ชอบเมนูปลา ต้องร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขง

ชอบเมนูปลา ต้องร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขง

วันนี้พาเที่ยวอีสานบ้านเฮา และมาไกลถึงจังหวัดนครพนมทีเดียวค่ะ และเมื่อมาเยือนถิ่นนี้แล้ว สิ่งที่ไม่ควรพลาดนั่นคือ การไปกราบสักการะพระธาตุพนม ทั้งนี้เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ตน อีกทั้งยังถือได้ว่าพระธาตุพนมนั้น เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดนครพนมอีกด้วย หลังจากไหว้พระธาตุพนมกันเรียบร้อย หากร่างกายต้องการพลังงาน เราก็มาเติมท้องกันที่ร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขงกันค่ะ ร้านนี้อยู่ไม่ไกลจากพระธาตุพนม หากมี Google map ก็สามารถค้นหาร้านนี้ได้เลยค่ะ

ชอบเมนูปลา ต้องร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขง

ร้านนี้เป็นร้านอาหารไทย และมีดีที่ปลาค่ะ เพราะมีความสดใหม่มาก ร้านก็บรรยากาศดีอยู่ติดริมแม่น้ำโขงเลย มีเพียงถนนเล็ก ๆ หนึ่งเส้นคั่นกลางเท่านั้น คุณสามารถเอร็ดอร่อยกับอาหารเมนูปลา รวมทั้งดื่มด่ำกับวิวแม่น้ำโขง เรียกได้ว่าบรรยากาศฟินสุด ๆ ไปเลยค่ะ

ชอบเมนูปลา ต้องร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขง

ร้านเอื้องคำนี้ถือได้ว่าเป็นร้านดังร้านหนึ่งในอำเภอธาตุพนม ของนครพนมเลยค่ะ เปิดให้บริการมาเป็นระยะเวลาพอสมควรแล้ว ภายในร้านโปร่งโล่ง เป็นร้านประมาณ 2 คูหา ภายในร้านจัดวางโต๊ะไว้บริการลูกค้าได้ประมาณ 50-60 ท่าน หากอากาศร้อนมีพัดลมคอยบริการตลอดค่ะ

ชอบเมนูปลา ต้องร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขง
ส้มตำไทย

 

มาดูเมนูเด็ด ๆ ของทางร้านกันดีกว่าค่ะ ยังคงติดใจกับเมนูส้มตำเหมือนเดิม จัดมา 2 อย่างทั้งส้มตำไทย และส้มตำปลาร้าค่ะ ขอบอกว่าอีสานแถบนี้ ปลาร้าเขาใช้ต้มนะคะ กระบวนการจัดทำของเขาสะอาดมาก ๆ ปกติดิฉันไม่ทานปลาร้า แต่พอมาที่นี่ทานแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยว่าใส่ปลาร้ามาด้วย อร่อยเด็ดมาก ๆ ค่ะ

ชอบเมนูปลา ต้องร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขง
ส้มตำปลาร้า

 

ชอบเมนูปลา ต้องร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขง
ต้มยำปลาบึก

 

เมนูถัดมาเป็นปลาคังผัดฉ่า ตามมาด้วยต้มยำปลาบึก และลาบปลาคัง เรียกได้ว่าแซ่บทั้ง 3 เมนูเลย รสชาติจัดจ้าน อร่อยมาก ๆ ค่ะ

ชอบเมนูปลา ต้องร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขง
ผัดฉ่าปลาคัง

 

ชอบเมนูปลา ต้องร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขง
ลาบปลาคัง

 

เมื่อทานเมนูเผ็ด ๆ กันไปแล้ว ก็มาดูเมนูรสชาติค่อนข้างจืด เพื่อให้รสชาติตัดสลับกันบ้างกับเมนูคะน้าปลาเค็ม ที่ปลาเค็มรสชาติความเค็มกำลังดีและหอมมากค่ะ และเมนูปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม ที่ทอดมาได้กรุบกรอบทานได้ทั้งตัวค่ะ

ชอบเมนูปลา ต้องร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขง
คะน้าปลาเค็ม

 

สำหรับคนไม่ชอบทานเผ็ด อาจต้องแจ้งน้องที่รับออเดอร์ด้วยนะคะ  เพราะอาหารที่มานั้นรสชาติค่อนข้างเผ็ดจัด อาจจะเนื่องจากต้องการดับคาวของปลา แต่ในส่วนตัวคิดว่า ปลาที่ทางร้านนำมาทำสดใหม่มาก ความคาวจึงไม่น่าจะมีปัญหาค่ะโดยรวมจึงถือว่าเป็นร้านที่แนะนำนะคะ หากผ่านมาที่นครพนมค่ะ

ชอบเมนูปลา ต้องร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขง
ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม

 

ร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขง เปิดให้บริการทุกวันค่ะ สามารถโทรติดต่อสอบถามเส้นทาง ตลอดจนเวลาให้บริการได้ที่เบอร์ของทางร้าน 089-843-4537 และ 086-241-9441 ร้านนี้ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงค่ะ

 

 

 

 

ครัวใจใส ใส่ใจสุขภาพ สกลนคร

ครัวใจใส ใส่ใจสุขภาพ สกลนคร
ครัวใจใส ใส่ใจสุขภาพ สกลนคร
พระธาตุเชิงชุม ยามค่ำ

 

พาตะลอนชิมร้านอาหารเก่าแก่และร้านดังที่สกลนครมาถึง 2 ร้านไปแล้ว คือร้านเลิศรส ไข่กะทะ และร้านบิ๊กอ้วน อาหารเวียดนาม มาคราวนี้พามาทานอาหารที่เป็นแนวเพื่อสุขภาพบ้าง กับครัวใจใส

ครัวใจใส ใส่ใจสุขภาพ สกลนคร

ครัวใจใส เขาเกริ่นชื่อไว้ว่าร้านนี้ขายอาหารประเภทเจ และมังสวิรัติ ฟังอย่างนี้หลายท่านที่ชอบทานเนื้อสัตว์อาจลังเล แต่อยากจะบอกว่าขอให้ท่านลองแวะไปทานค่ะ เพราะร้านนี้ทำอาหารฉีกแนวอาหารเจ และอาหารมังสวิรัติที่เราเคยเห็นและเคยทานกันมาอย่างแน่นอน และขอบอกว่ารสชาติอาหารแต่ละจานอร่อยเด็ดมาก ๆ ค่ะ

ครัวใจใส ใส่ใจสุขภาพ สกลนคร

ครัวใจใส ตั้งอยู่ที่ถนนมรรคาลัย ตรงข้ามกับโรงเรียนเทศบาล 3 สกลนครค่ะ แต่เดิมร้านนี้เป็นร้านขายพวกต้นไม้และอุปกรณ์ทำสวนทุกชนิด แต่เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ได้แบ่งพื้นที่เล็ก ๆ ส่วนหนึ่งมาทำเป็นร้านอาหารขายอาหารประเภทเจและมังสวิรัติ โดยตัวร้านกรุกระจกโดยรอบ ทำให้มองเห็นทัศนียภาพภายนอกร้านได้ดี ภายในมีโต๊ะไว้รองรับเพื่อบริการลูกค้า ได้ประมาณ 20-30 ท่าน อาจจะไม่ได้มากมายนัก แต่ก็มีข้อดีที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกได้ถึงความเป็นส่วนตัว และมีความเรียบง่ายค่ะ

ครัวใจใส ใส่ใจสุขภาพ สกลนคร
สลัดใบชา

 

มาดูเมนูสุขภาพของที่นี่กันบ้างนะคะว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง เริ่มที่ สลัดใบชา ที่ผักมาสด ๆ มากันครบครัน ราดมาด้วยน้ำปรุงรสที่มีส่วนผสมของใบชาด้วยทำให้มีความหอมอ่อน ๆ เจืออยู่ เมื่อมาทานคู่กับผักสดเข้ากันมาก ๆ ค่ะ

ครัวใจใส ใส่ใจสุขภาพ สกลนคร
ข้าวผัดหนำเลี๊ยบ

 

ครัวใจใส ใส่ใจสุขภาพ สกลนคร
ข้าวอบหม้อดิน

 

เมนู ข้าวผัดหนำเลี๊ยบ และข้าวอบหม้อดิน รสชาติกำลังดี ข้าวผัดทำออกมาได้ดี เม็ดร่วนผัดกับหนำเลี๊ยบได้เข้าถึงเนื้อมาก ๆ ส่วนข้าวอบหม้อดินที่ให้ความหอมอวล ๆ ในข้าว อร่อยมากค่ะ

ครัวใจใส ใส่ใจสุขภาพ สกลนคร
ยำวุ้นเส้น

 

ครัวใจใส ใส่ใจสุขภาพ สกลนคร
ยำสาหร่าย

เมนูยำวุ้นเส้น ที่แทนที่เนื้อสัตว์ด้วยเห็ดญี่ปุ่น และยำสาหร่าย ที่มาครบเครื่อง และเมื่อราดด้วยน้ำยำรสเด็ดแล้ว เมนูนี้ก็อร่อยไม่แพ้เมนูอื่น ๆ เช่นกัน และมาตบท้ายกันที่โกยซี่หมี่ ที่ลักษณะคล้ายราดหน้า แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็นหน่อไม้ก็กลายมาเป็นเมนูโกยซี่ และแทนที่เนื้อสัตว์ด้วยเห็ดหลากหลายชนิด เรียกได้ว่าเป็นมื้อแห่งสุขภาพ

ครัวใจใส ใส่ใจสุขภาพ สกลนคร
โกยซีหมี่

 

ที่บอกว่าร้านนี้แตกต่างจากร้านอาหารเจและมังสวิรัติร้านอื่น ๆ เพราะเรามักพบร้านอื่น ๆ มักนำฟองเต้าหู้ หรือโปรตีนเกษตรมาทำเลียนแบบเนื้อสัตว์ แต่ร้านนี้เป็นการนำผักและเห็ดชนิดต่าง ๆ มาทำเป็นเมนูอาหาร และที่สำคัญอาหารทุกเมนูอร่อย รสชาติดีมาก ๆ ค่ะ

ครัวใจใส ใส่ใจสุขภาพ สกลนคร

นอกจากนี้แล้วยังมีเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพมากมาย อาทิ น้ำมะตูม น้ำแก่นตะวัน น้ำคำฝอย เป็นต้น เรียกได้ว่ามาร้านนี้คุณจะได้อิ่มอร่อยและสุขภาพที่ดีกลับไปเต็ม ๆ อย่างแน่นอน หากสนใจแวะเวียนไปชิม สามารถโทรติดต่อสอบถามเส้นทางกันได้ที่ 089-6180880 และหลังอิ่มอร่อยแล้วหากไม่รีบกลับ ก็สามารถเดิมช็อปปิ้งต้นไม้ หินสี หรืออุปกรณ์ตกแต่งสวนติดไม้ติดมือกลับไปเพิ่มเติมจากที่นี่ได้อีก และอย่าลืมแวะสักการะพระธาตุเชิงชุม และหลวงพ่อพระองค์แสน สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองสกล พร้อมเดินตลาดผ้าคราม ซื้อผ้าสวย ๆ กลับไปเป็นของฝากกันด้วยนะคะ

 

 

 

 

สะตอผัดกุ้งหมูสับและปลาหมึก

สะตอผัดกุ้งหมูสับและปลาหมึก

สะตอผัดกุ้งหมูสับและปลาหมึก

วันนี้ขอนำเมนูสะตอมานำเสนอค่ะ “สะตอผัดกุ้งหมูสับและปลาหมึก” คงเป็นอาหารที่คุ้นเคยกันดีนะคะ ซึ่งรสชาติของสะตอจะมันๆค่ะ กลิ่นก็เฉพาะตัวมาก เป็นกลิ่นเหม็นเขียวที่ค่อนข้างแรง เวลาทานแล้วก็จะมีกลิ่นติดปากนานเลยจึงไม่แนะนำให้ทานช่วงเช้านะคะ เวลามาทำอาหารจะเน้นเป็นอาหารรสเผ็ดสักหน่อยนะคะ  เจ้าสะตอเป็น ผักของทานภาคใต้นะคะนิยมนำมาทำอาหารรสชาติเผ็ดจึงจะเข้ากันดีมากกว่าค่ะ ลักษณะเป็นฝักๆคล้ายกับถั่ว แต่เม็ดใหญ่มาก การแกะออกมาด้วยมือเปล่าก็ยากค่ะ ประโยชน์ของสะจอ ช่วยเรื่องบำรุงสายตา แถมยังช่วยให้เจริญอาหาร พร้อมป้องกันหลอดเลือดอุดตัน ช่วยลดความดันโลหิต ยังมีประโยชน์อีกมากนะคะ ทานสะตอแล้วดีมีประโยชน์ไม่ใช่เล่นเลยค่ะ มาลงมือทำทานกันเลยดีกว่าค่ะ

วัตถุดิบ (สำหรับทาน 2-3คน)

  1. สะตอ 1ถ้วยตวง
  2. พริกแกงเผ็ด 1ช้อนโต๊ะ
  3. กุ้ง 5 ตัว
  4. หมูสับ ½ ถ้วยตวง
  5. ปลาหมึก 3 ตัว
  6. กระเทียม 2 หัว
  7. น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
  8. ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  9. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

(เนื้อสัตว์ปรับเปลี่ยนได้ตามความชอบเลยค่ะ)

สะตอผัดกุ้งหมูสับและปลาหมึก

วิธีทำ

  1. สำหรับคนที่ขี้เกียจแกะสะตอ วันนี้เรามีวิธีแกะสะตอแบบรวดเร็วมาฝากกันด้วยค่ะ ซึ่งทำให้การทำอาหารได้ง่ายยิ่งขึ้นนะคะ โดยนำสะตอมาแกะเปลือกออก โดยวันนี้เราจะใช้มีดเฉือนลงไปที่กึ่งกลางเม็ดสะตอตามแนวนอนนะคะ  จากนั้นก็แกะเม็ดสะตอออกมาได้เลย และล้างน้ำค่ะ ง่ายมากเลยนะคะวิธีนี้ ทำแล้วสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้หลายวันเลยค่ะ โดยให้เก็บใส่กล่องพลาสติกปิดฝาให้สนิทนะคะ สามารถทำทานได้หลายมื้อเลยค่ะ
  1. จากนั้นให้เรานำกระเทียมมาปลอกเปลือกและสับ ให้ละเอียดดีค่ะ นำหมูสับมาเตรียมไว้ และกุ้งนำมาล้างหั่นส่วนหนวดออก และแกะเปลือกออกค่ะให้ทานง่าย เรายังมีปลาหมึกด้วยนะคะเพิ่มความอร่อยมากขึ้นค่ะ ใครมีเนื้ออย่างอื่นอยากใส่ก็สามารถนำมาใส่เพิ่มลงไปได้เลยตามชอบนะคะ

สะตอผัดกุ้งหมูสับและปลาหมึก

  1. เตรียมตั้งกระทะค่ะ ใส่น้ำมันลงไป 1 ช้อนโต๊ะ และตั้งไฟให้น้ำมันร้อนดีแล้ว ใส่เนื้อหมูสับลงไปผัดพอสุกตามด้วยเนื้อกุ้งและปลาหมึกลงไปผัดให้พอสุก ค่อยๆใส่พริกแกงเผ็ดตามลงไปค่ะ ทำการผัดให้เข้ากันรอจนเนื้อเริ่มสุกดีแล้วก็ตามด้วยสะตอที่แกะแล้วลงไป ปรุงรสด้วยน้ำมันหอยเล็กน้อย2 ช้อนโต๊ะ ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ  น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา ชิมรสชาติดูค่ะ และปิดไฟเสริฟใส่จานค่ะ

สะตอผัดกุ้งหมูสับและปลาหมึก

ไก่ต้มฟักมะนาวดองเห็ดหอม

ไก่ต้มฟักมะนาวดองเห็ดหอม

เมนูไก่ต้มฟักมะนาวดองอร่อยๆมาเสริฟทานยามเช้ากันจ้า โดยเราจะใช้เป็นน่องไก่กันนะคะ ทำทานกันอร่อยทั้งบ้านได้ง่ายๆในเวลาไม่นานค่ะ โดยเรามีน้ำซุปไก่ที่ทำไว้ตั้งแต่ตอนไหว้เจ้ามาใช้ประโยชน์ด้วยเลยค่ะ ทำทีเดียวใช้คุ้มมากค่ะ โดยเก็บแช่ในช่องแช่แข็งจะใช้ก็นำออกมาอุ่นค่ะ โดยฟักเขียวที่เรานำมาใช้ทำอาหารในวันนี้เราจะใช้ฟักแก่นะคะเพราะเนื้อจะแข็ง และทำให้น้ำซุปรสออกหวานดีค่ะ แต่ถ้าไม่มีก็สามารถใช้ฟักอ่อนทดแทนกันได้ค่ะ  ฟักมีประโยชน์ในเรื่องการช่วยย่อยอาหารและบำรุงร่างกายด้วยนะคะ

วัตถุดิบ (สำหรับทาน 2-3ที่)

  1. น่องไก่ 5-10 น่อง
  2. น้ำซุปไก่ 1 ชาม หรือ คนอร์ก้อน 1 ก้อน
  3. เห็ดหอม 3-5 อัน
  4. ฟัก ½ ลูก
  5. มะนาวดอง 1 ลูก
  6. ต้นหอมผักชี 1-2 ต้น
  7. เกลือ เล็กน้อย
  8. น้ำตาล 1 ช้อนชา
  9. มะนาว 1 ลูก
  10. พริกไทยเล็กน้อย

วิธีทำ

 

  1. ก่อนอื่นให้เรานำเห็ดหอมแช่น้ำทิ้งไว้ก่อน เราแช่ 1 คืนค่ะ เพื่อให้เห็ดดูดน้ำได้พองๆนะคะ
  2. จากนั้นให้เรานำน้ำซุปไก่ไปต้มให้เดือดดีค่ะ ใครจะใช้เป็นคนอร์ก้อนรสไก่ก็ได้ค่ะ นำมาใส่ในน้ำเดือดรสชาติอร่อยไม่แพ้กันเลยค่ะ แล้วก็เตรียมใส่น่องไก่ลงไปต้ม ปิดฝาไว้สัก 5 นาที ระหว่างนี้ก็ไปหั่นฟักกันค่ะ

ไก่ต้มฟักมะนาวดองเห็ดหอม

  1. ให้เรานำฟักมาปลอกเปลือกเอาเม็ดออกให้หมดและหั่นเป็นชิ้นๆค่ะ นำมาใส่ชามพักไว้ก่อนนะคะ และนำมะนาวดองมาหั่นครึ่งเอาเม็ดด้านในออกให้หมดค่ะ เพื่อให้ไม่ขม จากนั้นหั่นเห็ดหอมเป็นชิ้นๆไว้

 

ไก่ต้มฟักมะนาวดองเห็ดหอม

  1. จากนั้นไปดูที่หม้อต้มกันอีกครั้งนะคะ เราจะใช้มีดลองจิ้มลงไปที่น่องไก่ดูว่ามีเลือดซึมออกมาไหมค่ะ เพื่อเช็คว่าสุกรึยัง ถ้ายังไม่สุกก็ให้เอามีดจิ้มทุกน่อง เพื่อให้เนื้อไก่สุกเร็วขึ้นค่ะ แล้วค่อยๆใส่ฟักและเห็ดหอมลงไปทำการปิดฝา จากนั้นต้มต่อไปอีก 5 นาที ที่เราปิดฝาหม้อไว้เผื่อให้ความร้อนเข้าถึงเนื้อไก่และฟักได้ดีค่ะ

ไก่ต้มฟักมะนาวดองเห็ดหอม

  1. พอไก่สุกดีแล้วก็ให้ใส่น้ำมะนาวดองและเนื้อมะนาวดองลงไปในหม้อ และทำการปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อย และน้ำตาล ค่อยๆโรยพริกไทยเล็กน้อยลงไป ลองชิมรสชาติดูตามชอบค่ะโดยจะออกเปรี้ยวๆเค็มๆมีความหวานเล็กน้อยด้วยค่ะพอใกล้เสร็จแล้วเดี๋ยวเราจะใส่มะนาวลงไปเพิ่มความเปรี้ยวตอนท้ายด้วยนะคะจากนั้นปิดไฟ บีบน้ำมะนาวใส่ลงไปค่ะ เพื่อเพิ่มความหอมมะนาวสดๆรสเปรี้ยวอร่อยมากขึ้นค่ะ และตักใส่ชาม โรยด้วยต้นหอมและผักชีเสริฟทานกันร้อนๆค่ะ เหมาะกับทานช่วงหน้าหนาวอากาศเย็นๆมากค่ะ

ร้านบรรยากาศดีริมป่าชายเลน คุ้นลิ้น(ดอนหอยหลอด)

คุ้นลิ้น

ร้านบรรยากาศดีริมป่าชายเลน คุ้นลิ้น(ดอนหอยหลอด)

มาถึงดอนหอยหลอดแล้วเราจะพลาดทานอาหารรสเด็ดกันได้ยังไง วันนี้เราตามรอยมาแวะทานอาหารบรรยากาศดีรสชาติอร่อยที่ร้านชื่อดังของดอนหอยหลอดกันค่ะ กับร้าน “คุ้นลิ้น” ดอนหอยหลอด (เจ้าเก่า) ร้านนี้ไม่มีสาขานะคะเป็นร้านแรกที่เปิดมานานมากแล้ว และมีบรรยากาศดีมากติดป่าชายเลน นั่งทานอาหารได้ลมเย็นๆมาตลอดค่ะ

สำหรับการเดินทางมาที่ร้านนะคะ

เมื่อเราเดินทางมาจากตัวเมืองสมุทรสงคราม เข้าถนนศรัทธาธรรม-ฉู่ฉี่ ตรงไปบริเวณใกล้ศาลกรมหลวงชุมพรและวัดศรัทธาธรรม หรือให้สังเกตตามป้ายบอกทางมาเรื่อยๆค่ะ ซึ่งเราจะเห็นร้านอาหารคุ้นลิ้นหลายชื่อมากนะคะ ให้ตามป้ายคุ้นลิ้น(เจ้าเก่า) มาเลยค่ะ ร้านจะอยู่ก่อนถึงศาลกรมหลวงชุมพร 500 เมตร เลี้ยวขวาเข้ามาจะเห็นร้านคุ้นลิ้นตั้งอยู่ติดทะเลดอนหอยหลอด ทางด้านขวามือค่ะ ขับรถมาจอดได้เลยค่ะมีที่จอดพร้อม
สำหรับใครที่ต้องการจองที่นั่ง หรือ สอบถามเส้นทางสามารถติดต่อที่เบอร์ 089-837-4824
ร้านเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ เวลา 8.00-20.00 น. ค่ะ

ร้านบรรยากาศดีริมป่าชายเลน คุ้นลิ้น(ดอนหอยหลอด)

เมื่อเดินเข้ามาบริเวณร้านจะเห็นบรรยากาศโล่งๆล้อมรอบด้วยต้นไม้ร่มรื่นเห็นป่าชายเลนรอบๆบริเวณนะคะ เดินเข้าไปด้านในร้านอาหารจะมีมุมที่นั่ง 2 แบบคือ นั่งกับพื้นสบายๆ หรือเลือกนั่งแบบโต๊ะรับลมเย็นๆ ส่วนอีกโซนจะต้องรอตอนแดดหมดแล้วถึงจะดีเพราะเป็นแบบเปิดโล่งไม่มีหลังคาค่ะ

ร้านบรรยากาศดีริมป่าชายเลน คุ้นลิ้น(ดอนหอยหลอด)

จากนั้นเราเลือกดูเมนูของทางร้านมาถึงที่นี่ก็คงไม่พ้นต้องสั่งเมนูหอยหลอดมาลองทานกันค่ะเราเลือกทานเป็น หอยหลอดผัดฉ่าจานละ 180 บาท เสริฟมาร้อนๆหน้าตาน่าทานดีค่ะ ตัวหอยให้มาเยอะดี รสชาติไม่ค่อยเผ็ดเท่าไหร่นัก ถ้าผัดให้เข้มข้นจัดจ้านกว่านี้จะอร่อยมากค่ะ

ร้านบรรยากาศดีริมป่าชายเลน คุ้นลิ้น(ดอนหอยหลอด)

จานต่อมาเป็น ต้มยำปลากระบอก ราคา 280 บาท ซึ่งเสริฟมาแบบหม้อไฟค่ะ เนื้อปลาสดดี น้ำต้มยำก็โล่งชื่นใจดีค่ะ ไม่เผ็ดมากทานได้กำลังดี เนื้อปลาให้มาเยอะดี

ร้านบรรยากาศดีริมป่าชายเลน คุ้นลิ้น(ดอนหอยหลอด)

จานสุดท้ายคือ เมนูประจำจังหวัดนะคะ ปลาทูสามรส ราคา 120 บาท ได้ปลาทูมา 4 ตัวราดน้ำสามรส ซึ่งปลาทูทอดมาได้กรอบดี หัวกรอบมากทานได้หมดแทบทั้งตัวเลยค่ะ น้ำที่ราดมาก็ยังไม่ค่อยเข้มข้นนักออกรสหวานๆมากกว่าค่ะ

ร้านบรรยากาศดีริมป่าชายเลน คุ้นลิ้น(ดอนหอยหลอด)

เราลองสั่งน้ำเชอร์รี่สดมาทาน เป็นเชอร์รี่ไทยค่ะ คั้นมาสดๆก็อร่อยชื่นใจดีนะคะแก้วละประมาณ 40บาท ยังมีน้ำอื่นๆอย่างฝรั่ง อัญชันให้เลือกทานค่ะ

หลังจากคิดเงินมื้อนี้ทาน 2 คนอิ่มมากค่ะ ราคาอยู่ที่ 750 บาท พอทานเสร็จเราก็เดินเล่นส่วนที่เป็นมุมพักผ่อนของทางร้าน ให้ถ่ายรูปเล่น เดินชมป่าชายเลนรอบๆก่อนกลับค่ะ

ทานอาหารไทยเก๋ๆ ที่ KATI (กะทิ)

ทานอาหารไทยเก๋ๆ ที่ KATI (กะทิ)

วันนี้เราพามาทานอาหารที่ร้านเล็กๆน่ารัก ชื่อร้าน KATI (กะทิ) ในซอย สุขุมวิท 49 กันนะคะ โดยร้านนี้อยู่ในโครงการพิมาน49 แหล่งรวมร้านอาหารอร่อยๆของย่านนี้ค่ะ สามารถนำรถไปจอดได้เลยค่ะและแสตมป์บัตรที่ร้านค่ะ ร้านอยู่ด้านซ้ายมือแถบร้านไก่ย่างเสือใหญ่เกือบริมในสุดค่ะ

ร้านมีที่นั่งด้านนอกหน้าร้าน เหมาะกับการนั่งทานตอนเย็นๆค่ะ และด้านในห้องแอร์เย็นสบายค่ะ ทั้งร้านมีโต๊ะนั่งประมาณ 10 โต๊ะ ได้ค่ะ

ทานอาหารไทยเก๋ๆ ที่ KATI (กะทิ)

ร้านตกแต่งเก๋ไก๋มากค่ะ ด้านข้างอิฐมอญสวยงามมีการนำชาม จานโบราณแบบไทยๆมาตกแต่งด้วยค่ะ ที่โต๊ะกระดาษรองจานน่ารักมากค่ะ ออกแบบเก๋ๆ จะถ่ายรูปมุมไหนก็ดูสวยไปหมด จากนั้นพนักงานนำเมนูมาให้เรา ในเมนูเป็นเล่มภาษาอังกฤษหมดเลย สงสัยจะเน้นต่างชาติมากกว่าคนไทยนะคะ และมีให้ดูรูปเมนูจาก tablet ด้วยค่ะ อาหารของทางร้านจะเป็นอาหารออแกร์นิคค่ะ ซึ่งไม่ใช้สารเคมีต่างๆในการปลูกผัก หรือเลี้ยงสัตว์ค่ะ

ทานอาหารไทยเก๋ๆ ที่ KATI (กะทิ)

สำหรับจานแรกที่มาเสริฟเป็น ออเดิร์ฟฟรีๆให้ค่ะ ไข่ตุ๋น 1 ถ้วยใส่ในถ้วยขนมมาน่ารักดีค่ะ 1 คนต่อ 1 ถ้วยค่ะ ไข่ตุ๋นจะตุ๋นออกแข็งมากกว่าปกตินะคะ แต่ก็อร่อยดีค่ะ รอสักพักอาหารที่สั่งก็มาเสริฟค่ะ

ทานอาหารไทยเก๋ๆ ที่ KATI (กะทิ)

เราสั่งเป็น ผัดไทยกุ้งสดค่ะ ราคา 280 บาท กุ้งตัวโตดีค่ะเสริฟมา 2 ตัวในจาน ถึงว่าราคาแพงกว่าผัดไทปกติเป็นร้อยค่ะ เส้นผัดไทยออกแข็งสักหน่อยค่ะ มีถาดเครื่องปรุงมาด้วยค่ะ เก๋มากใส่ในภาชนะกระทงใบตอง เป็นเครื่องปรุง พริก น้ำตาล มะนาว ถั่วลิสงบด ถั่วงอก ผัก รสชาติโดยรวมอร่อยค่ะ จานใหญ่ดี ทานคนเดียวเกือบไม่หมดค่ะ

1-6

ส่วนเครื่องดื่มเราสั่งเป็นน้ำลิ้นจี่ ราคา 95 บาท รสชาติหวานๆเปรี้ยวๆเข้ากันดีค่ะ เป็นน้ำลิ้นจี่สดๆผสมกับมะนาวค่ะ ในแก้วมีลูกลิ้นจี่ลูกใหญ่อยู่ด้วยค่ะ ได้ทานทั้งเนื้อและน้ำเลย

ตบท้ายด้วยของหวานอย่าง ไอศกรีมข้าวเหนียวมะม่วง ราคา 90 บาท ค่ะ เสริฟมาน่ารักอีกแล้วในจานไม้มีข้าวเหนียวนิ่มๆส่วนไอศกรีมเสริฟมาในถ้วยแก้ว ได้เนื้อมะม่วงดีมากค่ะออกเปรี้ยวเล็กน้อย ทานคู่กันกับข้าวเหนียวเหมือนได้กินข้าวเหนียวมะม่วงจริงๆเลยนะคะ

ทานอาหารไทยเก๋ๆ ที่ KATI (กะทิ)

ทานเสร็จคิดเงินราคาอาหารมื้อนี้ ทั้งหมดเป็นเงิน 500กว่าบาทค่ะ

สำหรับการเดินทางมาร้านนะคะ ถ้าใช้รถยนต์ส่วนตัวก็เข้าเส้นสุขุมวิท และเลี้ยวเข้าซอยสุขุมวิท 49 ค่ะ โครงการพิมาน 49 จะอยู่ก่อนถึงรพ.สมติเวชนะคะ สังเกตขวามือค่ะ ป้ายโครงการชัดเจนค่ะ

หากใครเดินทางโดยรถไฟฟ้าถือว่าสะดวกมากค่ะลงรถไฟฟ้า สถานีพร้อมพงษ์ หรือ ทองหล่อ ต่อรถมอเตอร์ไซด์เข้ามาค่ะก็จะถึงที่หมายแล้วค่ะ

ผ่านมาชะอำ ต้องแวะร้าน “ปลาทู”

ร้านปลาทู ชะอำ

ผ่านมาชะอำ ต้องแวะร้าน “ปลาทู"

ชะอำ เป็นทะเลที่อยู่ในเขตจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเดินทางไม่ไกลจากกรุงเทพเลย ขับรถก็ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น จึงถือได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตสำหรับผู้ที่ต้องการไปทะเลอีกที่หนึ่ง และเมื่อมาถึงสิ่งหนึ่งที่คู่กับการท่องเที่ยวคือการหาอร่อย ๆ ทานไปด้วยในตัว หากมาถึงชะอำแล้ว แนะนำให้แวะร้านอาหารร้านนี้เลยค่ะ กับร้าน “ปลาทู” (Platoo Restaurant)

ผ่านมาชะอำ ต้องแวะร้าน “ปลาทู"

ผ่านมาชะอำ ต้องแวะร้าน “ปลาทู"

ร้านปลาทู ถือได้ว่าเป็นร้านอาหารที่มีวิวทะเลดีที่สุดร้านหนึ่งของชะอำทีเดียวค่ะ เพราะอะไรนั่นหรือคะ ก็เพราะว่าร้านนี้ติดทะเลแบบสุด ๆ ชนิดว่าเพียงไม่กี่ก้าวคุณก็เดินลงทะเลได้เลย บรรยากาศภายในร้านก็คงคล้ายกับร้านอาหารทะเล ที่มักเป็นพื้นที่กว้างเปิดโล่ง มีโต๊ะไว้รองรับลูกค้าได้นับร้อยค่ะ โดยมีทั้งส่วนในร้านที่มุงหลังคากันแดดกันลม และส่วนที่ได้นั่งอยู่ริมชายหาดจริง ๆ ลองนึกถึงบรรยากาศแบบพระอาทิตย์ตกดิน แล้วนั่งทานอาหารกับคนรู้ใจ คงจะดีไม่ใช่น้อยนะคะ นอกจากจะมีบรรยากาศที่ดีแล้ว อาหารก็อร่อยอีกด้วยค่ะ โดยได้รับการันตีความอร่อยจากหลากหลายรายการอาหาร อาทิเช่น หมึกแดง, รายการไม่ลองไม่รู้ ตลอดจนนักชิมจากหนังสือพิมพ์, นิตยสาร และทีวีอีกมากมาย มีคนดังการันตีมากมายขนาดนี้อดใจกันไม่ไหวแล้วใช่ไหมคะ เราไปลองดูอาหารกันค่ะ

ผ่านมาชะอำ ต้องแวะร้าน “ปลาทู"

ร้านปลาทู มีอาหารหลากหลายประเภทด้วยกัน ริมทะเลแบบนี้ อาหารที่ขาดไม่ได้ก็คืออาหารทะเลค่ะ ที่มีทั้งความสดใหม่ อีกทั้งยังมีอาหารสไตล์ยุโรป ทานเคล้ากับไวน์ชั้นดี นอกจากนี้ยังมีอาหารไทยพื้นบ้านต่าง ๆ ฟังจากชื่อร้านก็คงพอจะทราบว่าร้านนี้นำปลาทูมาทำเป็นอาหารเด็ด ๆ มากมาย เช่น ต้มยำปลาทูสูตรโบราณ, ปลาทูฉู่ฉี่, ปลาทูแดดเดียว, ปลาทูย่าง ผักสะเดา น้ำปลาหวาน, เมี่ยงปลาทู หรือก้างปลาทูทอดกรอบ เป็นต้น นี่เป็นเพียงตัวอย่างรายการอาหารเท่านั้นนะคะ หากไปถึงร้านนี่คุณ ๆ คงเปิดเมนูหลายรอบมาก เพราะจะสั่งเมนูนี้ก็เสียดายอีกเมนู เข้าทำนองรักพี่เสียดายน้องนั่นเองค่ะ

ผ่านมาชะอำ ต้องแวะร้าน “ปลาทู"

การเดินทางมาร้านปลาทู หากขับรถจากกรุงเทพ ตั้งต้นที่สี่แยกชะอำทางไปหัวหินประมาณ 8 กิโลเมตร ให้สังเกตทางด้านซ้ายจะมีป้ายทางเข้าร้านอยู่ ขับเข้าไปตามทางแล้วจะเจอร้านได้ไม่ยาก (ร้านจะอยู่ติดกับโรงแรมโนโวเทลค่ะ) นอกจากทางร้านจะมีบริการร้านอาหารอร่อย ๆ แล้ว หากคุณมองหาสถานที่จัดเลี้ยง ก็สามารถติดต่อที่นี่ได้นะคะ และที่ครอบคลุมมากไปกว่านั้นทางร้านยังมีโซนของรีสอร์ทให้คุณติดต่อห้องพักเพื่อพักผ่อนริมทะเลได้อีกด้วยที่เบอร์ 081-3783789, 081-3783798, 032-508175

ผ่านมาชะอำ ต้องแวะร้าน “ปลาทู"

เห็ดเข็มทองผัดหมูสับน้ำขลุกขลิก

เห็ดเข็มทองผัดหมูสับน้ำคลุกคลิก

วันนี้มีเมนูอร่อยๆจากเห็ดเข็มทองมาฝากกันค่ะ กับเมนู  “เห็ดเข็มทองผัดหมูสับน้ำขลุกขลิก” ทานแล้วได้ทั้งเนื้อและน้ำค่ะ ซึ่งเจ้าเห็ดเข็มทองนี่เป็นผักที่ช่วยในเรื่องการลดน้ำหนักได้ดีเลยนะคะ  เพราะมีสารที่ช่วยในการย่อยสลายและดักจับไขมันในเลือดได้ดีค่ะ ถือเป็นเห็ดที่ดีต่อร่างกายเราๆมากนะคะ แถมรสชาติก็ทานง่ายด้วยค่ะ กรุบกรอบเคี้ยวเพลินดีค่ะ ทานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่นะคะ หาซื้อก็ง่ายราคาก็ไม่แพง สามารถหาซื้อได้ง่ายค่ะไม่ว่าจะเป็นตลาดหรือ ห้างก็มีขายมากมาย เราไปเดินห้างซื้อมาแพ็คละแค่ 15 บาทเองค่ะ ทำทานได้ 1 จานใหญ่ๆกันเลยนะคะมาลองทำทานกันเลยค่ะ

 

วัตถุดิบ (สำหรับทาน 2 ที่)

  1. เห็ดเข็มทอง 1 ห่อ
  2. หมูสับ 1 ถ้วยวตวง
  3. แครอท ½ ถ้วยตวง
  4. พริกสด 4 เม็ด
  5. กระเทียม 1หัว
  6. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  7. ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  8. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  9. พริกไทยเล็กน้อย
  10. น้ำเปล่าเล็กน้อย

เห็ดเข็มทองผัดหมูสับน้ำคลุกคลิก

วิธีทำ

  1. ก่อนอื่นให้เรานำกระเทียมมาปลอกเปลือกออกหั่นซอยไว้ค่ะ และนำพริกสดมาหั่นให้ละเอียดดี หากใครมีครกก็นำลงไปตำให้พอเม็ดแตกดีค่ะ และนำแครอทมาหั่นเป็นชิ้นเล็กไว้ด้วยค่ะ
  1. จากนั้นเราจะหั่นเห็ดเข็มทองกันค่ะ โดยจะตัดส่วนปลายที่เป็นคล้ายรากออกและค่อยๆฉีกออกมาเป็นชิ้นๆเพื่อให้ไม่ติดกันจนเกินไปนะคะ แล้วนำไปล้างน้ำให้สะอาดสะเด็ดน้ำพักไว้ก่อนค่ะ
  2. เตรียมกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อยลงไป พอกระทะเริ่มร้อนให้ใส่กระเทียมและพริกสดลงไปผัดให้พอเหลืองหอม สังเกตจากกลิ่นจะเริ่มหอมค่ะ ตามด้วยเนื้อหมูสับลงไปผัดให้สุกดีค่ะ จากนั้นใส่แครอทที่เราหั่นไว้ตามลงไป และเห็ดเข็มทอง ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ, ซีอิ้วขาว1 ช้อนโต๊ะ ,น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา จากนั้นทำการผัดให้เข้ากันดีโรยพริกไทยเล็กน้อยลงไปด้วยค่ะเพื่อเพิ่มความอร่อย จากนั้นเติมน้ำลงไปค่ะโดยจะใส่น้ำลงไปมากหน่อยให้ออกเป็นน้ำคลุกคลิกนะคะ แล้วผัดให้เข้ากันอีกครั้งหนึ่งเป็นอันเสร็จค่ะ ทำการปิดไฟเตาค่ะ

เห็ดเข็มทองผัดหมูสับน้ำคลุกคลิก

  1. จากนั้นตักผัดเห็ดเข็มทองหมูสับที่ทำไว้ใส่จาน พร้อมเสริฟทานร้อนๆค่ะ อาจมีทำพริกน้ำปลามะนาวไว้เพิ่มรสชาติสักถ้วยก็ได้นะคะ หากใครมีผักชีก็โรยหน้าด้านบนสักหน่อยให้สวยงามค่ะ เสร็จแล้วนะคะกับเมนูอร่อยและมีประโยชน์จานนี้ค่ะ

เห็ดเข็มทองผัดหมูสับน้ำคลุกคลิก

ไข่ตุ๋นนมสดกุ้งและปูอัด

ไข่ตุ๋นนมสด

ไข่ตุ๋นนมสดกุ้งและปูอัด

เมนูจากไข่วันนี้เป็นอะไรที่ทานง่ายเหมาะกับเด็กและคนสูงอายุค่ะ กับเมนูไข่ตุ๋นนมสดกุ้งและปูอัด เพราะไข่ตุ๋นจะมีเนื้อที่นิ่มๆนุ่มๆค่ะรสชาติไม่จัดจ้าน ทำให้ทานง่ายค่ะ แถมมีประโยชน์จากไข่ไก่ ทั้งโปรตีน และวิตามินนะคะ ช่วยในการซ่อมแซมและเสริมสร้างส่วนต่างๆของร่างกายจึงเป็นเมนูที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัยเลยค่ะ รสชาติที่นุ่มๆทำให้ทานได้ทั้งเป็นกับข้าว หรือทานเล่นระหว่างวันก็ได้นะคะ โดยเฉพาะเป็นเมนูโปรดของเด็กๆค่ะ

เมนูไข่ตุ๋นนมสดกุ้งและปูอัด หาวัตถุดิบทำได้ง่ายมากๆ แค่มีไข่ไก่ ละเนื้อสัตว์อย่างกุ้ง และปูอัด เราก็พร้อมทำทานกันง่ายๆแล้วค่ะ เมนูนี้เราจะต้องเสริฟทานร้อนๆเพื่อให้ได้รสชาติที่อร่อยและมีประโยชน์ โดยเฉพาะทำทานก็ง่ายมากค่ะมาทำทานกันดูนะคะ

วัตถุดิบ (สำหรับทาน 2 ที่)

  1. ไข่ไก่ 2 ฟอง
  2. นมสด ½ กล่อง
  3. ซีอิ้ว หรือ น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  4. กุ้งสด 2 ตัว
  5. ปูอัด 2-3ชิ้น
  6. แครอทหั่นเต๋า 2 ช้อนโต๊ะ
  7. พริกไทยเล็กน้อย
  8. ผักชีสำหรับแต่งหน้า

ไข่ตุ๋นนมสดกุ้งและปูอัด

วิธีทำ

  1. ก่อนอื่นให้เรานำแครอทมาหั่นเต๋าชิ้นเล็กพักไว้ จากนั้นทำการหั่นปูอัดเป็นชิ้นๆเช่นกันขนาดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมจัตุรัส หรือ ใหญ่กว่านั้นเล็กน้อย เพื่อให้ทานได้พอดีคำค่ะ

ไข่ตุ๋นนมสดกุ้งและปูอัด

  1. จากนั้น ทำการตอกไข่ไก่ ทั้ง 2 ฟองลงไปในชามตามด้วยนมสด½ กล่อง และซีอิ้วหรือ น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะลงไป โรยพริกไทยใส่ลงไปเล็กน้อย คนให้เข้ากันดีเป็นเนื้อเดียว แล้วค่อยๆใส่แครอทที่หั่นไว้ลงไป
  2. ให้เรานำเนื้อไข่ที่ทำเสร็จแล้วใส่ในถ้วย หรือภาชนะที่เตรียมไว้สำหรับนำไปนึ่ง ของเราใส่ในถ้วยอลูมิเนียมขนาดเล็กตักได้ 2 ถ้วยพอดีเลยค่ะ จากนั้นให้เราค่อยๆใส่เนื้อปูอัดที่หั่นลงไปในทั้ง 2 ถ้วยค่ะ ใส่ปริมาณพอดีทานตามชอบเลยค่ะ

ไข่ตุ๋นนมสดกุ้งและปูอัด

  1. แล้วให้นำซึ้งมาใส่น้ำลงไปด้านล่างให้ประมาณ 1/3 ของหม้อก็ได้ค่ะและต้มน้ำให้ร้อน พอน้ำเดือดให้นำถ้วยที่ใส่ไข่ตุ๋นไปนึ่งในซึ้ง เราจะใช้เวลานานประมาณ 5 นาที พอครบเวลาให้เรานำกุ้งใส่ลงไปด้านบนตามด้วยใบผักชี ที่เราใส่กุ้งไปตอนหลังเพื่อให้กุ้งสุกนุ่มพอดี หากใส่ลงไปก่อนกุ้งจะสุกเกินไปค่ะ ทำการนึ่งต่ออีก 5นาที แล้วปิดไฟเป็นอันเสร็จค่ะ พร้อมเสริฟใส่จานทานกันเลยค่ะ อาจโรยพริกไทยเพิ่มด้านบนอีกครั้งก็ได้นะคะ บางคนจะทำน้ำปลาพริกไว้ทานคู่กันด้วย แต่เราชอบทานแบบไม่ปรุงอะไรเลยค่ะได้รสชาติไข่ละมุนดีค่ะ เป็นยังไงค่ะทำทานกันไม่ยากเลยนะคะกับเมนูไข่ตุ๋นแบบนี้ค่ะ

ร้านยำแอนด์ตำ ส้มตำสไตล์ฟิวชั่นกลางเมืองกรุง

ร้านยำแอนด์ตำ

ร้านยำแอนด์ตำ ส้มตำสไตล์ฟิวชั่นกลางเมืองกรุง

อาหารอีสาน ประเภทข้าวเหนียว ส้มตำ น้ำตก คิดว่าเป็นอาหารที่ถูกใจคนทุกระดับชั้นนะคะ เราจึงมักเห็นอาหารอีสานเหล่านี้มีมากมาย ตั้งแต่รถเข็น หรือนำมาพ่วงข้างกับมอเตอร์ไซด์เพื่อให้บริการลูกค้าได้มากขึ้น หรือขนาดเปิดเป็นร้านแบบห้องแถว แต่อาหารอีสานได้ถูกยกระดับมานานพอสมควรแล้ว โดยนำมาขึ้นห้าง ขายอยู่ในห้างสรรพสินค้า ตกแต่งร้านได้สวยงาม และมีการแตกยอดของอาหารอีสานออกไปเป็นอาหารสไตล์ฟิวชั่น คือนำวัตถุดิบที่มีอยู่เดิมมาผสมผสานให้มีความแปลกใหม่ ได้สุขภาพ มีหน้าตาน่ารับประทาน แต่ความอร่อยก็ยังมีอยู่เหมือนเดิมค่ะ

ร้านยำแอนด์ตำ ส้มตำสไตล์ฟิวชั่นกลางเมืองกรุง

วันนี้มาธุระแถว ๆ สาทรค่ะ ที่ตึกคิวเฮ้าส์ สังเกตง่าย ๆ ก็คือ ถ้าคุณมาจากถนนพระราม 4 และจะเลี้ยวเข้าถนนสาทร คุณจะพบตึกสูง ๆ ตึกแรกตรงหัวมุม ซึ่งเป็นที่ตั้งของ LH Bank สำนักงานใหญ่ค่ะ วนเข้าตึกหาที่จอดรถได้เลย เพราะวันนี้เราจะมาทานอาหารส้มตำสไตล์ฟิวชั่นกัน กับร้านยำแอนด์ตำ (Yum & Tum) ร้านนี้มีหลายสาขานะคะ แต่เนื่องจากมาธุระที่ตึกนี้ก็พามารีวิวกันที่สาขานี้ค่ะ ร้านตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 ใกล้ ๆ กับร้านกาแฟสตาร์บัคค่ะ หาไม่ยากเลย

ร้านยำแอนด์ตำ ส้มตำสไตล์ฟิวชั่นกลางเมืองกรุง

บริเวณหน้าร้านด้านซ้ายเป็นแนวยาวเข้าไปด้านในของร้าน จัดไว้เป็นส่วนของทางร้านเพื่อจัดทำอาหาร เก็บอุปกรณ์ แคชเชียร์ บริเวณด้านขวายาวเข้าไปด้านในจะเป็นโต๊ะนั่ง มีทั้งโต๊ะเซ็ตใหญ่ นั่งได้ 8-10 คน, โต๊ะเล็กประมาณ 2-4 คน และโต๊ะแบบมีพนักพิงบุนวมอยู่ด้านในค่ะ บริเวณด้านหน้าร้านอาจดูเหมือนแคบเพราะเป็นห้อง 1 ห้อง แต่เมื่อเดินเข้าไปด้านใน พื้นที่ของร้านจะกว้างออก สามารถรองรับลูกค้าได้ประมาณ 50-60 คนค่ะ เป็นห้องติดแอร์เย็นสบาย มีเพลงทั้งไทยและสากลเปิดสลับกันให้ฟังแบบสบาย ๆ ค่ะ หากมาทานช่วงเที่ยงคนอาจจะเยอะสักหน่อยนะคะ แต่ก็พอหาโต๊ะนั่งทานได้อยู่ค่ะ

ร้านยำแอนด์ตำ ส้มตำสไตล์ฟิวชั่นกลางเมืองกรุง

ร้านยำแอนด์ตำ ส้มตำสไตล์ฟิวชั่นกลางเมืองกรุง

ร้านยำแอนด์ตำ เป็นร้านอาหารที่ใช้เครื่องปรุงอย่างดี ดั่งที่เขาโปรโมทไว้ว่า ที่นี่ใช้น้ำปลาอย่างดีเกรดเอ และมะนาวสด ๆ และที่สำคัญไม่ใส่ผงชูรสเลย ประเภทอาหารก็จะเป็นส้มตำ, ยำ, ลาบ, ก๋วยเตี๋ยว เป็นต้น

ร้านยำแอนด์ตำ ส้มตำสไตล์ฟิวชั่นกลางเมืองกรุง
ยำมาม่า

 

คราวนี้สั่งไปหลายเมนูค่ะ แต่เป็นยำเสียส่วนใหญ่ อาทิ ยำมะเขือ, ยำมาม่า, ยำวุ้นเส้น, ก๋วยเตี๋ยวทรงเครื่อง และส้มตำไทยใส่ปู  ทั้งหมด 5 รายการ สนนราคาทั้งหมดอยู่ที่ 800 บาท อาจราคาสูงไปนิด แต่รสชาติให้สามผ่านนะคะ หากท่านใดไม่ชอบทานเผ็ด อาจต้องแจ้งกับน้องพนักงานไว้ด้วยนะคะ จะได้ทานกันได้อย่างอร่อยค่ะ

ร้านยำแอนด์ตำ ส้มตำสไตล์ฟิวชั่นกลางเมืองกรุง
ยำมะเขือ

 

ร้านยำแอนด์ตำ เปิดให้บริการตั้งแต่ 10.00 – 20.00 น.ค่ะ มีทั้งหมด 3 สาขา ได้แก่ อาคารคิวเฮ้าส์ สาทร ชั้น 1 โทร. 0-2677-7426, สุขุมวิท 24 โทร. 0-2260-2746 และเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 6 โทร. 0-2613-1501 สะดวกที่ไหนไปที่นั่นนะคะ

ร้านยำแอนด์ตำ ส้มตำสไตล์ฟิวชั่นกลางเมืองกรุง
ยำวุ้นเส้น