ฟูซิลีผัดซอสมะเขือเทศ

ฟูซิลลี่ผัดซอสมะเขือเทศ

วันนี้นำเมนูแนวเดียวกับพวกมะกะโรนี หรือสปาเก็ตตี้มานำเสนอค่ะ เพียงเราเปลี่ยนตัวพระเอกจากเดิม ๆ มาเป็น ฟูซิลี หรือพาสต้าที่เราคุ้นชื่อมากกว่า แล้วนำมาผัดกับซอสมะเขือเทศแล้วมันจะเป็นอย่างไร มาเตรียมส่วนผสมแล้วทำไปพร้อม ๆ กันเลยนะคะ

ส่วนผสม (สัดส่วนนี้ประมาณ 3 ที่ค่ะ)

1. ฟูซิลี หรือพาสต้า ปริมาณนี่พอดีไม่ได้ชั่งน้ำหนักนะคะ ขออภัย ใช้วิธีกะเอาโดยการกำประมาณ 4-5 กำมือค่ะ
2. มะเขือเทศ 1 ลูก
3. หอมหัวใหญ่ 1 หัว
4. ต้นหอม 2 ต้น
5. กระเทียมกลีบใหญ่ 5-6 กลีบ
6. กุ้งสด 200 กรัม
7. ไข่ไก่ 2 ฟอง
8. น้ำมันพืช 2 ½ ช้อนโต๊ะ หรือเนย 1 ช้อนโต๊ะ
9. ซอสมะเขือเทศ 5-6 ช้อนโต๊ะ
10. ซีอิ้วขาว 2-3 ช้อนโต๊ะ
11. น้ำตาลทราย ½ ช้อนโต๊ะ
12. เกลือป่น 1 ช้อนชา
13. พริกไทยป่น เล็กน้อยก็พอค่ะ

ฟูซิลีผัดซอสมะเขือเทศ

วิธีทำ
1. ตั้งหม้อใส่น้ำประมาณ 3-4 ถ้วย ใช้ไฟแรง พอน้ำเดือด ลดไฟเป็นไฟกลาง ใส่เกลือป่น ½ ช้อนชา และน้ำมันพืช ½ ช้อนชา ลงไปในน้ำเดือดที่เราต้ม จากนั้นนำเส้นฟูซิลีใส่ลงไปในหม้อเพื่อต้ม ใช้เวลาประมาณ 6-7 นาที (ให้ดูเวลาต้มที่ซองนะคะ เพราะแต่ละยี่ห้อจะใช้เวลาต้มไม่เหมือนกันค่ะ) หมั่นคนด้วยนะคะ

พอได้เวลาตามที่เราต้องการลองตักขึ้นมาชิม 1 ชิ้นดูว่าสุกตามที่ต้องการหรือยัง ให้เส้นยังออกแข็ง ๆ เล็กน้อยนะคะ อย่าให้สุกมากจนเละ เพราะเราต้องนำไปผัดต่อค่ะ ประเดี๋ยวจะไม่อร่อย หากต้มได้ที่ตามที่เราต้องการก็ปิดเตาไฟได้เลยค่ะ ยกลงเทน้ำทิ้งผ่านกระชอน แล้วนำเส้นฟูซิลีไปผ่านน้ำเย็นอีกรอบ ทิ้งให้สะเด็ดน้ำสักครู่ คลุกเส้นด้วยน้ำมันพืชซักเล็กน้อยกันเส้นติดกันค่ะ

ฟูซิลีผัดซอสมะเขือเทศฟูซิลีผัดซอสมะเขือเทศ2. มะเขือเทศนำมาล้างน้ำให้สะอาด หั่นมะเขือเทศเป็นชิ้น ๆ นะคะ โดยการผ่าครึ่งก่อน แล้วแต่ละซีกหั่นตามยาวให้ได้ประมาณ 6 ชิ้นนะคะ (หากมองว่าชิ้นยังใหญ่ไป จะหั่นครึ่งอีกก็ได้ค่ะ) พักใส่ถ้วยไว้ค่ะ

ฟูซิลีผัดซอสมะเขือเทศ
3. หอมหัวใหญ่ ตัดขั้วหัวและท้ายทิ้งไป ปอกเปลือกและล้างน้ำให้สะอาด นำมาแบ่งครึ่งแล้วหั่นเป็นแว่น ไม่ต้องบางมากนะคะ พักใส่ถ้วยไว้ค่ะ

ฟูซิลีผัดซอสมะเขือเทศ
4. หากต้องการสไตล์แบบฝรั่งหน่อยก็ใช้เนยผัดนะคะ เก็บน้ำมันพืชกับกระเทียมออกไปเลยค่ะ แต่หากต้องการสไตล์ไทย ๆ หน่อยก็ต้องใช้น้ำมันพืชคู่กับกระเทียมนะคะ โดยการปอกเปลือกกระเทียมออกแล้วหั่นกระเทียมเป็นแว่นบาง ๆ หรือถ้าบ้านใครมีกระเทียมกลีบเล็กก็นำมาทุบ แกะเปลือก และสับหยาบก็ได้ค่ะ (กระเทียมกลีบเล็กกลิ่นจะหอมฉุนกว่าค่ะ อันนี้แล้วแต่ชอบเลยนะคะ)

ฟูซิลีผัดซอสมะเขือเทศ
5. ต้นหอม นำมาล้างน้ำให้สะอาด หั่นเป็นท่อน ๆ ความยาวประมาณ 1 นิ้ว จากนั้นใส่ถ้วยพักไว้ค่ะ

6. กุ้งสด ปอกเปลือกให้หมด (ที่บ้านชอบทานกุ้งแบบสบายใจค่ะ คือเอาเข้าปากทีเดียวเลย ก็เลยแกะเกลี้ยงเลยแม้แต่หากกุ้งค่ะ) บากหลังเพื่อนำขี้ออก ล้างน้ำให้สะอาด ใส่ถ้วยพักไว้ค่ะ

7. น้ำซอสที่จะผัด เราผสมใส่ถ้วยรอไว้เลยค่ะ นำซอสมะเขือเทศ ซีอิ้วขาว น้ำตาลทราย เกลือป่น พริกไทยป่น ใส่รวมในถ้วยเดียวกัน คนให้เข้ากันดี ชิมและปรุงรสเพิ่มเติมตามชอบเลยนะคะ จากนั้นพักไว้ค่ะ

ฟูซิลีผัดซอสมะเขือเทศ
8. ตั้งกระทะ ใช้ไฟกลาง พอกระทะเริ่มร้อน ก็ใส่เนย หรือน้ำมันพืชลงไป พอเริ่มร้อนหากเป็นการใส่น้ำมันพืชก็ใส่กระเทียมผัดให้หอม จากนั้นใส่กุ้งสดลงไปผัด พอใกล้สุก ก็เขี่ย ๆ กุ้งให้อยู่ริมกระทะหน่อยนะคะ โดยมีพื้นที่ว่างตรงกลางกระทะไว้ แล้วตอกไข่ลงไปค่ะ พอไข่เริ่มสุกก็เขี่ยกุ้งลงมาผัดเข้าด้วยกันค่ะ และตามด้วยหอมหัวใหญ่ลงไปผัดค่ะ เมื่อผัดเข้ากันดีแล้วใส่ฟูซิลีลงผัดต่อและเทซอสตามลงไป ผัดให้เนื้อซอสเข้ากับฟูซิลีให้ทั่ว ๆ เลยนะคะ

ฟูซิลีผัดซอสมะเขือเทศ

ฟูซิลีผัดซอสมะเขือเทศ
9. เมื่อคลุกเคล้าซอสกับฟูซิลีดีแล้ว ลองชิมรสชาติดูอีกรอบค่ะว่าต้องเพิ่มเติมอะไรอีกหรือไม่ ถ้าเรียบร้อยแล้วใส่มะเขือเทศลงไปผัดต่ออีกซักครู่ แล้วโรยต้นหอม คลุกเคล้าอีก 3-4 ทีให้พอเข้ากันดีก็ปิดไฟเตาเลยค่ะ เพียงเท่านี้ฟูซิลีผัดซอสมะเขือเทศของเราก็พร้อมเสิร์ฟให้สมาชิกในครอบครัวได้ทานกันร้อน ๆ แล้วค่ะ

ฟูซิลีผัดซอสมะเขือเทศ ฟูซิลีผัดซอสมะเขือเทศ

ฟูซิลีผัดซอสมะเขือเทศ

น้ำฟักทองเพื่อสุขภาพยามเช้า

น้ำฟักทอง

น้ำฟักทองเพื่อสุขภาพ เป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ และผู้ใหญ่เพราะมีรสชาติหวานทานง่าย แถมมีประโยชน์ด้วยนะคะ วันนี้เรามาลองทำน้ำฟักทองเก็บไว้ทานเป็นเครื่องดื่มยามเช้ากันดีกว่าค่ะ เริ่มจากการซื้อฟักทองก่อนซึ่งฟักทองที่เราเห็นในท้องตลาดทั่วไปนั่นแหละค่ะ ที่ผลใหญ่ผิวด้านนอกแข็ง แถมขรุขระ ด้านในเป็นสีเหลืองสวย โดยเราไม่ต้องซื้อทั้งลูกก็ได้ แต่ซื้อเท่าปริมาณที่เราจะทำทานก็พอ ประมาณ 1ส่วน 4ลูกนะคะ

วัตถุดิบ (สำหรับทำน้ำฟักทองประมาณ 4-5 แก้ว)

  1. ฟักทอง                 1/4ลูก
  2. น้ำเปล่า 1 หม้อสำหรับต้ม
  3. น้ำตาล ประมาณ 1-2 ถ้วยตวง (ตามความชอบ แต่ไม่ต้องหวานมากเพราะฟักทองเมื่อต้มจะมีรสชาติหวานมันอยู่ในตัวค่ะ)
  4. เกลือเล็กน้อย 1-2 ช้อนชา
  5. เครื่องปั่นน้ำผลไม้

วิธีทำ

น้ำฟักทอง

  1. เริ่มจากการนำฟักทองที่ซื้อมานำเมล็ดตรงกลางออกให้หมด จากนั้นทำการปอกเปลือก โดยการปอกเปลือกนั้นเราต้องหามีดที่คมๆมาเฉือนเปลือกทีละนิดๆนะคะ แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ขนาดไม่ต้องสวยงามเพราะเราจะทำการต้มให้เนื้อฟักทองเละๆเวลาทำการปั่นจะได้ปั่นง่ายค่ะ
  2. ใส่น้ำต้มในหม้อประมาณครึ่งหม้อ ทำการต้มน้ำให้เดือด นำฟักทองที่หั่นลงไปต้มให้สุก ๆจนเริ่มเละๆ ยิ่งเละมากยิ่งดี สังเกตว่าเนื้อฟักทองเละแล้ว จึงดับไฟ

น้ำฟักทอง

  1. จากนั้น ตักน้ำและเนื้อใส่เครื่องปั่นน้ำผลไม้ โดยให้ทำการปั่นน้ำฟักทองให้ละเอียดมากที่สุด แล้วนำน้ำที่ได้มาต้มต่อใส่น้ำตาลลงไปเกลือเล็กน้อย ชิมรสชาติดูตามที่ชอบ ว่าหวานมากน้อยขนาดไหน ซึ่งเราจะไม่กรองเนื้อฟักทองนะค่ะ เนื่องจากเราปั่นให้ละเอียดจะมีติดเนื้อเล็กน้อย ซึ่งจะได้ทั้งกากใยครบ (แต่หากใครจะกรองก็สามารถกรองในขั้นตอนนี้ได้เลยค่ะ โดยนำผ้าขาวบางมากรอง หรือ ใช้กระชอนตาที่ละเอียดกรอง เป็นน้ำฟักทองแยกกาก และนำกากที่ได้ผสมน้ำเล็กน้อยไปปั่นใหม่อีกรอบ แล้วทำการกรองซ้ำ จะเหลือกากเล็กน้อยให้นำไปทิ้งได้เลยค่ะ)

น้ำฟักทอง

  1. จากนั้นทิ้งน้ำฟักทองให้เย็นตัวลงสักหน่อยก่อน ใส่แก้วทานกันอุ่นๆยามเช้าดีต่อสุขภาพค่ะ เค้าว่ากันว่าน้ำฟักทองจะช่วยรองท้องแทนข้าวได้ แต่ว่าทางที่ดีเราควรทานข้าวเช้า ควบคู่กับน้ำฟักทองจะดีกว่าค่ะ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะช่วงเช้าเท่านั้นที่ทานได้ เราสามารถทานน้ำฟักทองก่อนนอน แทนนมก็ได้ค่ะ ช่วยให้หลับสนิทดีด้วยค่ะ

น้ำฟักทอง

  1. สำหรับน้ำฟักทองที่ทานไม่หมดสามารถเก็บได้ค่ะ โดยรอให้เย็นนำใส่ถุงแช่ตู้เย็นไว้ เก็บได้ประมาณ 4-5 วัน พอจะทานก็นำมาอุ่น หรือใครชอบทานแบบเย็นๆก็สามารถนำออกมาใส่แก้วทานได้เลยค่ะ ขอบอกว่าอร่อยมากเวลาที่มีเนื้อให้เคี้ยวกรุบๆนิดนึงก็อร่อยไปอีกแบบนะคะ

20140826_104434_副本

ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมูน้ำใส

ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมูน้ำใส

สำหรับคนชอบทานเส้นพอกลางวันทีไร เราก็จะนิยมกินก๋วยเตี๋ยวกันเป็นหลัก ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายชนิด ทั้งน้ำใส ต้มยำ น้ำตก เย็นตาโฟ ซึ่งแต่ละแบบก็มีวิธีการปรุงและวัตถุดิบที่ต่างกัน เมนูเส้นแสนอร่อยที่ทุกคนชอบทานกัน วันนี้ขอเสนอ “ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมูน้ำใส” ใช้เวลาทำไม่นาน และอร่อยค่ะ วัตถุดิบก็หาง่ายแสนง่ายนะคะ

วัตถุดิบ

  1. เส้นก๋วยเตี๋ยวตามชอบวันนี้ขอใช้เป็นเส้นเล็ก
  2. ลูกชิ้นหมู หรือเป็นลูกชิ้นชนิดอื่นเช่นลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นเนื้อก็ได้ หาซื้อได้ตามตลาด ซุปเปอร์มาเกตต่างๆ เลือกตามที่เราชอบได้เลยค่ะ (สำหรับใครที่อยากเพิ่มพวกเนื้อหมูสับ เนื้อหมู กระดูกอ่อนหมู ให้ครบเครื่องมากยิ่งขึ้นได้เลยนะคะ)
  3. ถั่วงอก
  4. ผักบุ้ง
  5. หัวไชเท้า หั่นบางๆไว้ต้มน้ำซุป
  6. ซุปก้อนรสหมู
  7. กระเทียม 3-4 กลีบทุบ ไว้ใส่น้ำซุปเพิ่มรสชาติ
  8. รากผักชี ทุบแล้วใส่ในน้ำซุป
  9. กระเทียมเจียว ไว้ใส่ราดหน้าก๋วยเตี๋ยวให้หอมๆ
  10. ผักชี ไว้โรยหน้า ตกแต่งสวยงาม
  11. พริกไทย
  12. พริกป่น
  13. น้ำปลา
  14. น้ำตาล
  15. น้ำส้มสายชู

ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมูน้ำใส

วิธีทำ

  1. เตรียมเครื่องต่างๆให้พร้อม โดยเริ่มทุบกระเทียมก่อน ตามด้วยหั่นผักบุ้ง หั่นไชเท้าเป็นแผ่นบางๆ

ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมูน้ำใส

  1. เตรียมหม้อตั้งน้ำซุปกะปริมาณตามต้องการได้เลย พอน้ำเดือด ใส่ซุปก้อนลงไป ตามด้วยกระเทียม รากผักชี และ หัวไชเท้า ปิดฝาหม้อต้มต่อไป พอเดือด ใส่กระดูกหมู ลูกชิ้น หมูสับ (เครื่องต่างๆที่อยากใส่ ใส่ลงไปเลยค่ะ)ต้มต่อไปใช้ไฟอ่อนหน่อย
  2. เตรียมหม้ออีกใบหนึ่งต้มน้ำไว้ให้เดือด น้ำถั่วงอกและผักบุ้งลงไปลวก แล้วน้ำขึ้นมาพักไว้ใส่จาน จากนั้น ลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวปริมาณตามชอบได้เลย (สำหรับเส้นเล็กกึ่งแห้งจะลวกประมาณ 5-7วินาที แล้วเอาขึ้น เส้นจะได้ไม่นิ่มจนเกินไป ) แล้วพักใส่จานไว้

ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมูน้ำใส

  1. นำเส้นและผักที่ลวกแล้ว มาโรยกระเทียมเจียว ปรุงรส พริก น้ำปลา น้ำตาล น้ำส้ม แล้วราดน้ำซุปลงไปชิมรสตามชอบเลย (ถ้าต้องการทำเป็นต้มยำ ให้ใส่ถั่วลิสงคั่วบด น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 2ช้อนโต๊ะ น้ำตาล 2ช้อนโต๊ะ พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ ชิมรสดูเติมได้ตามชอบค่ะ) โรยหน้าด้วยพริกไท และ ผักชีตกแต่งอีกนิด เท่านี้เราก็จะได้ก๋วยเตี๋ยวอร่อยๆพร้อมรับประทานกันแล้วค่ะ
  2. สำหรับวิธีการเก็บรักษาเส้นก๋วยเตี๋ยว ถ้าเป็นเส้นเล็กกึ่งแห้ง 1 ห่อ ( 1 กก.) เราสามารถทานได้หลายคนมาก เป็น 10 ชาม ถ้าหากเราทานไม่หมด ก็สามารถเก็บไว้ได้ โดยแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดา ใส่ถุง รัดยางไว้นะคะ สามารถเก็บไว้ได้ประมาณ 2-3 อาทิตย์ค่ะ ส่วนเส้นอื่น จะมีอายุการเก็บน้อยกว่า พวกเส้นใหญ่ และเส้นบะหมี่ จะเก็บได้ 1-2 อาทิตย์ เพราะเป็นเส้นสด มีแป้งเป็นส่วนประกอบด้วย ถ้าใครได้ลองทำก็ขอให้สนุกกับการทำก๋วยเตี๋ยวทานเองในครอบครัวนะคะ อย่าลืมลองหาลูกมือตัวน้อย หรือ ผู้ช่วยตัวโตมาช่วยทำอะไรง่ายๆ ร่วมกันก็เป็นวันครอบครัวที่อบอุ่นอีกวันหนึ่งแล้วนะคะ

ผัดมาม่าหมูสับกระเพรากรอบ

ผัดมาม่าหมูสับกระเพรากรอบ

คราวนี้มานำเสนอเมนูมาม่าที่ดัดแปลงให้แตกต่างจากเดิมที่เรานำมาต้ม ๆ ใส่เครื่องกันนะคะ โดยผนวกระหว่างมาม่า และกระเพรา ที่บางท่านเรียกว่าเป็นอาหารสิ้นคิด เวลาที่จะทานอาหารแล้วนึกไม่ออกว่าจะสั่งแม่ค้าว่าอะไรดีน่ะค่ะ ผลลัพธ์จะออกมาอย่างไร มาเตรียมเครื่องกันเลยนะคะ

ส่วนผสม (สัดส่วนนี้สำหรับ 1 ที่ค่ะ)

1. มาม่ารสต้มยำกุ้ง 1 ห่อ
2. หมูสับ 100 กรัม
3. กระเพรา 1 ถ้วยตวง
4. กระเทียม 3-4 กลีบ
5. พริกขี้หนู 6-7 เม็ด
6. น้ำมันพืช
7. ซีอิ้วขาว
8. น้ำมันหอย
9. น้ำตาลทราย
10. น้ำต้มสุก

ผัดมาม่าหมูสับกระเพรากรอบ

วิธีทำ

1. ตั้งหม้อ ใส่น้ำโดยปริมาณให้คะเนว่าท่วมเส้นมาม่า ใช้ไฟแรงเพื่อต้มน้ำ    พอน้ำเดือดให้หรี่เป็นไฟกลาง นำมาม่าลงไปต้มเลยค่ะ ต้มไปประมาณ        30 วินาที – 1 นาทีก็พอค่ะ เส้นจะเหนียวนุ่มกำลังพอดี (ลองตักเส้นขึ้นมาแล้วจับดูความนุ่มก็ได้ค่ะ) ถ้าต้มนานกว่านั้นเส้นจะเละ เมื่อนำไปผัดจะไม่อร่อยค่ะ แล้วยกลง เทมาม่าและน้ำผ่านกระชอน แล้วนำไปผ่านในน้ำเย็นทันที จากนั้นเทใส่กระชอน ปล่อยทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ จะทำให้เส้นไม่คืนตัวและไม่เกาะกันเป็นก้อน

ผัดมาม่าหมูสับกระเพรากรอบ2. นำกระเพรามาเด็ดเป็นใบ จนได้ประมาณ 1 ถ้วย (ใน 1 ถ้วยจะแบ่งประมาณ 2 ส่วนนะคะ ส่วนแรกเราจะไว้ใช้ทอดให้เป็นกระเพรากรอบ กับอีกส่วนหนึ่งไว้ใส่ผัดให้หอมกลิ่นกระเพราด้วยค่ะ) ล้างน้ำให้สะอาด พักไว้ค่ะ ตั้งกระทะ ใช้น้ำมันไปท่วมพอสมควร ใช้ไฟกลาง เมื่อน้ำมันร้อนให้นำกระเพราลงไปทอดค่ะ ประมาณ 1 ขยุ้มมือนะคะ คะเนเวลาทอดจากที่น้ำที่ค้างอยู่ในกระเพราลงไปกระทบน้ำมัน มันจะกระเด็น ๆ รอจนซาก็ตักขึ้นได้เลยค่ะ เดี๋ยวกระเพราไหม้แล้วสีจะไม่สวยค่ะ ทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำมันนะคะ

ผัดมาม่าหมูสับกระเพรากรอบ3. นำกระเทียมมาแกะเปลือก ทุบและสับหยาบค่ะ ส่วนพริกขี้หนูก็บุบพอแตกให้ได้รสเผ็ดเล็กน้อยนะคะ (แต่ถ้าใครชอบทานเผ็ดมาก ๆ ก็นำไปโขลกให้ละเอียดได้เลยค่ะ)

4. ใช้กระทะใบเดิมจากที่ทอดกระเพราเมื่อสักครู่นี้เลยค่ะ แต่ตักน้ำมันออก เหลือแค่ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะก็พอ ใช้ไฟกลางค่ะ เมื่อน้ำมันร้อนก็นำกระเทียมและพริกขี้หนูลงไปผัดแค่พอหอมนะคะ อย่าผัดนานเดี๋ยวกระเทียมไหม้จะไม่สวยค่ะ จากนั้นนำหมูสับลงไปผัดต่อได้เลย ผัดจนใกล้สุกก็ปรุงรสค่ะด้วยน้ำตาลทราย ซีอิ้วขาว น้ำมันหอย น้ำต้มสุกเล็กน้อย ชิมรสตามชอบเลยนะคะ แต่ที่บ้านชอบผงปรุงรสของมาม่ารสต้มยำกุ้งมากค่ะ ก็เลยนอกจากจะปรุงรสอย่างที่กล่าวมาแล้วก็ใส่ผงปรุงเข้าไปด้วย ซึ่งต้องระวังหน่อยนะคะ ถ้าท่านจะปรุงแบบนี้บ้าง แนะนำให้ใส่ผงปรุงรสเข้าไปก่อน แล้วลองชิมรสก่อนว่าจะใส่เครื่องปรุงอะไรเพิ่มเติมค่ะ

ผัดมาม่าหมูสับกระเพรากรอบ 

      ผัดมาม่าหมูสับกระเพรากรอบ

5. เมื่อปรุงรสเสร็จแล้วก็นำมาม่าลงไปผัด คลุกเคล้าให้เข้ากันดีค่ะ   จากนั้นใส่กระเพราที่ยังเหลืออีกส่วนหนึ่งลงไปผัดค่ะ ประมาณ 4-5 ทีก็พอนะคะ แล้วก็ปิดไฟเตา พร้อมตักขึ้นใส่จานได้เลยค่ะ โรยหน้าอีกครั้งด้วยกระเพราทอดกรอบที่เราพักไว้เมื่อสักครู่นี้

6. และแล้วก็มาถึงขั้นตอนสุดท้าย เตรียมช้อนส้อมแล้วมาตักทานกันได้เลยค่ะ รับรองแซ่บถูกใจสมาชิกในบ้านกันแน่นอน

ผัดมาม่าหมูสับกระเพรากรอบ

เส้นหมี่ผัดน้ำพริกเผากุ้ง

เส้นหมี่ผัดน้ำพริกเผากุ้ง

คราวนี้นำเมนูเส้น ๆ มาเสนอเหมือนเดิมค่ะ ไว้สำหรับรับประทานเป็นอาหารมื้อกลางวัน เพราะที่บ้านส่วนใหญ่จะทานเมนูเส้นตอนกลางวันเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งทำให้ต้องคอยหาเมนูเส้นที่เปลี่ยนแบบไปเรื่อย ๆ กันการเบื่อและจำเจค่ะ วันนี้ก็เลยนำเส้นหมี่มาผัดกับน้ำพริกเผาดูบ้าง ส่วนผสมมีอะไรบ้าง มาเตรียมไปพร้อม ๆ กันเลยนะคะ Continue reading “เส้นหมี่ผัดน้ำพริกเผากุ้ง”