับหรือหมูบดมาหมัก ตามส่วนผสมที่แจ้งไว้ด้านบนนะคะ นำมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ค่ะ

โจ๊ก รสเด็ด สูตรกวางตุ้ง

เมื่อโจ๊กที่เราเคี่ยวไว้ในข้อ 2 ได้ที่ตามต้องการแล้ว (ซึ่งใช้เวลาประมาณประมาณชั่วโมงกว่า ๆ ค่ะ) ตักกระดูกหมูที่ใช้ต้มน้ำซุปออก จากนั้นนำหมูบดหรือหมูสับที่เราหมักไว้แล้ว มาปั้นเป็นก้อน ใส่ลงไปในหม้อโจ๊กค่ะ เคี่ยวต่ออีกสักครู่จนหมูสุก ก็ปิดไฟเตา พักไว้ก่อนค่ะ

4. นำเส้นหมี่อบแห้ง มาหั่นเป็นท่อน ๆ ความยาวประมาณ 3 นิ้วค่ะ จากนั้นตั้งกระทะ ไฟกลาง ใส่น้ำมันพอประมาณ เมื่อน้ำมันร้อนดี ให้นำเส้นหมี่ที่หั่นเป็นท่อนลงไปทอดในกระทะ ทอดเสร็จแล้วพักใส่จานไว้ก่อนค่ะ

เคล็ดลับอยู่ตรงนี้นะคะ

* เมื่อใส่หมี่ลงไปทอด หมี่จะขึ้นฟู ให้เรารีบตักขึ้น พักใส่กระชอนไว้ค่ะ อย่าปล่อยเวลานานนะคะเพราะจะทำให้เส้นหมี่ไหม้

**ค่อย ๆ ใส่เส้นหมี่ลงไปทอดครั้งละน้อย ๆ เพื่อให้เส้นหมี่สุกทั่วถึงกัน

โจ๊ก รสเด็ด สูตรกวางตุ้ง

5. นำขิงอ่อนมาปอกเปลือก ล้างน้ำให้สะอาด และหั่นฝอย ใส่ถ้วยพักไว้ค่ะ

6. นำต้นหอม มาล้างน้ำให้สะอาด หั่นฝอย ใส่ถ้วยพักไว้ค่ะ

โจ๊ก รสเด็ด สูตรกวางตุ้ง

7. ทำไข่ลวก โดยตั้งหม้อ ต้มน้ำสะอาด 1 ลิตร เมื่อน้ำเดือดให้ปิดเตาไฟ นำไข่ไก่ค่อย ๆ หย่อนลงไปในน้ำ แช่ไข่ทิ้งไว้ในน้ำเดือดนั้นจนน้ำเย็นเอง เมื่อจะทานค่อยนำขึ้นใส่ชาม ตั้งเสิร์ฟบนโต๊ะ (เมื่อตอกไข่จะได้ไข่ลวก น่าทานเชียวค่ะ)

โจ๊ก รสเด็ด สูตรกวางตุ้ง

8. เมื่อถึงเวลาทาน ก็ตักส่วนผสมต่าง ๆ ใส่จานชามที่เตรียมไว้ค่ะ ทั้งโจ๊ก, ไข่ลวก, หมี่กรอบ โรยด้วยขิงอ่อน และต้นหอม

หากต้องการให้มีรสชาติและความหอมเพิ่มเติม ก็โรยพริกไทยป่นแท้ และซีอิ้วขาว เพียงเท่านี้ก็ได้โจ๊กรสเด็ด สูตรกวางตุ้ง ทานกันอย่างอิ่มและอร่อยกันแล้วค่ะ

โจ๊ก รสเด็ด สูตรกวางตุ้ง

 

ไข่ตุ๋นหมูสับ มาแล้วจ้า

ไข่ตุ๋นหมูสับ

ไข่ตุ๋นหมูสับ

ไข่ตุ๋นหมูสับ นับว่าเป็นเมนูที่แต่ละบ้านคงเคยทำให้เจ้าตัวป่วนประจำบ้าน หรือผู้สูงอายุที่ทานอะไรแข็ง ๆ ไม่ค่อยได้แล้วทานกันอยู่บ้างนะคะ แต่วันนี้เราจะลองมาทำเมนูนี้ในแบบประยุกต์กันดูบ้าง แต่ขอออกตัวก่อนเล็กน้อยค่ะว่า อาจจะยังไม่เนียนสวยงาม เพราะอยู่ที่ตัววัตถุดิบ แต่เรื่องความอร่อยนี่ไม่ยอมแพ้นะคะ มาเตรียมของกันเลยนะ

ส่วนผสม (สำหรับ 2-3 ที่)

1. ไข่ไก่ 2 ฟอง
2. หมูบะช่อ หรือหมูบด 200-300 กรัม
3. เห็ดหอม 2-3 หัว
4. แครอท (หั่นเต๋า) 2-3 ช้อนโต๊ะ
5. น้ำต้มสุก
6. ซีอิ้วขาว 2-3 ช้อนโต๊ะ
7. พริกไทยป่น
8. น้ำมันพืช
9. ต้นหอม

ไข่ตุ๋นหมูสับ

วิธีทำ

1. นำหมูบะช่อ หรือหมูบดมาหมักด้วยซีอิ้วขาวและพริกไทยป่น คลุกเคล้าให้เข้ากัน พักไว้ ในส่วนของหมูนี่ ขอย้ำว่าใช้หมูบะช่อจะดีที่สุดนะคะ เพราะช่องว่างระหว่างตัวเนื้อหมูจะมีน้อย ไข่จะไม่ไหลออกมาตอนนึ่งค่ะ หมูบดก็จะได้หน้าตาอย่างดิฉันค่ะ ที่จะมีส่วนเนียนบ้างไม่เนียนบ้าง ส่วนหมูสับไม่แนะนำเลยนะคะ เพราะช่องห่างในตัวเนื้อหมูมีเยอะมากค่ะ

2. นำเห็ดหอม มาแช่ในน้ำร้อน ประมาณ 5 นาที หรือจนเห็ดหอมนิ่ม นำขึ้นมา บีบน้ำที่เห็ดหอมอมไว้ออกนะคะ แล้วนำมาหั่นเป็นสี่เหลี่ยม ขนาดประมาณ 0.5 x 0.5 ซม. ค่ะ พักไว้

ไข่ตุ๋นหมูสับ
3. แครอท นำมาปอกเปลือก แล้วหั่นเป็นลูกเต๋าขนาดเล็ก ประมาณ 0.5 x 0.5 x 0.5 ซม. ค่ะ ใส่ถ้วยพักไว้

4. ตอกไข่ใส่ชามผสม ตีไข่ให้เข้ากันเหมือนจะทำไข่เจียวน่ะค่ะ แต่ไม่ต้องตีมากเกินไปนะคะ จากนั้นใส่น้ำต้มสุกลงไป วิธีกะปริมาณน้ำ ก็นำเปลือกไข่มาตวงค่ะ ไข่ 1 ฟอง ต่อน้ำในเปลือกไข่ 2 ครั้ง เหยาะซีอิ้วขาวลงไปอีกประมาณ 1 ช้อนชาใส่พริกไทยเล็กน้อย ตีให้เข้ากัน (ซีอิ้วขาวในไข่ไม่ต้องใส่เยอะนะคะ เพราะตอนนึ่ง น้ำในหมูบะช่อจะออกมารวมด้วยจะทำให้ส่วนของไข่เค็มขึ้นอีกเล็กน้อยค่ะ) จากนั้นก็ใส่เครื่องต่าง ๆ ได้แก่ เห็ดหอม และแครอทลงไป ปริมาณตามชอบค่ะ ตีเบา ๆ ให้เข้ากันอีกครั้ง พักไว้

ไข่ตุ๋นหมูสับ
5. นำถ้วยกระเบื้อง (ถ้าต้องการให้ไข่ตุ๋นของเราทรงสวยงาม ทรงของถ้วยกระเบื้องควรเป็นทรงตรง ในส่วนของก้นและปากถ้วยควรจะขนาดความกว้างที่เท่ากันค่ะ) ใช้น้ำมันพืชทาภายในถ้วยบาง ๆ แล้วนำหมูสับที่เราหมักไว้มากรุภายในถ้วย จากนั้นก็นำส่วนผสมของไข่เทลงไปในถ้วยค่ะ

6. เปิดไฟแรง ต้มน้ำในซึ้ง (ลังถึง) เมื่อน้ำเดือดลดเป็นไฟกลาง แล้วนำถ้วยที่เรากรุหมูบะช่อ และใส่ส่วนผสมของไข่เรียบร้อยแล้วไปตั้งในเตาเพื่อนึ่ง จากนั้นปิดฝา ใช้เวลาประมาณ 30 นาที หรือจนกว่าไข่ตุ๋นจะสุก โดยเช็คจากการที่นำมีปลายแหลม หรือไม้จิ้มฟันลองจิ้มไปที่ไข่ หากไม่มีน้ำขุ่นของไข่ไหลออกมาก็แสดงว่าสุกแล้วค่ะ ปิดไฟเตาและยกลงได้เลย

ไข่ตุ๋นหมูสับ

7. ก่อนทานก็นำจานมาปิดฝาถ้วย แล้วคว่ำถ้วยลง ส่วนที่เป็นหมูก็จะอยู่ด้านนอก เมื่อใช้ช้อนตัก ส่วนที่เป็นไข่ตุ๋นก็จะเป็นไส้อยู่ด้านในค่ะ โรยต้นหอมหั่นเป็นท่อนเล็ก ๆ พร้อมพริกไทยป่นอีกเล็กน้อย เท่านี้ไข่ตุ๋นหมูสับแบบประยุกต์ของเราก็พร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ

ไข่ตุ๋นหมูสับ

ข้าวต้มปลาเก๋า

ข้าวต้มปลาเก๋า

ข้าวต้มปลาเก๋า

ในชั่วโมงที่เร่งรีบยามเช้า เข้าใจว่าคุณแม่บ้านทุกท่านคงอยากจะจัดเตรียมอาหารเช้า ซึ่งเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดให้กับคนที่รักในครอบครัว แต่ด้วยเวลาที่น้อยนิดและรีบไปหมดในยุคปัจจุบัน ทำเอาคุณแม่บ้านหลายท่านถึงกับถอดใจในการเตรียม เพราะไหนจะตัวเอง คุณพ่อบ้าน และคุณลูกทั้งหลาย วันนี้เลยมานำเสนอเมนูที่ได้ครบ 5 หมู่ ทำง่าย ใช้เวลาเตรียมน้อย และอร่อยมาฝากเป็นทางเลือกกันค่ะ นั่นคือ ข้าวต้มปลาเก๋า มาดูเครื่องปรุงกันนะคะ

ส่วนผสม

1. ปลาเก๋า 200 กรัม
2. ข้าวสวย 1 ถ้วย
3. ต้นหอม 1 ต้น
4. ผักชี 1 ต้น
5. น้ำสต๊อค 1 ถ้วยตวง
6. พริกไทยป่น เล็กน้อย

ข้าวต้มปลาเก๋า

วิธีทำ

1. เริ่มจากปลาเก๋าค่ะ หาปลาที่สดใหม่ จะทำให้เวลานำมาทำอาหารแล้วลดความคาวของปลาไปได้เยอะทีเดียวค่ะ แล้วให้แม่ค้าจัดการกับตัวปลาให้เราให้เรียบร้อยเลยนะคะ แล้วเรานำมาแช่เย็นเก็บไว้ทำได้หลายมื้ออยู่ค่ะ หั่นมาแบบพอทานมื้อเดียวประมาณ 200 กรัม จากนั้นก็หั่นเป็นชิ้น ๆ ความหนาประมาณครึ่งเซนติเมตร อย่าหั่นจนบางเกินไปเพราะไม่เช่นนั้นเวลานำไปลวกปลาจะแตกเป็นชิ้นเล็ก ๆ ดูไม่น่าทานค่ะ เมื่อหั่นเสร็จเรียบร้อยใส่ถ้วยพักไว้ก่อนนะคะ

ข้าวต้มปลาเก๋า
2. ตักข้าวสวยใส่ชาม บี้ข้าวให้แตกตัวเป็นเม็ด ๆ เสียหน่อยนะคะ จากนั้น นำผักชีและต้นหอมไปล้างน้ำให้สะอาด แล้วหั่นเป็นท่อนเล็ก ๆ โรยไว้บนข้าวสวยเลยค่ะ

ข้าวต้มปลาเก๋า
3. เทน้ำสต๊อคใส่หม้อ เปิดไฟกลางค่อนไปทางแรงค่ะ น้ำสต๊อคก็คือน้ำซุปน่ะค่ะ เราสามารถทำได้โดยใช้โครงไก่มาต้มกับน้ำเปล่าประมาณ 2 ถ้วยตวง ใส่เกลือป่นลงไปประมาณครึ่งช้อนชา เคี่ยวไปเรื่อย ๆ โดยใช้ไฟกลางค่อนไปทางอ่อน ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที คอยช้อนฟองที่ลอยอยู่ด้านบนออกเรื่อย ๆ จนได้น้ำซุปที่ใส่ จากนั้นปิดไฟแล้วทิ้งไว้ให้เย็น ก็จัดเก็บใส่ถุงแช่เย็นไว้ เมื่อจะใช้ก็นำมาเทใส่หม้ออุ่นได้ค่ะ

ข้าวต้มปลาเก๋า
มาต่อกันเลยนะคะ หลังจากที่น้ำสต๊อคที่เรามาอุ่นเริ่มเดือดแล้วก็หรี่ไฟเป็นไฟกลางค่อนไปทางอ่อน และนำเนื้อปลาเก๋าใส่ลงไป ห้ามคนนะคะ ไม่เช่นนั้นจะทำให้คาวได้ ทิ้งไว้สักครู่จนเนื้อปลาสุก (ใช้เวลาไม่นานนะคะ เนื้อปลาสุกง่ายค่ะ) และน้ำสต๊อคเดือดดีแล้วก็ปิดไฟ ยกลงค่ะ

ข้าวต้มปลาเก๋า
4. เทน้ำสต๊อคซึ่งมีเนื้อปลาอยู่แล้วลงบนข้าวสวยที่โรยต้นหอมผักชีไว้แล้ว ซึ่งความร้อนของน้ำสต๊อคจะทำให้ผักที่เราโรยไว้สุกกำลังพอดีค่ะ โรยพริกไทยป่นเล็กน้อย แต่หากเป็นเด็กทานจะไม่โรยพริกไทยป่นก็ได้ค่ะ เสริฟพร้อมซีอิ้ว พริกป่น สำหรับปรุงรสเพิ่มเติมตามใจชอบได้เลยค่ะ

ข้าวต้มปลาเก๋า