ไก่ต้มฟักมะนาวดองเห็ดหอม

ไก่ต้มฟักมะนาวดองเห็ดหอม

เมนูไก่ต้มฟักมะนาวดองอร่อยๆมาเสริฟทานยามเช้ากันจ้า โดยเราจะใช้เป็นน่องไก่กันนะคะ ทำทานกันอร่อยทั้งบ้านได้ง่ายๆในเวลาไม่นานค่ะ โดยเรามีน้ำซุปไก่ที่ทำไว้ตั้งแต่ตอนไหว้เจ้ามาใช้ประโยชน์ด้วยเลยค่ะ ทำทีเดียวใช้คุ้มมากค่ะ โดยเก็บแช่ในช่องแช่แข็งจะใช้ก็นำออกมาอุ่นค่ะ โดยฟักเขียวที่เรานำมาใช้ทำอาหารในวันนี้เราจะใช้ฟักแก่นะคะเพราะเนื้อจะแข็ง และทำให้น้ำซุปรสออกหวานดีค่ะ แต่ถ้าไม่มีก็สามารถใช้ฟักอ่อนทดแทนกันได้ค่ะ  ฟักมีประโยชน์ในเรื่องการช่วยย่อยอาหารและบำรุงร่างกายด้วยนะคะ

วัตถุดิบ (สำหรับทาน 2-3ที่)

  1. น่องไก่ 5-10 น่อง
  2. น้ำซุปไก่ 1 ชาม หรือ คนอร์ก้อน 1 ก้อน
  3. เห็ดหอม 3-5 อัน
  4. ฟัก ½ ลูก
  5. มะนาวดอง 1 ลูก
  6. ต้นหอมผักชี 1-2 ต้น
  7. เกลือ เล็กน้อย
  8. น้ำตาล 1 ช้อนชา
  9. มะนาว 1 ลูก
  10. พริกไทยเล็กน้อย

วิธีทำ

 

  1. ก่อนอื่นให้เรานำเห็ดหอมแช่น้ำทิ้งไว้ก่อน เราแช่ 1 คืนค่ะ เพื่อให้เห็ดดูดน้ำได้พองๆนะคะ
  2. จากนั้นให้เรานำน้ำซุปไก่ไปต้มให้เดือดดีค่ะ ใครจะใช้เป็นคนอร์ก้อนรสไก่ก็ได้ค่ะ นำมาใส่ในน้ำเดือดรสชาติอร่อยไม่แพ้กันเลยค่ะ แล้วก็เตรียมใส่น่องไก่ลงไปต้ม ปิดฝาไว้สัก 5 นาที ระหว่างนี้ก็ไปหั่นฟักกันค่ะ

ไก่ต้มฟักมะนาวดองเห็ดหอม

  1. ให้เรานำฟักมาปลอกเปลือกเอาเม็ดออกให้หมดและหั่นเป็นชิ้นๆค่ะ นำมาใส่ชามพักไว้ก่อนนะคะ และนำมะนาวดองมาหั่นครึ่งเอาเม็ดด้านในออกให้หมดค่ะ เพื่อให้ไม่ขม จากนั้นหั่นเห็ดหอมเป็นชิ้นๆไว้

 

ไก่ต้มฟักมะนาวดองเห็ดหอม

  1. จากนั้นไปดูที่หม้อต้มกันอีกครั้งนะคะ เราจะใช้มีดลองจิ้มลงไปที่น่องไก่ดูว่ามีเลือดซึมออกมาไหมค่ะ เพื่อเช็คว่าสุกรึยัง ถ้ายังไม่สุกก็ให้เอามีดจิ้มทุกน่อง เพื่อให้เนื้อไก่สุกเร็วขึ้นค่ะ แล้วค่อยๆใส่ฟักและเห็ดหอมลงไปทำการปิดฝา จากนั้นต้มต่อไปอีก 5 นาที ที่เราปิดฝาหม้อไว้เผื่อให้ความร้อนเข้าถึงเนื้อไก่และฟักได้ดีค่ะ

ไก่ต้มฟักมะนาวดองเห็ดหอม

  1. พอไก่สุกดีแล้วก็ให้ใส่น้ำมะนาวดองและเนื้อมะนาวดองลงไปในหม้อ และทำการปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อย และน้ำตาล ค่อยๆโรยพริกไทยเล็กน้อยลงไป ลองชิมรสชาติดูตามชอบค่ะโดยจะออกเปรี้ยวๆเค็มๆมีความหวานเล็กน้อยด้วยค่ะพอใกล้เสร็จแล้วเดี๋ยวเราจะใส่มะนาวลงไปเพิ่มความเปรี้ยวตอนท้ายด้วยนะคะจากนั้นปิดไฟ บีบน้ำมะนาวใส่ลงไปค่ะ เพื่อเพิ่มความหอมมะนาวสดๆรสเปรี้ยวอร่อยมากขึ้นค่ะ และตักใส่ชาม โรยด้วยต้นหอมและผักชีเสริฟทานกันร้อนๆค่ะ เหมาะกับทานช่วงหน้าหนาวอากาศเย็นๆมากค่ะ

ร้านบรรยากาศดีริมป่าชายเลน คุ้นลิ้น(ดอนหอยหลอด)

คุ้นลิ้น

ร้านบรรยากาศดีริมป่าชายเลน คุ้นลิ้น(ดอนหอยหลอด)

มาถึงดอนหอยหลอดแล้วเราจะพลาดทานอาหารรสเด็ดกันได้ยังไง วันนี้เราตามรอยมาแวะทานอาหารบรรยากาศดีรสชาติอร่อยที่ร้านชื่อดังของดอนหอยหลอดกันค่ะ กับร้าน “คุ้นลิ้น” ดอนหอยหลอด (เจ้าเก่า) ร้านนี้ไม่มีสาขานะคะเป็นร้านแรกที่เปิดมานานมากแล้ว และมีบรรยากาศดีมากติดป่าชายเลน นั่งทานอาหารได้ลมเย็นๆมาตลอดค่ะ

สำหรับการเดินทางมาที่ร้านนะคะ

เมื่อเราเดินทางมาจากตัวเมืองสมุทรสงคราม เข้าถนนศรัทธาธรรม-ฉู่ฉี่ ตรงไปบริเวณใกล้ศาลกรมหลวงชุมพรและวัดศรัทธาธรรม หรือให้สังเกตตามป้ายบอกทางมาเรื่อยๆค่ะ ซึ่งเราจะเห็นร้านอาหารคุ้นลิ้นหลายชื่อมากนะคะ ให้ตามป้ายคุ้นลิ้น(เจ้าเก่า) มาเลยค่ะ ร้านจะอยู่ก่อนถึงศาลกรมหลวงชุมพร 500 เมตร เลี้ยวขวาเข้ามาจะเห็นร้านคุ้นลิ้นตั้งอยู่ติดทะเลดอนหอยหลอด ทางด้านขวามือค่ะ ขับรถมาจอดได้เลยค่ะมีที่จอดพร้อม
สำหรับใครที่ต้องการจองที่นั่ง หรือ สอบถามเส้นทางสามารถติดต่อที่เบอร์ 089-837-4824
ร้านเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ เวลา 8.00-20.00 น. ค่ะ

ร้านบรรยากาศดีริมป่าชายเลน คุ้นลิ้น(ดอนหอยหลอด)

เมื่อเดินเข้ามาบริเวณร้านจะเห็นบรรยากาศโล่งๆล้อมรอบด้วยต้นไม้ร่มรื่นเห็นป่าชายเลนรอบๆบริเวณนะคะ เดินเข้าไปด้านในร้านอาหารจะมีมุมที่นั่ง 2 แบบคือ นั่งกับพื้นสบายๆ หรือเลือกนั่งแบบโต๊ะรับลมเย็นๆ ส่วนอีกโซนจะต้องรอตอนแดดหมดแล้วถึงจะดีเพราะเป็นแบบเปิดโล่งไม่มีหลังคาค่ะ

ร้านบรรยากาศดีริมป่าชายเลน คุ้นลิ้น(ดอนหอยหลอด)

จากนั้นเราเลือกดูเมนูของทางร้านมาถึงที่นี่ก็คงไม่พ้นต้องสั่งเมนูหอยหลอดมาลองทานกันค่ะเราเลือกทานเป็น หอยหลอดผัดฉ่าจานละ 180 บาท เสริฟมาร้อนๆหน้าตาน่าทานดีค่ะ ตัวหอยให้มาเยอะดี รสชาติไม่ค่อยเผ็ดเท่าไหร่นัก ถ้าผัดให้เข้มข้นจัดจ้านกว่านี้จะอร่อยมากค่ะ

ร้านบรรยากาศดีริมป่าชายเลน คุ้นลิ้น(ดอนหอยหลอด)

จานต่อมาเป็น ต้มยำปลากระบอก ราคา 280 บาท ซึ่งเสริฟมาแบบหม้อไฟค่ะ เนื้อปลาสดดี น้ำต้มยำก็โล่งชื่นใจดีค่ะ ไม่เผ็ดมากทานได้กำลังดี เนื้อปลาให้มาเยอะดี

ร้านบรรยากาศดีริมป่าชายเลน คุ้นลิ้น(ดอนหอยหลอด)

จานสุดท้ายคือ เมนูประจำจังหวัดนะคะ ปลาทูสามรส ราคา 120 บาท ได้ปลาทูมา 4 ตัวราดน้ำสามรส ซึ่งปลาทูทอดมาได้กรอบดี หัวกรอบมากทานได้หมดแทบทั้งตัวเลยค่ะ น้ำที่ราดมาก็ยังไม่ค่อยเข้มข้นนักออกรสหวานๆมากกว่าค่ะ

ร้านบรรยากาศดีริมป่าชายเลน คุ้นลิ้น(ดอนหอยหลอด)

เราลองสั่งน้ำเชอร์รี่สดมาทาน เป็นเชอร์รี่ไทยค่ะ คั้นมาสดๆก็อร่อยชื่นใจดีนะคะแก้วละประมาณ 40บาท ยังมีน้ำอื่นๆอย่างฝรั่ง อัญชันให้เลือกทานค่ะ

หลังจากคิดเงินมื้อนี้ทาน 2 คนอิ่มมากค่ะ ราคาอยู่ที่ 750 บาท พอทานเสร็จเราก็เดินเล่นส่วนที่เป็นมุมพักผ่อนของทางร้าน ให้ถ่ายรูปเล่น เดินชมป่าชายเลนรอบๆก่อนกลับค่ะ

ทานอาหารไทยเก๋ๆ ที่ KATI (กะทิ)

ทานอาหารไทยเก๋ๆ ที่ KATI (กะทิ)

วันนี้เราพามาทานอาหารที่ร้านเล็กๆน่ารัก ชื่อร้าน KATI (กะทิ) ในซอย สุขุมวิท 49 กันนะคะ โดยร้านนี้อยู่ในโครงการพิมาน49 แหล่งรวมร้านอาหารอร่อยๆของย่านนี้ค่ะ สามารถนำรถไปจอดได้เลยค่ะและแสตมป์บัตรที่ร้านค่ะ ร้านอยู่ด้านซ้ายมือแถบร้านไก่ย่างเสือใหญ่เกือบริมในสุดค่ะ

ร้านมีที่นั่งด้านนอกหน้าร้าน เหมาะกับการนั่งทานตอนเย็นๆค่ะ และด้านในห้องแอร์เย็นสบายค่ะ ทั้งร้านมีโต๊ะนั่งประมาณ 10 โต๊ะ ได้ค่ะ

ทานอาหารไทยเก๋ๆ ที่ KATI (กะทิ)

ร้านตกแต่งเก๋ไก๋มากค่ะ ด้านข้างอิฐมอญสวยงามมีการนำชาม จานโบราณแบบไทยๆมาตกแต่งด้วยค่ะ ที่โต๊ะกระดาษรองจานน่ารักมากค่ะ ออกแบบเก๋ๆ จะถ่ายรูปมุมไหนก็ดูสวยไปหมด จากนั้นพนักงานนำเมนูมาให้เรา ในเมนูเป็นเล่มภาษาอังกฤษหมดเลย สงสัยจะเน้นต่างชาติมากกว่าคนไทยนะคะ และมีให้ดูรูปเมนูจาก tablet ด้วยค่ะ อาหารของทางร้านจะเป็นอาหารออแกร์นิคค่ะ ซึ่งไม่ใช้สารเคมีต่างๆในการปลูกผัก หรือเลี้ยงสัตว์ค่ะ

ทานอาหารไทยเก๋ๆ ที่ KATI (กะทิ)

สำหรับจานแรกที่มาเสริฟเป็น ออเดิร์ฟฟรีๆให้ค่ะ ไข่ตุ๋น 1 ถ้วยใส่ในถ้วยขนมมาน่ารักดีค่ะ 1 คนต่อ 1 ถ้วยค่ะ ไข่ตุ๋นจะตุ๋นออกแข็งมากกว่าปกตินะคะ แต่ก็อร่อยดีค่ะ รอสักพักอาหารที่สั่งก็มาเสริฟค่ะ

ทานอาหารไทยเก๋ๆ ที่ KATI (กะทิ)

เราสั่งเป็น ผัดไทยกุ้งสดค่ะ ราคา 280 บาท กุ้งตัวโตดีค่ะเสริฟมา 2 ตัวในจาน ถึงว่าราคาแพงกว่าผัดไทปกติเป็นร้อยค่ะ เส้นผัดไทยออกแข็งสักหน่อยค่ะ มีถาดเครื่องปรุงมาด้วยค่ะ เก๋มากใส่ในภาชนะกระทงใบตอง เป็นเครื่องปรุง พริก น้ำตาล มะนาว ถั่วลิสงบด ถั่วงอก ผัก รสชาติโดยรวมอร่อยค่ะ จานใหญ่ดี ทานคนเดียวเกือบไม่หมดค่ะ

1-6

ส่วนเครื่องดื่มเราสั่งเป็นน้ำลิ้นจี่ ราคา 95 บาท รสชาติหวานๆเปรี้ยวๆเข้ากันดีค่ะ เป็นน้ำลิ้นจี่สดๆผสมกับมะนาวค่ะ ในแก้วมีลูกลิ้นจี่ลูกใหญ่อยู่ด้วยค่ะ ได้ทานทั้งเนื้อและน้ำเลย

ตบท้ายด้วยของหวานอย่าง ไอศกรีมข้าวเหนียวมะม่วง ราคา 90 บาท ค่ะ เสริฟมาน่ารักอีกแล้วในจานไม้มีข้าวเหนียวนิ่มๆส่วนไอศกรีมเสริฟมาในถ้วยแก้ว ได้เนื้อมะม่วงดีมากค่ะออกเปรี้ยวเล็กน้อย ทานคู่กันกับข้าวเหนียวเหมือนได้กินข้าวเหนียวมะม่วงจริงๆเลยนะคะ

ทานอาหารไทยเก๋ๆ ที่ KATI (กะทิ)

ทานเสร็จคิดเงินราคาอาหารมื้อนี้ ทั้งหมดเป็นเงิน 500กว่าบาทค่ะ

สำหรับการเดินทางมาร้านนะคะ ถ้าใช้รถยนต์ส่วนตัวก็เข้าเส้นสุขุมวิท และเลี้ยวเข้าซอยสุขุมวิท 49 ค่ะ โครงการพิมาน 49 จะอยู่ก่อนถึงรพ.สมติเวชนะคะ สังเกตขวามือค่ะ ป้ายโครงการชัดเจนค่ะ

หากใครเดินทางโดยรถไฟฟ้าถือว่าสะดวกมากค่ะลงรถไฟฟ้า สถานีพร้อมพงษ์ หรือ ทองหล่อ ต่อรถมอเตอร์ไซด์เข้ามาค่ะก็จะถึงที่หมายแล้วค่ะ

ย้อนอดีตในวัยเยาว์ กับมีนา วิลล่า

มีนา วิลล่า

ย้อนอดีตในวัยเยาว์ กับมีนา วิลล่า

วันนี้พาออกนอกกรุงเทพ ไปจังหวัดที่ใกล้ ๆ นี่เองค่ะ ขับรถเพียง 1.30 -2 ชั่วโมงเท่านั้นเอง คุณก็จะได้สัมผัสบรรยากาศที่มีกลิ่นอายของท้องทุ่งนิด ๆ นั่นคือนครนายกค่ะ จังหวัดนครนายกถือได้ว่าเป็นจังหวัดที่ไปได้ง่าย มีสถานที่ท่องเที่ยว และสถานที่ที่น่าสนใจอยู่พอสมควร แต่วันนี้จะพาไป 4 in 1 ในสถานที่เดียวค่ะกับ มีนา วิลล่า

ย้อนอดีตในวัยเยาว์ กับมีนา วิลล่า

มีนา วิลล่า เป็นสถานที่เพิ่งเปิดตัวมาได้เมื่อประมาณ 2-3 ปีมานี้เอง แต่น่าสนใจมาก ๆ ตรงที่สถานที่นี้เป็นทั้งรีสอร์ท ให้นอนพัก, มีร้านอาหาร ให้นั่งทานกันคลายหิว, มีที่ shopping ให้คุณ ๆ ได้เลือกซื้อของติดไม้ติดมือกลับบ้าน เพื่อไปเป็นของฝากได้ และสุดท้ายยังเป็นร้านกาแฟสุดเก๋อีกด้วย โดยสถานที่นี้ใช้ theme การตกแต่งของร้าน ในแนวผสมผสานทั้งในแนวยุคใหม่ วัยรุ่น ๆ ดูสบาย มาผนวกกับการดึงเรากลับเข้าไปย้อนวันวานในอดีตวัยเยาว์กับตัวละครในหนังสือเรียนภาษาไทย อย่างบรรดามานะ มานี ปิติ ชูใจ ได้อย่างลงตัวทีเดียว

ย้อนอดีตในวัยเยาว์ กับมีนา วิลล่า

 

ในร้านกาแฟมานีนั้น ยังมีการตกแต่งร้านซึ่งน่าจะเป็นของสะสมของเจ้าของเอง ซึ่งเป็นของเล่น ของใช้ในอดีต นำมาเรียงวางภายในร้านทำให้ตัวร้านมีความแปลก ฉีกแนวออกไปจากร้านกาแฟ อีกทั้งร้านในแนวแบบนี้ยังหาไม่ได้ในนครนายก จึงนับว่าน่าสนใจมาก ๆ นะคะ

ย้อนอดีตในวัยเยาว์ กับมีนา วิลล่า

ในขณะที่คุณเพลิดเพลินกับกาแฟถ้วยโปรดในมือแล้ว ก็ยังสามารถเพลิดเพลินกับวิวภายนอก ซึ่งเป็นธรรมชาติมาก ๆ และยังเพลิดเพลินกับวิวภายในที่เป็นเครื่องเล่น หรือเครื่องใช้ที่คุณอาจเคยคุ้นตามาเมื่อยังเด็ก มีมุมให้คุณได้เลือกเซลฟี่เพื่ออวดเพื่อน ๆ ใน social ของคุณได้เยอะทีเดียวค่ะ และตัวร้านยังเชื่อมต่อกับสถานที่ซื้อสินค้า ที่ทางร้านจัดเตรียมไว้ โดยจะเป็นเสื้อผ้าเสียส่วนใหญ่นะคะ แต่หากต้องการจะดื่มด่ำกับบรรยากาศแบบนี้ให้นานขึ้น ก็ติดต่อห้องพักเพื่อจะนอนค้างคืนได้เลยค่ะ ซึ่งภายในห้องพักก็มีให้เลือกการตกแต่งได้หลายแบบแตกต่างกันไปไม่ซ้ำกันเลยค่ะ

ย้อนอดีตในวัยเยาว์ กับมีนา วิลล่า

การเดินทางมามีนา วิลล่า ให้หาทางที่จะไปวัดหลวงพ่อปากแดงนะคะ แล้วคุณจะผ่านตลาดโรงเกลือ รถจะติดบริเวณนั้นบ้างค่ะ เมื่อเลยจากจุดนั้นก็ขับรถตรงขึ้นไปเรื่อย ๆ ให้สังเกตด้านขวามือไว้จะเห็นป้ายทางเข้าของรีสอร์ท โดยจะอยู่ก่อนถึงสี่แยกประชาเกษมค่ะ แต่หากไม่มั่นใจกลัวจะหาไม่เจอ รับเบอร์นี่ไปเลยค่ะ โทร  09-0938-0470, 037 349 964 เพื่อติดต่อสอบถามเส้นทางและข้อมูลอื่น ๆ ได้นะคะ

ย้อนอดีตในวัยเยาว์ กับมีนา วิลล่า

ทานขนมหวานจิบชายามบ่ายที่ Bake a wish

Bake a wish

ทานขนมหวานจิบชายามบ่ายที่ Bake a wish

มาเดินเล่นที่เมกาบางนา จนเหนื่อยแล้วเราก็มาหาของหวานพักทานกันต่อค่ะ ที่ร้านขนมชื่อ Bake a wish เป็นเบอร์เกอรี่สไตล์ญี่ปุ่น มีเมนูเด่นเป็นชูครีมทั้งแบบแป้งนิ่มลูกเล็ก แบบแป้งกรอบลูกใหญ่สะใจให้ลองทานกันค่ะ

ร้านอยู่ตรงชั้น 2 ตรงหน้าฟูจิเลยค่ะ เป็นแนวระเบียงพอดีค่ะ สังเกตได้ง่ายด้านหน้าร้านมีเคาท์เตอร์เครื่องดื่ม ทั้งร้อนเย็นสูตรพิเศษของทางร้านด้วยค่ะ และที่พลาดไม่ได้กับชูครีมลูกโตๆที่โชว์ทุกไส้แบบเน้นๆ ไว้ให้เราเลือกทานกันค่ะมีทั้งไส้ครีมปกติ ชาเขียว ชอคโกแลต มีชูครีมรสใหม่รสมะพร้าวอ่อนด้วยค่ะ หรือใครจะซื้อกลับบ้านก็ได้ค่ะ

ทานขนมหวานจิบชายามบ่ายที่ Bake a wish

หลังจากที่ส่องที่ตู้เบเกอร์รี่ ที่โชว์เค้กหลากหลายมากค่ะ เราก็เลือกทานเป็นเค้ก Snow queen , ชูครีมรสออริจินัล, กาแฟ และชา 1 กาค่ะเป็นชา Twinings เพราะได้เวลาจิบชายามบ่ายพอดีค่ะ สั่งเสร็จก็รอจ่ายเงินและไปนั่งทานที่โต๊ะค่ะจะมีป้ายออเดอร์ให้เราไว้ค่ะ

ที่นั่งของร้านเป็นโต๊ะเล็กๆน่ารักค่ะ ถ้าไปกันหลายคนต้องจองโต๊ะใหญ่ที่มีแค่โต๊ะเดียวค่ะ ไม่ก็เอาโต๊ะมาต่อกัน แค่ขนมและเครื่องดื่มที่เราสั่งกันวันนี้วาง ปุ๊ปเต็มโต๊ะเลยค่ะ แน่นมาก

ทานขนมหวานจิบชายามบ่ายที่ Bake a wish

Crispy Chou 50 บาท เราสั่งรสครีมปกติมาทานค่ะ เป็นชูครีมลูกใหญ่ เนื้อแป้งกรอบ ด้านในไส้เต็มๆค่ะ ชอบที่ความหวานของครีมกำลังดีค่ะยิ่งทานเย็นๆยิ่งอร่อยค่ะ เคยทานรสชาเขียวเราว่าอร่อยเข้มข้นดีค่ะ ส่วนชอคโกแลตก็อร่อยใช้ได้เลย เพื่อบอกว่าทานยากไปหน่อย เค้าชอบแบบแป้งนิ่มลูกเล็ก ทานง่ายกว่าค่ะ

ทานขนมหวานจิบชายามบ่ายที่ Bake a wish

Snow Queen 110 บาท เค้กชิ้นนี้เห็นสตอเบอร์รี่ลูกโตโตตรงกลางแล้วอดใจไม่ไหวต้องสั่งเลยค่ะ คำแรกที่ตักเข้าปากนิ่มนุ่มมากค่ะ ครีมอร่อยเนื้อเค้กก็นิ่ม มีสตอเบอร์รี่ด้านล่างอีกด้วยเปรี้ยวเล็กน้อยตัดรสหวานได้ดีค่ะ แค่ได้ทานสตอเบอร์รี่ก็ฟินมากเลยค่ะ เสริฟแล้วรีบทานตอนเย็นๆอร่อยมากค่ะ

ทานขนมหวานจิบชายามบ่ายที่ Bake a wish

Americano (hot) 65 บาท กาแฟ รสเข้มใช้ได้ค่ะ มีน้ำตาลหลากหลายแบบให้เราเลือกด้วยนะคะ จะเป็นแบบธรรมดา sugar free เลือกได้เลยค่ะ สำหรับใครที่ไม่ต้องการสั่งเครื่องดื่มทางร้านมีเสริฟน้ำเปล่าให้อยู่แล้วค่ะซึ่งสามารถเติมได้ ที่ชั้นด้านหลังจะมีเหยือกตั้งอยู่ค่ะ

ทานขนมหวานจิบชายามบ่ายที่ Bake a wish

Twinings (กา)90 บาท เป็นเอิร์ลเกรย์ ชาชงมาร้อนๆ รสชาตินุ่มๆ กลิ่นหอมอ่อนๆ ทานคล่องคอดีค่ะ หากทานหมดแล้วสามารถให้พนักงานเติมน้ำร้อนได้อีกค่ะ ทานได้หลายแก้วเลยค่ะ สำหรับ 1 กา

รวมของหวานมื้อนี้กับชายามบ่าย ราคา 300กว่าบาททานกัน 3 คนก็กำลังดีค่ะ ได้ลิ้มรสเค้กอร่อยกันเพลิดเพลินค่ะ

ร้านเปิด 10.00-22.00 น.ค่ะ เบอร์โทร 02-1051813 ค่ะ

ข้าวยำเกาหลีสุดอร่อย ที่ The Bibimbab

บิบิมบับ

ข้าวยำเกาหลีสุดอร่อย ที่The Bibimbab

ร้านชื่อน่ารักอาหารเกาหลี ร้านนี้เคยได้ยินชื่อเสียงมานานแล้วค่ะ วันนี้เลยขอลองทานดูสักหน่อย กับร้าน The Bibimbab (บิบิมบับ) ซึ่งคำว่าบิบิมบับ แปลว่าข้าวยำเกาหลี โดย บิบิม คือ การคลุกเคล้า  การยำ คำว่า บับ หมายถึงข้าว นั่นเอง ร้านนี้มีสาขาตั้งอยู่หลายที่วันนี้เราจะมาทานสาขาเมกาบางนากันค่ะ ร้านอยู่ชั้น 2 โซนของกิน เดินข้างนอกเลยค่ะ ใกล้ๆกับ starbuck ค่ะ

ด้านหน้าร้านเป็นไม้ตกแต่งให้สไตล์ความโบราณร่วมสมัย มีป้ายร้านชัดเจนค่ะ มีที่นั่งหลายโต๊ะเลยกว้าง โล่ง ดูสะอาดตาดีค่ะ

ข้าวยำเกาหลีสุดอร่อย ที่The Bibimbab

พอเข้าไปพนักงานก็พาไปนั่งที่โต๊ะ แล้วนำเมนูให้เราเลือกทานค่ะ เมนูมีไม่มากนักเป็นข้าวยำสารพัดหน้า หมู ไก่ เนื้อ มีทั้งภาษาไทย เกาหลี อังกฤษ โดยบอกรายละเอียดวัตถุดิบเป็นภาษาอังกฤษค่ะ หรือจะเป็นเมนูอื่นๆเป็นข้าวผัด และซุปค่ะ รวมถึงของหวานอย่างบิงซู น้ำแข็งใสสไตล์เกาหลีด้วยค่ะ

เรา สั่งเมนูเด็ดของที่นี่มาลองกันค่ะเป็น ข้าวยำเกาหลีเนื้อ กับข้าวยำเกาหลีไก่ ข้าวผัดกิมจิ และ ซุปกิมจิมาลองทานกันค่ะ โดยบนโต๊ะจะมีแผ่นกระดาษเป็นวิธีการทานข้าวยำเกาหลีค่ะ ว่าต้องทำอย่างไรบ้าง

ก่อนทานพนักงานจะนำเครื่องเคียงมาเสริฟบนโต๊ะมี 5 อย่างด้วยกันค่ะ เป็นกิมจิ เต้าหู้ แตงกวาดอง บุก และอันสุดท้ายไม่รู้ว่าผักอะไร ไว้ทานคู่กันกับข้าวยำค่ะ คนเกาหลีนี่เค้าเน้นทานผักกันนะคะ

ข้าวยำเกาหลีสุดอร่อย ที่The Bibimbab

ข้าวยำเกาหลีเนื้อ (Bulgogi Bibimbabป 220บาท เสริฟมาในหม้อหินร้อนๆค่ะ จากนั้นพนักงานก็นำซอสมาให้ แล้วเราก็นำซอสใส่ลงไป ซอสไม่เผ็ดค่ะ เราใส่หมดถ้วยเลย จากนั้นรีบใช้ช้อนคลุกเร็วๆค่ะ เพื่อให้ส่วนผสมเข้ากัน ถ้าปล่อยไว้นานข้าวด้านล่างก็อาจไหม้ได้นะคะ พอทุกอย่างคลุกผสมกันแล้ว เราก็ลงมือทานกันค่ะ ในนี้จะมีเนื้อวัว ผักต่างๆค่ะ รสชาติไม่ขมนะคะอร่อยดีแต่เป็นผักแปลกๆที่เราไม่รู้จัก

ข้าวยำเกาหลีสุดอร่อย ที่The Bibimbab

ข้าวยำเกาหลีไก่( Dakgalbi Bibimbab) 210 บาท จานนี้ก็คล้ายๆจานแรกข้าวยำเนื้อค่ะ รสชาติทั้ง 2 จานจะออกกลางๆค่ะ ไม่เค็มเท่าไหร่ ไม่หวาน และไม่เผ็ด เป็นสไตล์แบบเกาหลีๆค่ะ

ข้าวยำเกาหลีสุดอร่อย ที่The Bibimbab

ข้าวผัดกิมจิ( Kimchi Fired Rice) 200 บาท จานนี้มีไข่ดาวด้านบนด้วยค่ะ ซึ่งเป็นข้าวผัดกิมจิ กับแฮม ใช้วิธีเดียวกันคลุกเหมือนกันค่ะ รสชาติกลางๆค่ะ ทานคู่กับผักเคียงไปด้วยอร่อยดีค่ะ

ข้าวยำเกาหลีสุดอร่อย ที่The Bibimbab

ซุปกิมจิ( Kimchijigae) 200 บาท จานนี้เอามาไว้ซดน้ำทาน จริงๆข้าวที่สั่งก็จะมีน้ำซุปให้ด้วยนะคะ ซุปเข้มข้นดีค่ะ มีเนื้อหมูด้วย ผักกิมจิ เต้าหู้ ชุดนี้มีข้าวกับน้ำซุปให้ด้วยเหมือนกันค่ะ

ข้าวยำเกาหลีสุดอร่อย ที่The Bibimbab

หลังจากทานเสร็จแล้วใครที่อยากทานของหวานก็สามารถสั่งบิงซู น้ำแข็งใสเกาหลีที่หน้าตาน่าทานมากค่ะ แต่เราอิ่มกันพอแล้วคิดเงินกันดีกว่าค่ะ ราคาประมาณ 800กว่าบาททาน 3 คนก็ไม่แพงมากนะคะใครที่ชอบอาหารเกาหลีๆแบบต้นฉบับก็ต้องมาลองที่ร้านนี้นะคะโดยเฉพาะ ข้าวยำเกาหลีค่ะ

ไข่เจียวแหนมใบกระเพราแซ่บๆ

ไข่เจียวแหนมใบกระเพรา

ไข่เจียวแหนมใบกระเพราแซ่บๆ

ไข่เจียวธรรมดาๆทานมาเยอะแล้ววันนี้เรามีสูตรไข่เจียวแปลกใหม่มาให้ลองทำกันค่ะกับสูตร ไข่เจียวแหนมใบกระเพราแซ่บๆ ซึ่งทำทานกันง่ายๆด้วยวัตถุดิบที่มีในครัวนะคะ เรามาลองทำทานกันเลยค่ะว่าจะแซ่บขนาดไหน (สำหรับคนไม่ทานเผ็ดแนะนำว่าไม่ต้องใส่พริกลงไปก็ได้นะคะ) แหนมเป็นการถนอมอาหารอย่างหนึ่งนะคะ ซึ่งนำหมูมาหมักให้มีรสเปรี้ยว และยังดิบอยู่เวลาทานจำเป็นต้องนำมาปรุงให้สุกก่อนทานนะคะไม่งั้นอาจมีพยาธิ หรือแบคทีเรียต่างๆได้ โดยส่วนมากเราจะเห็นนิยมทำพวกอาหารอีสานอย่าง ยำแหนม โดยนิยมทานคู่กับพริกสดต่างๆเพื่อให้รสชาติเข้ากันดีค่ะ เราสามารถหาซื้อได้ง่ายนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเซเว่น ตลาดสด หรือ ซุปเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ ซื้อมาก็สามารถเก็บไว้ได้นานค่ะ เมนูนี้ก็เป็นเมนูง่ายๆ ที่อยากให้ลองทำทานกันดูนะคะ รับลองว่าแซ่บค่ะ มาลงมือทำกันเลยดีกว่าค่ะ

วัตถุดิบ (สำหรับทาน 2 ที่)

  1. ไข่ไก่ 2 ฟอง
  2. แหนม 1/2 ถ้วยตวง
  3. พริก 3-5 เม็ด
  4. น้ำปลา1/2 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
  6. น้ำตาล 1 ช้อนชา
  7. ใบกระเพรา 1 กำ
  8. น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ

ไข่เจียวแหนมใบกระเพราแซ่บๆ

วิธีทำ

  1. ก่อนอื่นให้เราล้างใบกระเพราและเด็ดใบออกสะเด็ดน้ำนำมาพักไว้ก่อน และให้นำแหนมสดมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆไว้ ขนาดให้พอดีทานค่ะ

ไข่เจียวแหนมใบกระเพราแซ่บๆ

  1. จากนั้นให้หั่นพริกสดประมาณ 3-5 เม็ดเป็นชิ้นเล็กๆเตรียมไว้ค่ะ เท่านี้เราก็ว่าเผ็ดแล้วนะคะ ใครที่ชอบทานเผ็ดอาจเพิ่มได้อีกตามความชอบค่ะ
  2. จากนั้นตอกไข่ไก่2 ฟอง (อาจเพิ่มอีกฟองได้นะคะ)ใส่ชามเจียวไข่ไว้ ตามด้วยแหนม และพริกที่ซอยไว้แล้ว ปรุงรสเพิ่มความอร่อยด้วย น้ำปลา1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาวลงไป 1 ช้อนชา น้ำตาลเล็กน้อย 1 ช้อนชา และใส่ใบกระเพราลงไป คนให้เข้ากันดี
  3. จากนั้นตั้งกระทะใส่น้ำมันเยอะหน่อย แล้วพอกระทะเริ่มร้อนให้ค่อยๆใส่ไข่ที่ปรุงไว้ลงไป ใช้ไฟกลางค่ะ ทอดให้เหลืองหอมทั้ง 2 ด้านนะคะ

ไข่เจียวแหนมใบกระเพราแซ่บๆ

  1. พอสุกดีแล้วนำขึ้นมาใส่จานและ ตกแต่งด้วยพริกแดง( นำพริกมาหั่นตามแนวยาวค่ะ ) และเด็ดยอดใบกระเพรามาตกแต่งด้านบนจานเพื่อความสวยงามน่าทานมากยิ่งขึ้น เป็นอันเสร็จพร้อมทานแล้วค่ะ หน้าตาน่าทานมากเลยนะคะ รสชาติของเมนูนี้ออกเปรี้ยวๆเผ็ดๆค่ะ มีความเค็มนิดหน่อย อาจเพิ่มพริกน้ำปลามะนาวทานคู่กันด้วยก็ดีค่ะ เป็นยังไงค่ะทำทานง่ายไม่ยากเลยนะคะ แต่ก็สามารถแซ่บได้ลงตัวดีค่ะ

ต.รุ่งโรจน์ เตี๋ยวชามใหญ่

ต.รุ่งโรจน์ เตี๋ยวชามใหญ่

ต.รุ่งโรจน์ เตี๋ยวชามใหญ่

ร้านนี้เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาอร่อยๆทำเอง 100% โดยเราวิ่งจากสนามบินสุวรรณภูมิเข้าเส้นกิ่งแก้วค่ะ ตรงมาเรื่อยๆตรงซอยกิ่งแก้ว 58 จะเห็นร้านอยู่ซ้ายมือค่ะ ร้านี้มีสาขาแรกน่าจะเป็นคลองเตย และมาเปิดสาขานี้ที่กิ่งแก้วค่ะ หรือถ้าเราวิ่งจากเส้นบางนา-ตราด เลี้ยวซ้ายเข้าถนนกิ่งแก้ว ทางที่จะไปสนามบินสุวรรณภูมิ ยูเทรินมาที่ซอยกิ่งแก้ว 58ค่ะ สังเกตจะอยู่ช่วงสะพานลอยค่ะ จอดรถข้างทางได้เลยค่ะ เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา  8.00- 16.00 น.ค่ะ

ต.รุ่งโรจน์ เตี๋ยวชามใหญ่

เดินเข้าไปในร้านวันนี้มาเช้าคนเลยน้อยหน่อย มีป้ายการันตีความอร่อยอยู่หน้าร้านด้วยค่ะว่าอร่อยจริงๆ ที่ทำก๋วยเตี๋ยวอยู่หน้าร้านเลย

มีที่นั่งด้านหน้าร้าน และด้านในร้านกั้นห้องไว้ค่ะ เราเลือกนั่งทานด้านหน้าร้านอากาศกำลังดีค่ะตอนเช้า ได้เห็นพนักงานทำงานกันขยันขันแข็งด้วย โต๊ะเป็นสแตนเลสนั่งสบายๆติดกันค่ะ

ต.รุ่งโรจน์ เตี๋ยวชามใหญ่

จากนั้นพนักงานก็มารับออเดอร์ เราเล็งไว้แต่แรกแล้วค่ะเพราะหิวมากข้าวเช้ายังไม่ได้กิน สั่งเส้นเล็กต้มยำ vip กับ เส้นเล็กเย็นตาโฟ vip ให้คุณแฟนทานค่ะ ดีที่หักห้ามใจสั่งแค่นี้นะคะเพราะว่าชามของที่นี่ใหญ่มากค่ะ ใหญ่จริงๆ vip เท่ากับ ก๋วยเตี๋ยวธรรมดา 2 ชามได้ค่ะ จะกินหมดไหมนะ ถ้าสั่งชามธรรมดาราคา 35บาทค่ะ vip 45 บาท

เส้นเล็กต้มยำ vip จานละ 45 บาท ราคาถูกมาถ้าเทียบกับปริมาณนะคะแถม ลูกชิ้นที่ใส่มาในชามนี่ไม่ใช่น้อยค่ะแต่ละชิ้นใหญ่ๆทั้งนั้น ไม่ผิดหวังจริงๆที่มาทานร้านนี้ค่ะ รสชาติน้ำซุปก็อร่อยลูกชิ้นปลาก็อร่อยมากจริงๆค่ะ

ต.รุ่งโรจน์ เตี๋ยวชามใหญ่

ลืมบอกไปว่าเครื่องปรุงยังมีขนาดใหญ่เลยค่ะ ใส่เป็นแก้วใหญ่ๆ พริกของร้านนี้เผ็ดมากค่ะ ใส่นิดเดียวก๋เผ็ดมากเราไม่รู้ใส่ไปตามปกติเผ็ดจนอยากร้องไห้เลยค่ะ

เส้นเล็กเย็นตาโฟ vip ราคา  45 บาท จานใหญ่ไม่แพ้กันค่ะ คุณแฟนผู้ชายทานหมดบอกอิ่มมาก รสชาติเย็นตาโฟอร่อยมากค่ะ ใส่เครื่องลูกชิ้นก็เหมือนกับต้มยำนะคะ

ต.รุ่งโรจน์ เตี๋ยวชามใหญ่

จากนั้นพนักงานเดินมาถามเอาน้ำอะไรเราเห็นมีน้ำชาฟรีให้ทานด้วยค่ะ เลยเอาแต่น้ำแข็งเปล่าค่ะ รสชาติชาของที่นี่อร่อยดีค่ะชื่นใจๆ ทีสำคัญฟรีค่ะ
มื้อนี้จ่ายไปแค่ 100 กว่าบาทเองค่ะ แต่อิ่มมากเลย เนื่องจากเราพยายามกินให้หมดชามด้วยเพราะอร่อยจริงๆไม่งั้นทานไม่หมดแน่ๆค่ะ ถือเป็นร้านที่ต้องมาลองทานกันค่ะแนะนำเลยประหยัดคุ้มค่ามาก เห็นคนที่มานั่งทานมักสั่งพวกลูกชิ้น เกี๊ยวกลับบ้านกันค่ะ ไม่สงสัยเลยว่าทำไมถึงสั่งกันเป็นถุงเป็นกิโลๆเลยค่ะ ลูกชิ้นปลาอร่อยมาก อยากทานอีกลืมซื้อกลับบ้านด้วย ก๋วยเตี๋ยวก็อร่อยมากให้ 5 ดาวเลยค่ะ

ร้านอารมณดี ไก่ย่างเขาสวนกวาง

ไก่ย่างเขาสวนกวาง

ร้านอารมณดี ไก่ย่างเขาสวนกวาง

วันนี้เราแวะมาเดินเล่นที่ตลาดเรือบิน ชื่อเก๋ๆแบบนี้จะพลาดได้ยังไง ที่มีชื่อแบบนี้เพราะว่าจะมีเครื่องบินผ่านแทบทุก15นาทีได้ค่ะ ตั้งอยู่ใกล้ๆสนามบินสุวรรณภูมินั่นเอง ที่นี่มีของกิน ร้านอาหาร และ ของใช้ให้เลือกสรรกันเยอะค่ะ ใครอยากมาเที่ยวเปิด ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ 16.00-22.00 น. อยู่ตรงซอยบางปลา43 (เทพารักษ์ กม. 17) ใกล้ๆวัดบางโฉลงค่ะ แถมมีที่จอดรถเยอะค่ะ ทำให้มีร้านอาหารเปิดใหม่แถวตลาดเรือบินหลายร้านเลยค่ะ วันนี้เราเห็นร้านไก่ย่างเขาสวนกวางมาเปิดเลยไปทานกันค่ะ ร้านจริงๆชื่อ อารมณ์ดี ค่ะมีเมนูไก่ย่างเขาสวนกวางเป็นเมนูเด่นมาขาย โดยเฉพาะค่ะ ร้านใหญ่พอสมควรค่ะด้านหน้ามีโชว์ย่างไก่กันด้วยค่ะ

ร้านอารมณดี ไก่ย่างเขาสวนกวาง

ด้านในมีเคาท์เตอร์ตำส้มตำ ทำอาหารด้านหน้า แถมมีย่างไก่กันสดใหม่ให้เห็นๆกันด้วยค่ะ ที่นั่งข้างในมีหลายโต๊ะอยู่ค่ะ ตกแต่งเรียบๆ ค่ะ เมนูอาหารก็เป็นประเภทส้มตำ อาหารอีสานเป็นหลัก ที่สำคัญไก่ย่างเมนูเด็ดที่ห้ามพลาดค่ะ

ร้านอารมณดี ไก่ย่างเขาสวนกวาง

เราเลือกสั่งตำอารมณ์ดี มาทานชื่อแปลกดี เลยลองสั่งมาทานค่ะ ราคาจานละ 60 บาทไม่แพงค่ะ ในจานคล้ายๆส้มตำทะเลค่ะ รสชาติอร่อยดีเปรี้ยวๆหวานๆไม่เผ็ดมาก มีข้าวเกรียบกรอบๆโรยมาด้านบนเต็มจานด้วยค่ะ เป็นเมนูที่สร้างสรรค์ใช้ได้เลยค่ะ ชอบๆทานจนหมดจานเลยค่ะ

ร้านอารมณดี ไก่ย่างเขาสวนกวาง

จานต่อมาไก่ย่างเขาสวนกวางครึ่งตัว ราคา 70 บาท (ถ้า 1 ตัว 140บาทค่ะ) ไก่ตัวไม่ใหญ่มากเท่าไหร่นะคะแต่สำหรับทาน 2 คนก็เยอะค่ะ  เสริฟมาร้อนๆค่ะ ครึ่งตัวกำลังดีค่ะ ต้องจิ้มกับน้ำจิ้มมะขามเข้ากันดี แต่น้ำจิ้มให้น้อยไปหน่อย เราต้องขอเพิ่มอีกค่ะ แต่ก็สามารถขอเพิ่มได้ตลอดนะคะ

ร้านอารมณดี ไก่ย่างเขาสวนกวาง

จานสุดท้ายเป็นเมนูน้ำตกหมู ราคา 60 บาท รสชาติอร่อยดีค่ะ เนื้อหมูย่างมามีติดมันเล็กน้อย ทานแล้วนุ่มอร่อยกำลังดีเลยค่ะ ปรุงรสมาไม่ได้เผ็ดมากเราว่ากำลังดีสำหรับคนที่ไม่ค่อยทานเผ็ดแบบเรานะคะ แล้วก็สั่งข้าวเหนียวมาทานด้วยกัน เสริฟใส่กระติ๊บเล็กๆน่ารักดี ราคา 10 บาท ทานง่าย นุ่มอร่อยดีค่ะ

ร้านอารมณดี ไก่ย่างเขาสวนกวาง

คิดค่าราคาอาหารมื้อนี้ราคา สองร้อยกว่าบาทค่ะ ไม่แพงเลยค่ะ ทาน 2 คนอิ่มอร่อยค่ะ คราวหน้าไม่พลาดแน่ๆกับร้านส้มตำอร่อยๆรสชาติดีแบบนี้ค่ะ สำหรับใครที่อยากมาเดินเล่นตลาดนัดเรือบิน และมาทานที่ร้าน ร้านเปิดวัน อังคาร – อาทิตย์ เวลา 10.00-20.00 น. หยุดทุกวันจันทร์นะคะ สามารถโทรสอบถามได้ที่เบอร์ร้าน 089-9219096 ค่ะ หาไม่ยากร้านอยู่ตรงข้ามตลาดเรือบินเลยค่ะ

ใครที่แวะมาเที่ยวแล้วอย่าลืมมาหาของอร่อยๆทานกันที่ร้านนี้นะคะ รับรองว่าจะติดใจค่ะ

ผ่านมาชะอำ ต้องแวะร้าน “ปลาทู”

ร้านปลาทู ชะอำ

ผ่านมาชะอำ ต้องแวะร้าน “ปลาทู"

ชะอำ เป็นทะเลที่อยู่ในเขตจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเดินทางไม่ไกลจากกรุงเทพเลย ขับรถก็ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น จึงถือได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตสำหรับผู้ที่ต้องการไปทะเลอีกที่หนึ่ง และเมื่อมาถึงสิ่งหนึ่งที่คู่กับการท่องเที่ยวคือการหาอร่อย ๆ ทานไปด้วยในตัว หากมาถึงชะอำแล้ว แนะนำให้แวะร้านอาหารร้านนี้เลยค่ะ กับร้าน “ปลาทู” (Platoo Restaurant)

ผ่านมาชะอำ ต้องแวะร้าน “ปลาทู"

ผ่านมาชะอำ ต้องแวะร้าน “ปลาทู"

ร้านปลาทู ถือได้ว่าเป็นร้านอาหารที่มีวิวทะเลดีที่สุดร้านหนึ่งของชะอำทีเดียวค่ะ เพราะอะไรนั่นหรือคะ ก็เพราะว่าร้านนี้ติดทะเลแบบสุด ๆ ชนิดว่าเพียงไม่กี่ก้าวคุณก็เดินลงทะเลได้เลย บรรยากาศภายในร้านก็คงคล้ายกับร้านอาหารทะเล ที่มักเป็นพื้นที่กว้างเปิดโล่ง มีโต๊ะไว้รองรับลูกค้าได้นับร้อยค่ะ โดยมีทั้งส่วนในร้านที่มุงหลังคากันแดดกันลม และส่วนที่ได้นั่งอยู่ริมชายหาดจริง ๆ ลองนึกถึงบรรยากาศแบบพระอาทิตย์ตกดิน แล้วนั่งทานอาหารกับคนรู้ใจ คงจะดีไม่ใช่น้อยนะคะ นอกจากจะมีบรรยากาศที่ดีแล้ว อาหารก็อร่อยอีกด้วยค่ะ โดยได้รับการันตีความอร่อยจากหลากหลายรายการอาหาร อาทิเช่น หมึกแดง, รายการไม่ลองไม่รู้ ตลอดจนนักชิมจากหนังสือพิมพ์, นิตยสาร และทีวีอีกมากมาย มีคนดังการันตีมากมายขนาดนี้อดใจกันไม่ไหวแล้วใช่ไหมคะ เราไปลองดูอาหารกันค่ะ

ผ่านมาชะอำ ต้องแวะร้าน “ปลาทู"

ร้านปลาทู มีอาหารหลากหลายประเภทด้วยกัน ริมทะเลแบบนี้ อาหารที่ขาดไม่ได้ก็คืออาหารทะเลค่ะ ที่มีทั้งความสดใหม่ อีกทั้งยังมีอาหารสไตล์ยุโรป ทานเคล้ากับไวน์ชั้นดี นอกจากนี้ยังมีอาหารไทยพื้นบ้านต่าง ๆ ฟังจากชื่อร้านก็คงพอจะทราบว่าร้านนี้นำปลาทูมาทำเป็นอาหารเด็ด ๆ มากมาย เช่น ต้มยำปลาทูสูตรโบราณ, ปลาทูฉู่ฉี่, ปลาทูแดดเดียว, ปลาทูย่าง ผักสะเดา น้ำปลาหวาน, เมี่ยงปลาทู หรือก้างปลาทูทอดกรอบ เป็นต้น นี่เป็นเพียงตัวอย่างรายการอาหารเท่านั้นนะคะ หากไปถึงร้านนี่คุณ ๆ คงเปิดเมนูหลายรอบมาก เพราะจะสั่งเมนูนี้ก็เสียดายอีกเมนู เข้าทำนองรักพี่เสียดายน้องนั่นเองค่ะ

ผ่านมาชะอำ ต้องแวะร้าน “ปลาทู"

การเดินทางมาร้านปลาทู หากขับรถจากกรุงเทพ ตั้งต้นที่สี่แยกชะอำทางไปหัวหินประมาณ 8 กิโลเมตร ให้สังเกตทางด้านซ้ายจะมีป้ายทางเข้าร้านอยู่ ขับเข้าไปตามทางแล้วจะเจอร้านได้ไม่ยาก (ร้านจะอยู่ติดกับโรงแรมโนโวเทลค่ะ) นอกจากทางร้านจะมีบริการร้านอาหารอร่อย ๆ แล้ว หากคุณมองหาสถานที่จัดเลี้ยง ก็สามารถติดต่อที่นี่ได้นะคะ และที่ครอบคลุมมากไปกว่านั้นทางร้านยังมีโซนของรีสอร์ทให้คุณติดต่อห้องพักเพื่อพักผ่อนริมทะเลได้อีกด้วยที่เบอร์ 081-3783789, 081-3783798, 032-508175

ผ่านมาชะอำ ต้องแวะร้าน “ปลาทู"