Mekiki no Ginji อาหารสไตล์ญี่ปุ่นจากโอกินาวา

Mekiki no Ginji

Mekiki no Ginji
วันนี้พามาทานอาหารญี่ปุ่นที่ส่งตรงมาจากเมืองโอกินาวา ซึ่งเป็นเกาะทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่นค่ะ พิกัดร้านอยู่แถวสุขุมวิทนี่เอง ร้านนี้มีชื่อว่า Mekiki no ginji เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นแนวใหม่ที่มีอาหารให้เลือกหลากหลาย และกำลังเป็นที่นิยมในขณะนี้ โดยร้านอยู่ในโครงการ K-Village สุขุมวิท 26

Mekiki no Ginji
การเดินทางมาร้าน ถ้าจะให้สะดวกสุด ๆ ต้องเป็นรถยนต์ส่วนตัวค่ะ โดยขับมาทางถนนพระราม 4 เลยแยกคลองเตย ขับรถมุ่งหน้ากล้วยน้ำไท ให้เลี้ยวเข้าซอยสุขุมวิท 26 ไปไม่ไกล จะเจอ K-Village อยู่ขวามือ แต่หากจะมารถไฟฟ้า BTS แล้วล่ะก็ ใกล้สุดก็ต้องลงที่สถานีพร้อมพงษ์ และต่อมอเตอร์ไซด์อีกทีนะคะ เมื่อมาถึง K-Village แล้ว

ตัวร้านอยู่ชั้นล่างไม่ไกลจาก Villa Supermarket เมื่อเดินออกจากประตู Villa เลี้ยวขวาเดินไปอีกเล็กน้อยก็ถึงหน้าร้านแล้ว ร้านนี้เปิดให้บริการทุกวันค่ะโดยแบ่งเป็น 2 รอบคือ 11.00 น. – 14.00 น. และอีกช่วงคือ 17.00 น. – 01.00 น.ค่ะ แต่ขอกระซิบนะคะว่าคิวยาวมาก ถ้าหากไปรอคิวหน้าร้านอาจจะรอนานสักหน่อย แนะนำให้โทรจองก่อนค่ะ ที่เบอร์ 02-661-3840 แผนที่ คลิก >>>

Mekiki no Ginji
เมื่อคุณไปถึงร้านจะพบถังไม้ขนาดใหญ่แบบญี่ปุ่น อยู่ด้านหน้าร้านเด่นเป็นซิกเนเจอร์ของร้านเลยค่ะ ส่วนการตกแต่งด้านในร้านก็จะการตกแต่งด้วยถังไม้อีกเช่นกัน ตัวร้านค่อนข้างใหญ่ พื้นที่เยอะพอสมควร แบ่งเป็น 2 ชั้น ด้านบนเป็นชั้นลอยมีประมาณ 6-7 โต๊ะ ส่วนชั้นล่างมี 2 โซน ทั้ง indoor และ outdoor พื้นที่นั่งบางส่วนจัดโต๊ะเป็นทรงกลมเหมือนเรานั่งอยู่ในถังไม้ตามคอนเซ็ปต์ของร้าน ค่อนข้างส่วนตัวดีค่ะ ส่วนโต๊ะอีกบางส่วนเป็นเคาน์เตอร์บาร์ติดกับโซนทำอาหารของพ่อ ครัว เห็นการปรุงแบบใกล้ชิดกันเลยทีเดียว เวลาเข้าไปด้านในก็จะตื่นตากับเสียงขานรับของพนักงานในร้านอยู่ตลอดเวลากันเลยทีเดียว

Mekiki no Ginji
มาว่ากันด้วยเรื่องอาหาร ต้องขอโทษเป็นอย่างมากค่ะเนื่องจากเป็นเมนูที่เป็นชื่อแบบญี่ปุ่น ก็เลยจำไม่ได้ค่ะว่ามีเมนูชื่ออะไรบ้าง แต่ที่นี่อาหารสดใช้ได้ ราคาไม่แพงเกินไปนัก บางเมนูถือว่าถูกกว่าร้านอาหารญี่ปุ่นแนว ๆ เดียวกันเสียด้วย พนักงานก็บริการดี อย่างที่บอกว่ามีเสียงขานรับเมนูตลอดเวลา ทำให้ดูว่าพนักงานต้องตื่นตัวตลอดเวลาค่ะ ระยะเวลาในการรออาหารไม่ถึงกับรวดเร็วมากแต่ก็ไม่ช้าเกินไป

Mekiki no Ginjiแต่ในระหว่างรอคุณก็สามารถไปตักสลัดจากสลัดบาร์มาทานรอไปก่อนได้ โดยทางร้านมีไว้บริการลูกค้าแบบฟรีกันอีกด้วย (หากเป็นช่วงกลางวันจะมีเทมปุระเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างหนึ่งค่ะ) โดยตั้งอยู่โซนตรงกลางของร้าน สามารถเติมได้ไม่อั้นโดยไม่คิดเงินเพิ่ม และใครที่เป็นคนชอบทานเบียร์ก็คงถูกใจไม่ใช่น้อย เพราะทางร้านมีโปรโมชั่นเอาใจนักดื่มเบียร์ ที่คิดราคาเบียร์สิงห์และ Asahi ในชั่วโมงแรกที่นั่งทาน ในราคาแก้วละ 50 บาทเท่านั้น ซึ่งโปรนี้มีเฉพาะช่วงเย็นเท่านั้นนะคะ

Mekiki no Ginji
โดยรวมถือว่าเป็นร้านอาหารที่น่ามาทานร้านหนึ่งเลยทีเดียว หวังว่าทุกท่านคงหาโอกาสไปแวะเวียนทานกันบ้างนะคะกับร้าน Mekiki no Ginji

Mekiki no Ginji

Teraoka Gyoza เกี๊ยวซ่าจากแชมป์ 7 สมัย

Teraoka Gyoza

ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่าอาหารญี่ปุ่น อาหารเกาหลีมาแรงแซงโค้งกว่าอาหารชาติอื่น ๆ กันเลยทีเดียว ร้านอาหารประเภทนี้เปิดขึ้นมามากมายและดาษดื่น ซึ่งบางร้านอาจมีการปรับเปลี่ยนสูตรหรือรสชาติให้เหมาะสมกับคนไทยมากขึ้น

Teraoka Gyoza
แต่ถ้าจะพูดถึงเกี๊ยวซ่าแล้วล่ะก็ หลาย ๆ ท่านคงนึกถึงเมนูเกี๊ยวซ่าที่เป็นเมนูแบบรองท้องก่อนอาหารหลักจะมา แต่สำหรับร้านนี้ซึ่งมีดีกรีถึงแชมป์เปี้ยนเกี๊ยวซ่า 7 สมัยจากเกี๊ยวซ่าสเตเดี้ยม ณ กรุงโตเกียว เขาได้มีการนำเกี๊ยวซ่ามาทำเป็นอาหารหลักมีด้วยกันหลากหลายเมนูเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีอาหารประเภทเส้นแบบ อุด้งอีกด้วย

Teraoka Gyoza
Teraoka Gyoza มีอยู่ด้วยกัน 2 สาขาคือ ชั้น G ที่ Food Hall, Siam Paragon และ ชั้น 4 Siam Square One ใครสะดวกที่ไหนก็ไปเลือกทานกันที่นั่นนะคะ

สำหรับตัวดิฉันเองมีโอกาสได้ไปทานเกี๊ยวซ่าร้าน Teraoka Gyoza กับเพื่อน ๆ ที่สาขาสยามพารากอน ซึ่งที่นี่เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น. ตัวร้านเป็นแบบครัวเปิด ที่สามารถมองเห็นถึงวิธีการปรุง การทำกันสด ๆ ที่นั่งมีอยู่ประมาณ 20-30 ที่นั่ง ทั้งแบบเป็นโต๊ะนั่งสำหรับมากันกลุ่มเล็ก ๆ 3-4 คน หรือหากมาเดี่ยวก็จะเป็นเคาน์เตอร์บาร์ยาว สำหรับให้เลือกนั่งได้ตามสบายเลยค่ะ พนักงานของร้านเป็นชายล้วน ทั้งในส่วนของการทำอาหารและรับออเดอร์ การบริการใช้ได้ เมื่อมา เสริฟอาหาร มีการแนะนำถึงวิธีการทานที่จะทำให้อร่อยที่สุดอีกด้วยในเมนูที่เป็นซิกเนเจอร์ค่ะ ตัวเมนูหน้าปกเป็นไม้แปลกดีค่ะ แก้วน้ำและซองใส่ตะเกียบ มีใส่รูปของเจ้าของสูตรอยู่ด้วยค่ะ

Teraoka Gyoza
ดิฉันเลือกสั่งเกี๊ยวซ่าที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้านคือ Sudachi Gyoza ซึ่งเป็นเกี๊ยวซ่า ที่เวลาทานต้องคู่กับผงพริกไทยดำ และน้ำมะนาว ที่เขาบอกว่าหอมและแพงที่สุดในญี่ปุ่น รสชาติของเกี๊ยวซ่าใช้ได้ เหนียวนุ่มดีค่ะ สำหรับดิฉันกำลังอิ่ม แต่ถ้าเป็นคนที่ทานเก่ง ๆ หรือบรรดาคุณผู้ชายอาจจะติงว่าปริมาณน้อยไปนิด ส่วนเมนูอื่นเพื่อน ๆ สั่งอุด้ง ส่วนตัวว่าชามใหญ่ทีเดียว ดูผาด ๆ เห็นมีมาแค่เส้นอุด้ง หอมซอย และลูกชิ้นแบบแว่น 1 ชิ้นในน้ำซุป แต่เมื่อทานแล้วในตัวน้ำซุปรสชาติกลมกล่อมดีค่ะ เครื่องอื่น ๆ น้อยไปนิด และอีกเมนูเป็นเกี๊ยวซ่าแบบชุด Udon Sudachi Set ประกอบด้วยเกี๊ยวซ่า อุด้ง และผักดอง ผักดองรสชาติอร่อยใช้ได้เลยทีเดียว จากเมนู 3 ชนิดที่สั่งมาพร้อมเครื่องดื่มคือน้ำเปล่า 1 ขวด สนนราคารวมทั้งหมดอยู่ที่ 757 บาท (ราคาในเมนูที่เห็นจะถูกบวกด้วย service charge 10% และ VAT อีก 7%) ในส่วนตัวราคาถือว่าสูงไปนิด แต่ตัวอาหาร รสชาติใช้ได้ทีเดียวค่ะ หากใครมีนัดพบปะเพื่อนฝูงที่นี่ จะลองแวะมาทานพร้อมพูดคุยกับเพื่อนไปด้วยก็ไม่เลวนะคะ

Teraoka Gyoza                                                                Teraoka Gyoza

Teraoka Gyoza