ส้มตำไม่ใช้ครก

ส้มตำไม่ใช้ครก

ส้มตำไม่ใช้ครก

วันนี้เรามาทำส้มตำทานง่าย เกือบจะกลายเป็นอาหารประจำชาติไทยเราซะแล้วค่ะ คนต่างชาติมาเมืองไทยก็นิยมมาทานส้มตำกันซึ่งเป็นอาหารที่มีความเป็นเอกลักษณ์มากๆค่ะ ทุกภาคของประเทศไทยเราก็นิยมนำมาทานกันโดยเฉพาะภาคอีสานที่เป็นต้นตำรับของอาหารแซ่บๆจานนี้ แต่อุปกรณ์ที่ใช้ต้องมีครกไม้ขนาดใหญ่ที่ใช้ตำให้ส่วนผสมเข้ากัน วันนี้เราจะตำโดยไม่ง้อครกกันค่ะ อุปกรณ์ของเราวันนี้คือค้อนตำแทนค่ะ หรือไม่มีค้อนเราก็ใช้ขวดแก้ว เปล่าๆ มาทุบแทนค่ะ (เช่น ขวดน้ำปลา ขวดน้ำผึ้ง ที่ใช้หมดแล้วนะคะ)มาลองทำทานกันง่ายๆยามว่างดูค่ะ

ส้มตำไม่ใช้ครก

วัตถุดิบ ( สำหรับ 2-3 ที่)

  1. มะละกอดิบ 1 ลูก (ใช้ประมาณ ½ ลูก)
  2. น้ำตาลปี๊ป 2 ช้อนโต๊ะ
  3. น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
  4. มะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  5. มะเขือเทศ 1ลูก
  6. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  7. พริกขี้หนูสด 10 เม็ด (ใครชอบเผ็ดน้อยก็ใส่น้อยนะคะ ส่วนใครชอบเผ็ดมากก็ตามชอบเลยค่ะ)
  8. แครอทขูด 1 ถ้วยตวง
  9. ถั่วฝักยาว 3-4 เส้น
  10. กุ้งแห้ง เล็กน้อย
  11. ผงปรุงรส เล็กน้อย
  12. ถั่วลิสง หรือ เม็ดมะม่วงหิมพานต์

 

วิธีทำ

  1. เริ่มต้นนำมะละกอมาปลอกเปลือก หั่นครึ่ง เอาเมล็ดออกและทำการขูดมะละกอโดยใช้ที่ขูดนะคะง่ายดีค่ะ (หรือใครอยากสับก็ได้ตามสะดวกค่ะ) จากนั้นขูดแครอทด้วยพอให้มีสีสันสวยงาม ใส่ลงในชามผสมพักไว้ก่อนค่ะ

ส้มตำไม่ใช้ครก

  1. จากนั้นทำการหั่นผักกันค่ะเริ่มจาก ถั่วฝักยาวหั่นเป็นท่อนๆ ยาวประมาณ 1 นิ้ว เอามาทุบด้วยค้อน โดยใช้เขียงไม้รอง วางสิ่งที่เราจะทุบตามด้วยถุงพลาสติกอีกชั้นเพื่อความสะอาดนะคะและลงมือทุบเลยค่ะให้พอหยาบๆค่ะ ใส่ลงในชามผสมที่มีมะละกอขูดค่ะ ตามด้วยหั่นมะเขือเทศแบ่งเป็นชิ้นเล็ก 4 ส่วน ใส่ในชามผสม
  2. นำกระเทียมมาปลอกเปลือก และพริกขี้หนูสดมาทุบด้วยค้อน หรือ ขวดแก้วค่ะ ทุบให้ละเอียดๆหน่อยนะคะ เพื่อจะได้กลิ่นและรสชาติออกมา
  3. ให้เราทำการคั่วเม็ดมะม่วง หรือ ถั่วลิสง ให้สุกด้วยกระทะค่ะ พอเสร็จแล้วพักไว้ก่อน

ส้มตำไม่ใช้ครก

  1. ใส่กุ้งแห้ง และถั่วที่คั่ว ในชามผสม (แบ่งถั่ว กับกุ้งแห้งไว้เล็กน้อยใช้โรยหน้า ตกแต่งจานให้สวยงาม)
  2. จากนั้นทำการปรุงน้ำยำส้มตำกันค่ะโดยเริ่มจาก บีบน้ำมะนาว2 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ(ที่ใช้น้ำมะขามเปียกด้วยเพราะมะขามเปียกจะมีรสเปรี้ยวแต่จะไม่เปรี้ยวมากเหมือนมะนาว เมื่อผสมลงไปช่วยให้รสชาติกลมกล่อม นุ่มขึ้นค่ะ)น้ำตาลปี๊ป 2 ช้อนโต๊ะ (ใครไม่มีใช้เป็นน้ำตาลทรายแทนก็ได้ค่ะ แต่จะไม่หวานนุ่มเหมือนน้ำตาลปี๊ปนะคะ) และ ผงปรุงรส (ใครไม่ชอบผงปรุงรสไม่ต้องใส่ก็ได้นะคะ) ใส่รวมกันในถ้วยคนให้ละลายเข้ากัน ลองชิมรสชาติดูอีกครั้งว่าชอบรึยัง สามารถปรุงรสเพิ่มตามความชอบค่ะ และตามด้วยพริกสดและกระเทียมที่ตำไว้ค่ะ และนำไปราดในชามที่ผสมไว้

ส้มตำไม่ใช้ครก

  1. ผสมทุกอย่างให้เข้ากันดีค่ะ จัดใส่จานพร้อมเสิร์ฟ โรยถั่ว กับกุ้งแห้งที่เหลือ ด้านบนให้สวยงามอีกครั้งค่ะ เสริฟทานคู่กับผักกะหล่ำสดๆ และ ถั่วฝักยาวทานเป็นเครื่องเคียงค่ะ

“ส้มตำ” ร้านส้มตำที่ไม่ได้ชื่อแค่ส้มตำ

ส้มตำศรีนครินทร์

วันนี้พามาทานอาหารแซ่บ ๆ สไตล์คนไทย เชื่อว่าน่าจะต้องถูกใจทุกท่าน กับอาหารประเภทส้มตำ แล้วก็พามาร้านที่มีชื่อเดียวกับประเภทอาหารนี้เลยค่ะ “ร้านส้มตำ”

ส้มตำศรีนครินทร์
ส้มตำไข่เค็ม

ร้านส้มตำ เป็นร้านที่เปิดมานานกว่า 30 ปีแล้ว และก็ยังมีลูกค้าแวะเวียนมาตลอดไม่ขาดสาย ตลอดจนเชื้อพระวงศ์ คนดังในแวดวงต่าง ๆ ตลอดจนนักแสดงที่หลาย ๆ ท่านรู้จักก็ยังต้องมาลิ้มลองความอร่อย ร้านนี้ตั้งอยู่ตรงข้ามกับพาราไดซ์ พาร์ค ศรีนครินทร์ โดยเลี้ยวเข้าซอยศรีนครินทร์ 44 ตรงไปอีกประมาณ 50 เมตร ก็ถึงร้านแล้วค่ะ มีป้ายร้านชัดเจน ที่จอดรถกว้างขวาง จอดได้ประมาณ 30-50 คันกันเลยทีเดียว ร้านเปิดบริการตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น. ภายในร้านมีหลายโซน แอร์เย็นฉ่ำค่ะ โต๊ะก็มีหลายแบบให้เลือกทั้งมากลุ่มเล็ก หรือกลุ่มใหญ่ เมื่อได้โต๊ะนั่งเรียบร้อยแล้ว จัดการสั่งได้เลยนะคะ เพราะทุกโต๊ะจะมีใบออเดอร์วางไว้อยู่ทุกโต๊ะ ท่านเพียงเอาเมนูมาติ๊กในอาหารที่ท่านจะสั่งเท่านั้นเอง แต่หากต้องการเห็นหน้าตาอาหารบางส่วน ก็สามารถเรียกหาเมนูเป็นเล่มจากพนักงานได้นะคะ

ส้มตำศรีนครินทร์

อาหารมีหลากหลายประเภทค่ะ ทั้งส้มตำ ยำ ต้มยำ-แกง อ่อม ลาบ ของทอด ย่าง ผัด ตลอดจนอาหารจานเดียว เรียกได้ว่ามีความอร่อยให้เลือกครบทุกความต้องการกันเลยทีเดียว สนนราคาของอาหารก็มีตั้งแต่ 10—350 บาท ในส่วนของพนักงานมีเยอะและบริการดี เอาใจใส่ลูกค้า และอาหารมาไวพอสมควรค่ะ

คราวนี้ที่มาก็ไม่พ้นที่จะทดลองความอร่อยตามชื่อร้าน นั่นคือส้มตำนั่นเอง สั่งมาทั้งส้มตำปลาร้า ส้มตำไข่เค็ม และความอร่อยตัวอื่น อาทิ ลาบหมู ไก่ตะไคร้ ทอดมันปลากราย ยำปลาดุกฟูและอีกเพียบค่ะ ส่วนเครื่องดื่มเพื่อนลองสั่งน้ำกระเจี๊ยบมา ก็มาปกติทั่วไป แต่ที่ไม่ปกติก็คือมีน้ำเชื่อมใส่แก้วเล็ก ๆ มาให้อีกต่างหาก เพื่อในกรณีที่เราต้องการความหวานเพิ่ม นับว่าทางร้านทำการบ้านตัวนี้มาดีเชียวค่ะ

ส้มตำศรีนครินทร์
ส้มตำปลาร้า

ในส่วนการถ่ายภาพ ต้องขอบอกว่ากดถ่ายแทบไม่ทัน เพราะเป็นการนัดสังสรรค์ในกลุ่มเพื่อนสมัยเรียน เมื่ออาหารมาถึงก็แทบไม่รอแล้วค่ะ นอกจากรสชาติอร่อยที่ได้รับจากอาหาร การพูดคุยกับเพื่อนที่รู้จักกันมานานก็ยิ่งทำให้อาหารในมื้อนี้มีรสชาติที่อร่อยมากยิ่งขึ้นไปอีกค่ะ

นอกจากเปิดขายอาหารประเภทต่าง ๆ ให้มานั่งทานกันแบบทั่วไปแล้ว ทางร้านก็มีห้องรับรองพร้อมคาราโอเกะ หากกลุ่มลูกค้าต้องการความเป็นส่วนตัว โดยรองรับได้ตั้งแต่ 10 ท่านถึง 120 ท่าน อีกทั้งยังรับจัดเลี้ยงทั้งในและนอกสถานที่อีกด้วย โดยรายละเอียดท่านสามารถสอบถามเพิ่มเติมกับทางร้านได้เลยนะคะที่เบอร์ 02-393-5884 และ 02-748-0794

ส้มตำศรีนครินทร์
ยำปลาดุกฟู
ส้มตำศรีนครินทร์
ลาบหมู

ส้มตำศรีนครินทร์