ไข่เจียวแหนมใบกระเพราแซ่บๆ

ไข่เจียวแหนมใบกระเพรา

ไข่เจียวแหนมใบกระเพราแซ่บๆ

ไข่เจียวธรรมดาๆทานมาเยอะแล้ววันนี้เรามีสูตรไข่เจียวแปลกใหม่มาให้ลองทำกันค่ะกับสูตร ไข่เจียวแหนมใบกระเพราแซ่บๆ ซึ่งทำทานกันง่ายๆด้วยวัตถุดิบที่มีในครัวนะคะ เรามาลองทำทานกันเลยค่ะว่าจะแซ่บขนาดไหน (สำหรับคนไม่ทานเผ็ดแนะนำว่าไม่ต้องใส่พริกลงไปก็ได้นะคะ) แหนมเป็นการถนอมอาหารอย่างหนึ่งนะคะ ซึ่งนำหมูมาหมักให้มีรสเปรี้ยว และยังดิบอยู่เวลาทานจำเป็นต้องนำมาปรุงให้สุกก่อนทานนะคะไม่งั้นอาจมีพยาธิ หรือแบคทีเรียต่างๆได้ โดยส่วนมากเราจะเห็นนิยมทำพวกอาหารอีสานอย่าง ยำแหนม โดยนิยมทานคู่กับพริกสดต่างๆเพื่อให้รสชาติเข้ากันดีค่ะ เราสามารถหาซื้อได้ง่ายนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเซเว่น ตลาดสด หรือ ซุปเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ ซื้อมาก็สามารถเก็บไว้ได้นานค่ะ เมนูนี้ก็เป็นเมนูง่ายๆ ที่อยากให้ลองทำทานกันดูนะคะ รับลองว่าแซ่บค่ะ มาลงมือทำกันเลยดีกว่าค่ะ

วัตถุดิบ (สำหรับทาน 2 ที่)

  1. ไข่ไก่ 2 ฟอง
  2. แหนม 1/2 ถ้วยตวง
  3. พริก 3-5 เม็ด
  4. น้ำปลา1/2 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
  6. น้ำตาล 1 ช้อนชา
  7. ใบกระเพรา 1 กำ
  8. น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ

ไข่เจียวแหนมใบกระเพราแซ่บๆ

วิธีทำ

  1. ก่อนอื่นให้เราล้างใบกระเพราและเด็ดใบออกสะเด็ดน้ำนำมาพักไว้ก่อน และให้นำแหนมสดมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆไว้ ขนาดให้พอดีทานค่ะ

ไข่เจียวแหนมใบกระเพราแซ่บๆ

  1. จากนั้นให้หั่นพริกสดประมาณ 3-5 เม็ดเป็นชิ้นเล็กๆเตรียมไว้ค่ะ เท่านี้เราก็ว่าเผ็ดแล้วนะคะ ใครที่ชอบทานเผ็ดอาจเพิ่มได้อีกตามความชอบค่ะ
  2. จากนั้นตอกไข่ไก่2 ฟอง (อาจเพิ่มอีกฟองได้นะคะ)ใส่ชามเจียวไข่ไว้ ตามด้วยแหนม และพริกที่ซอยไว้แล้ว ปรุงรสเพิ่มความอร่อยด้วย น้ำปลา1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาวลงไป 1 ช้อนชา น้ำตาลเล็กน้อย 1 ช้อนชา และใส่ใบกระเพราลงไป คนให้เข้ากันดี
  3. จากนั้นตั้งกระทะใส่น้ำมันเยอะหน่อย แล้วพอกระทะเริ่มร้อนให้ค่อยๆใส่ไข่ที่ปรุงไว้ลงไป ใช้ไฟกลางค่ะ ทอดให้เหลืองหอมทั้ง 2 ด้านนะคะ

ไข่เจียวแหนมใบกระเพราแซ่บๆ

  1. พอสุกดีแล้วนำขึ้นมาใส่จานและ ตกแต่งด้วยพริกแดง( นำพริกมาหั่นตามแนวยาวค่ะ ) และเด็ดยอดใบกระเพรามาตกแต่งด้านบนจานเพื่อความสวยงามน่าทานมากยิ่งขึ้น เป็นอันเสร็จพร้อมทานแล้วค่ะ หน้าตาน่าทานมากเลยนะคะ รสชาติของเมนูนี้ออกเปรี้ยวๆเผ็ดๆค่ะ มีความเค็มนิดหน่อย อาจเพิ่มพริกน้ำปลามะนาวทานคู่กันด้วยก็ดีค่ะ เป็นยังไงค่ะทำทานง่ายไม่ยากเลยนะคะ แต่ก็สามารถแซ่บได้ลงตัวดีค่ะ

หมูกรอบ ทำง่ายทานเอง

หมูกรอบ

หมูกรอบ ทำง่ายทานเอง

ใครชอบทานอาหารอย่างหมูกรอบ วันนี้เรามีวิธีทำทานกันง่ายๆมาฝากค่ะ รับรองว่าทำแล้วจะติดใจค่ะ ซึ่ง “หมูกรอบ” เป็นอาหารที่อร่อยทานเพลินมากค่ะ ใครไม่กลัวอ้วนมาลองทำเมนูนี้เก็บไว้ทานกันค่ะ ทำมาจากหมูสามชั้นนั่นเอง การทำให้กรอบอร่อยนั้นก็ค่อนข้างใช้เวลาสักหน่อยนะคะ แต่ทำออกมาแล้วคุ้มค่ากับการรอคอยแน่นอนค่ะ นอกจากเราจะนำหมูกรอบมาทานง่ายๆยังสามารถนำหมูกรอบมาปรุงกับอาหารต่างๆได้หลากหลายเมนูด้วยค่ะ นั้นใครที่ชื่นชอบหมูกรอบมาลองทำทานกันดูเลยนะคะว่าจะกรอบอร่อยขนาดไหน

วัตถุดิบ

  1. หมูสามชั้น 1-2 ชิ้น (ประมาณ ½ -1 กิโล)
  2. น้ำส้มสายชู 1ช้อนโต๊ะ
  3. เกลือป่น ½ ช้อนชา
  4. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำมันสำหรับทอด
  6. เตาอบลมร้อน

 

วิธีทำ

  1. นำหมูสามชั้นมาล้างน้ำให้สะอาดหั่นเป็นชิ้นยาวๆไว้และนำไปต้มให้พอสุกในน้ำเดือด ประมาณ 10-15นาที จากนั้นพักไว้ในตะแกรงสะเด็ดน้ำไว้ให้พอแห้งดีนำมีดหรือส้อมมาจิ้มบริเวณหนังหมูให้ทั่วทั้งชิ้นเพื่อให้หนังหมูเวลานำไปทอดพองสวยงามน่าทาน จากนั้นนำเกลือและน้ำส้มสายชูผสมกันนำมาทาที่บริเวณหนังหมูให้ทั่วๆ เพื่อให้ได้หนังกรอบๆค่ะ

หมูกรอบ ทำง่ายทานเอง

  1. จากนั้นให้เรานำเนื้อหมูสามชั้นที่ทำไว้ไปอบต่อในหม้ออบลมร้อนใช้ความร้อน 150-180 องศาเซลเซียส ใช้เวลาประมาณ 10นาที เพื่อให้เนื้อหมูแห้งดีค่ะไล่น้ำความชื้นต่างๆออกจากเนื้อหมูสามชั้นกันก่อน

หมูกรอบ ทำง่ายทานเอง

  1. พอครบเวลาแล้วให้เรานำเนื้อหมูมาพักไว้ให้เย็นสักหน่อยก่อนเตรียมกระทะตั้งไฟใส่น้ำมันลงไปเยอะๆเพื่อใช้ทอดหมูกรอบให้กรอบนุ่มดี พอน้ำมันเริ่มร้อนใส่หมูสามชั้นโดยใส่ส่วนหนังลงไปด้านล่างเพื่อให้ได้น้ำมันเยอะๆทอดใช้ไฟแรง และค่อยๆลดไฟลงมาค่ะ เราจะได้หนังหมูกรอบพองน่าทานค่ะ ไม่ต้องทอดนานนะคะเดี๋ยวเนื้อหมูจะแข็งเกินไป พอสุกกรอบดีเทน้ำมันออกและใส่น้ำปลาลงไปเล็กน้อย ผัดคลุกเคล้าสักพัก ปิดไฟค่ะ จากนั้นนำขึ้นมาพักไว้ในตะแกรงรอให้พอเย็นสักหน่อย แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆให้พอดีทานค่ะ

หมูกรอบ ทำง่ายทานเอง

หมูกรอบ ทำง่ายทานเอง

  1. จากนั้นนำหมูกรอบจัดใส่จานทานคู่กับซอสพริก ข้าวสวยร้อนๆ อร่อยน่าทานมากค่ะ หรือ จะนำหมูกรอบไปปรุงอาหารอย่างอื่นทานก็ได้เช่น คะน้าหมูกรอบ ผักบุ้งหมูกรอบ กระเพราหมูกรอบ ก็ได้ค่ะ หากใครทำไว้เยอะก็สามารถเก็บไว้ทำทานตอนหลังได้ โดยที่เรายังไม่ต้องนำไปทอดค่ะ เราก็จะมีหมูกรอบทานได้ตลอดติดตู้เย็นไว้ค่ะ เก็บได้ไม่เกิน 1 อาทิตย์นะคะโดยใส่กล่องแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาค่ะ

แกงเทโพหมูสามชั้น

แกงเทโพหมูสามชั้น

แกงเทโพหมูสามชั้น

วันนี้เรามาทำเมนูไทยๆอย่าง “แกงเทโพหมูสามชั้น” ซึ่งถือเป็นแกงไทยโบราณที่มีการใส่กะทิ และมะขามเปียกเพื่อให้มีรสชาติเปรี้ยว รวมถึงรสหวานและเค็มค่ะ โดยเฉพาะในต่างจังหวัดเรามักเห็นคนที่ไปทำบุญที่วัดมักนำแกงเทโพไปทำบุญถวายพระกันนะคะ ถือเป็นเมนูที่ซึ่งเหมือนจะหาทานง่ายแต่ตามร้านอาหารทั่วไปก็ไม่ค่อยมีเมนูนี้เท่าไหร่นะคะ ถือเป็นอาหารไทยที่จะว่าหาทานยากก็ไม่เชิงค่ะ แต่วันนี้เราสามารถทำทานกันเองได้ง่ายๆโดยไม่ต้องไปหาซื้อให้เหนื่อยใจค่ะ วัตถุดิบหลักที่ใช้ก็หาง่ายๆอย่างหมูสามชั้น พริกแกงเผ็ด และ ผักบุ้งจีนค่ะ เพียงเท่านี้ก็สามารถทำได้ง่ายๆแล้วค่ะ มาเริ่มทำกันเลยดีกว่าค่ะ

วัตถุดิบ (สำหรับทาน 2-3ที่)

  1. หมูสามชั้น 2 ถ้วยตวง
  2. ผักบุ้งจีน 1กำ
  3. น้ำมะขามเปียก ½ -1 ถ้วยตวง
  4. กะทิ 1 กล่อง หรือใครมีกะทิสดก็สามารถใช้ได้เลยค่ะ
  5. น้ำตาลปี๊ป 1-2 ช้อนโต๊ะ หรือน้ำตาลทราย
  6. น้ำปลา 1-2 ช้อนโต๊ะ
  7. ใบมะกรูด 4-5ใบ

แกงเทโพหมูสามชั้น

วิธีทำ

  1. เริ่มจากให้เรานำผักบุ้งมาล้างน้ำและนำไปหั่นเป็นท่อนๆยาวประมาณ 5 -2 นิ้ว โดยใช้ประมาณ 1 กำค่ะ จากนั้นให้เราหั่นเนื้อหมูสามชั้นเป็นชิ้นๆขนาดให้พอดีคำค่ะ และนำใบมะกรูดมาฉีกเป็นชิ้นๆพักไว้ก่อนค่ะ
  1. จากนั้นให้เรานำกระทะก้นลึกมาตั้งไฟโดยใช้ไฟกลาง จากนั้นค่อยใส่หางกะทิ ประมาณ ½ -1ถ้วยตวง หรือ หากใครใช้กะทิกล่องก็ให้ผสมกับน้ำเปล่าอย่างละครึ่งลงไปเคี่ยวให้พอเดือดดี และตามด้วยใส่พริกแกงเผ็ดลงไปผัดให้มีกลิ่นหอมเข้ากันกับกะทิ จากนั้นใส่เนื้อหมูสามชั้นลงไปผัดให้สุกพริกแกงจะซึมเข้าเนื้อหมูเข้าไปด้วยค่ะ จกนั้นใส่กะทิลงไป ½-1 ถ้วยตวง เคี่ยวต่อไปเรื่อยๆและปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊ป 1-2 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1-2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะขามเปียก ½ -1 ถ้วยตวง ลงไป อาจปรุงรสเพิ่มด้วยผงปรุงรสประมาณ 1ช้อนชานะคะ ลองชิมรสชาติที่ชอบได้เลยค่ะ จากนั้นใส่ผักบุ้งที่หั่นลงไป ตามด้วยใบมะกรูดลงไปเคี่ยวจนผักบุ้งสุกและปิดไฟพร้อมเสิร์ฟทานร้อนๆแล้วค่ะ

แกงเทโพหมูสามชั้น

  1. ตักขึ้นมาเสิร์ฟในชามสวยงามค่ะ เวลาเราทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆอร่อยมากค่ะ เนื้อหมูสามชันมันๆนุ่มๆเข้ากันดี และมีผักบุ้งทานเข้ากัน รสแกงออกเปรี้ยวหวาน มีรสเผ็ดเล็กน้อยค่ะ ใครชื่นชอบอาหารไทยแนะนำให้ลองทำทานกันดูนะคะ หากใครไม่ชอบหมูสามชั้นก็เปลี่ยนเป็นเนื้อหมูสดได้เลยค่ะ เนื้อไม่ติดมันเหมือนหมูสามชั้นแต่ก็อร่อยดีค่ะแกงเทโพหมูสามชั้น

น้ำพริกกะปิหมูสับ

น้ำพริกกะปิ

น้ำพริกกะปิหมูสับ

วันนี้พาเข้าครัวมาทำอาหารทานกันค่ะ ทำทานกันเองนี่ล่ะ มั่นใจได้ทั้งความปลอดภัย ความสะอาด ปริมาณมากน้อยตามสมาชิกในครอบครัว และผลพลอยได้ที่สำคัญคือการได้ทานข้าวร่วมกันกับคนในครอบครัว ทานกันไป พูดคุยกันไป กระชับความสัมพันธ์ได้ดีทีเดียวนะคะ วันนี้เลยนำเมนูอร่อย ๆ มาแนะนำกันอีกหนึ่งเมนูค่ะ “น้ำพริกกะปิหมูสับ” ฟังดูก็น่าอร่อยแล้วใช่ไหมคะ งั้นเรามาเตรียมวัตถุดิบกันเลยดีกว่าค่ะ

ส่วนผสม (รับประทานได้ประมาณ 4-5 ที่)

  1. หมูสับ 500 กรัม
  2. กะปิ อย่างดี 1 ช้อนโต๊ะ
  3. น้ำตาลปิ๊ป 1 ช้อนโต๊ะ
  4. พริกจินดาสีแดง 10 เม็ด
  5. กระเทียม 10 กลีบ
  6. ตะไคร้ 5 ต้น
  7. ใบมะกรูด 10 ใบ
  8. น้ำปลา ½ ช้อนโต๊ะ
  9. น้ำมันหมูหรือน้ำมันพืช ประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ
  10. ผักสดเพื่อทานกับน้ำพริก ปริมาณตามชอบ

น้ำพริกกะปิหมูสับ

วิธีทำ

  1. นำพริกแดงจินดา เด็ดขั้วและล้างน้ำให้สะอาด นำลงไปโขลกรวมกันระหว่าง พริกแดงจินดา, กระเทียม และกะปิ จนเข้ากันดี พักไว้ก่อนค่ะ

น้ำพริกกะปิหมูสับ2. ตั้งกระทะ ใช้ไฟปานกลาง จนกระทะร้อน ใส่น้ำมันลงไป เมื่อน้ำมันเริ่มร้อน นำเครื่องแกงที่ทำไว้ในข้อที่ 1 ลงไปผัดพอหอม จากนั้นนำหมูสับใส่ตามลงไป ผัดจนหมูสุกนำตะไคร้ที่หั่นเป็นแว่นฝอยเรียบร้อยแล้ว ใส่ลงไปในกระทะ ผัดไปเรื่อย ๆ จนแห้ง โดยให้น้ำมันจากหมูสับออกมาให้หมดค่ะ

น้ำพริกกะปิหมูสับ

 

3. จากนั้นปรุงรสเพิ่มเติม ด้วยน้ำปลา, น้ำตาลปิ๊ป ผัดต่อให้เข้ากันและแห้งค่ะ ช่วงที่ใส่น้ำตาลปิ๊ปนี้ ตัวหมูของเราจะมีสีที่เปลี่ยนเป็นคล้ำกว่าเดิมบ้างก็ไม่ต้องตกใจนะคะ ให้ผัดไปเรื่อย ๆ ค่ะ

น้ำพริกกะปิหมูสับ

4.เมื่อผัดจนแห้งดีแล้ว นำใบมะกรูดที่หั่นฝอยเรียบร้อยแล้ว โดยแบ่งลงมาผัดกับหมูสับเพียงครึ่งเดียว (อีกครึ่งเก็บไว้โรยหน้าน้ำพริกค่ะ) จากนั้นผัดให้เข้ากัน ใช้เวลาประมาณ 1 นาทีก็พอนะคะ ไม่ควรผัดนาน เพราะไม่เช่นนั้นมะกรูดจะทำให้น้ำพริกเรามีรสขมได้ค่ะ ปิดเตาไฟ และตักใส่จานที่เตรียมไว้ จากนั้นโรยใบกรูดที่ยังมีอยู่อีกครึ่งหนึ่งโรยหน้าน้ำพริกค่ะ

น้ำพริกกะปิหมูสับ

5.นำผักสดตามชอบมาแช่น้ำผสมน้ำส้มสายชู แช่ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นเทน้ำทิ้งและล้างด้วยน้ำสะอาดอีก

ประมาณ 2 รอบ จัดใส่ภาชนะให้ดูน่ารับประทาน เสิร์ฟคู่กันกับน้ำพริก ทานพร้อมข้าวสวยร้อน ๆ รับรองอร่อยเด็ดค่ะ

น้ำพริกกะปิหมูสับ

จะเห็นได้ว่าน้ำพริกกะปิหมูสับเมนูนี้ ใช้เวลาทำไม่นานนักและก็ทำได้ไม่ยากเลยค่ะ หากใครลองทำแล้ว มาแจ้งผลให้ทราบกันบ้างนะคะว่าถูกใจสมาชิกในครอบครัวกันหรือเปล่าค่ะ

 

แตงกวาผัดไข่ใส่หมูสับ

แตงกวาผัดไข่

แตงกวาผัดไข่ใส่หมูสับ

แตงกวาเป็นผักที่ทานง่ายนะคะรสจืดๆ หวานนิดๆ ไม่ขมเท่าไหร่ แถมมีสรรพคุณช่วยในเรื่องแก้กระหายน้ำ ทำให้ร่ายกายสดชื่น แถมยังมีสารต้านอนุมลอิสระต่างๆด้วยนะคะ ช่วยให้นอนหลับสบายอีกด้วยค่ะ วันนี้เราเลยชวนมาทำเมนู แตงกวาผัดไข่ใส่หมูสับทำง่ายๆ อร่อยยามเช้าทานกันดีกว่าค่ะ แตงกวาสามารถหาซื้อทานได้ง่ายนะคะตามซุปเปอร์หรือตลาดสดก็ได้ค่ะ ซึ่งสูตรของเราวันนี้จะใส่เต้าเจี๊ยวเล็กน้อยลงไปแทนซีอิ้วด้วยค่ะ ทำให้ได้รสเค็มๆอร่อยไปอีกแบบค่ะ เมนูนี้ทานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่นะคะมีประโยชน์ดีๆแบบนี้นั้นเรามาลองทำทานกันเลยค่ะ

วัตถุดิบ (สำหรับทาน 2-3ที่)

  1. แตงกวา 4-5 ลูก
  2. หมูสับ ½ ถ้วยตวง
  3. ไข่ไก่ 2 ฟอง
  4. กระเทียม 1 หัว
  5. เต้าเจี้ยว 1-2 ช้อนชา
  6. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำตาล 1 ช้อนชา
  8. พริกไทย เล็กน้อย
  9. ต้นหอม 1-2ต้น
  10. ผักชี 1-2ต้น

แตงกวาผัดไข่ใส่หมูสับ

วิธีทำ

  1. ก่อนอื่นให้เรานำแตงกวามาปลอกเปลือกออกให้หมดค่ะและทำการหั่นเฉียงๆไว้ค่ะ พักไว้ก่อน
  2. จากนั้นนำกระเทียมมาปลอกเปลือก และสับพักไว้ก่อนค่ะ
  1. หมูสับที่เราจะนำมาใช้ให้เราทำการหมักก่อนประมาณ 30นาทีค่อยนำมาปรุงนะคะ โดยนำเนื้อหมูมาใส่ซีอิ้วขาว และน้ำตาลลงไปเล็กน้อยค่ะ คลุกให้เข้ากันดีแล้วพักไว้ค่ะ พอครบเวลาเราก็นำมาใช้กันได้เลยค่ะ
  2. ให้เราเตรียมกระทะแล้วใส่น้ำมันเล็กน้อยลงไป พอกระทะเริ่มร้อนให้ใส่กระเทียมสับลงไปค่ะ พอกระเทียมเหลืองหอม ก็ตามด้วยเนื้อหมูสับ ½ ถ้วยตวงลงไปผัดให้สุกดีและใส่แตงกวาที่หั่นไว้ตามลงไปเลยค่ะทำการผัดให้เข้ากันเล็กน้อย
  3. จากนั้นให้ทำตรงกลางกระทะเป็นหลุมๆ ตอกไข่ไก่ใส่ลงไปตรงกลาง รอให้ไข่พอสุก ใช้ตะหลิวขยี้ไข่ไก่ให้แตกๆ แล้วค่อยๆรอให้ไข้สุกและคนให้เข้ากันกับแตงกวาและหมูสับค่ะ

แตงกวาผัดไข่ใส่หมูสับ

  1. จากนั้นปรุงรสด้วย น้ำมันหอย1 ช้อนโต๊ะ เต้าเจี้ยว 1-2 ช้อนชา (ค่อยๆใส่ทีละช้อนชาแล้วชิมรสชาติดูนะคะ หากเค็มแล้วก็ไม่ต้องใส่เพิ่มอีกช้อนค่ะ ) ตามด้วยน้ำตาล 1 ช้อนชา จากนั้นผัดให้เข้ากันดีค่ะและโรยพริกไทยเล็กน้อย หากใครชอบแบบมีน้ำเล็กน้อยก็ให้ใส่น้ำเปล่าลงไปเล็กน้อยได้ค่ะ จากนั้นปิดไฟนำขึ้นมาเสริฟใส่จานค่ะ หากใครมีต้นหอม ผักชีก็ใส่ลงไปด้วยให้น่าทานมากขึ้นนะคะ

แตงกวาผัดไข่ใส่หมูสับ

  1. เป็นยังไงบ้างค่ะ แตงกวาผัดไข่ใส่หมูสับของเรา ง่ายและอร่อยมากเลยใช่ไหมค่ะ แถมมีประโยชน์อีกด้วยนะคะ

ยำหมูยอใส่มาม่ารสเด็ด

ยำหมูยอใส่มาม่า

ยำหมูยอใส่มาม่ารสเด็ด

เมนูกลางวันทานเพลินแซ่บๆของเรากับ ยำหมูยอใส่มาม่ารสเด็ด ที่ทำทานกันง่ายๆค่ะ วัตถุดิบไม่เยอะแต่อร่อยมากขอบอก โดยเราต้องใช้มาม่ารสต้มยำกุ้งเท่านั้นนะคะถึงจะได้รสชาติแซ่บๆ แบบนี้ ส่วนหมูยอที่เราใช้ก็เลือกตามชอบได้เลยนะคะ ใครอยากใส่อะไรเพิ่มมากกว่าหมูยอก็ได้ตามชอบค่ะ เรามีเพิ่มกุ้งใส่ลงไปด้วยค่ะเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการเต็มๆ ตอนนี้ใครมีมาม่าและวัตถุดิบในมือพร้อมแล้ว เรามาเริ่มทำทานกันเลยค่ะ

วัตถุดิบ (สำหรับทาน 2 คน)

  1. มาม่ารสต้มยำกุ้ง 1-2 ห่อ
  2. หมูยอ ½-1 ถ้วยตวง (เพิ่มได้ตามชอบเลยนะคะ)
  3. กุ้ง 5 ตัว
  4. หอมใหญ่ ½ หัว
  5. มะเขือเทศ 1 ลูก
  6. พริกแดงสด 3 เม็ด (หากใครชอบแซ่บๆก็ใส่เพิ่มตามความชอบเลยค่ะ)
  7. น้ำมะขามเปียก หรือมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  8. ต้นหอม 1 ต้น
  9. ผักชี 1 ต้น
  10. น้ำตาล 1 ช้อนชา

ยำหมูยอใส่มาม่ารสเด็ด

วิธีทำ

  1. ก่อนอื่นให้เรานำหอมหัวใหญ่ มะเขือเทศมาหั่นเป็นชิ้นๆพักไว้ ตามด้วยหั่นพริกแดงซอยไว้ค่ะ และนำต้นหอมและผักชีมาซอยไว้ด้วยนะคะเดี๋ยวเราจะนำไปใช้สำหรับการเพิ่มสีสันให้สวยงามน่าทานกันค่ะ

ยำหมูยอใส่มาม่ารสเด็ด

  1. ให้เรานำหมูยอมาหั่นเป็นชิ้นๆขนาดพอดีทานใส่ชามพักไว้ และนำกุ้งมาล้างให้สะอาดทำการแกะเปลือกกุ้งสดไว้ค่ะ เราใช้ทั้งหมด 5 ตัว แต่ว่าใครอยากเพิ่มปริมาณก็ได้ หรือ จะใส่เนื้ออย่างอื่นเพิ่มก็ได้นะคะตามชอบเลย
  2. จากนั้นนำมาม่ารสต้มยำ 1 ซองไปต้มในน้ำเดือดให้สุก พอใกล้จะสุกเราจะใส่กุ้งสด และหมูยอที่หั่นไว้ลงไปลวกเล็กน้อยจนสุกดีด้วยค่ะ เพื่อประหยัดเวลาในการทำนะคะ จากนั้นเมื่อสุกดีแล้วให้เรานำหม้อมาเทกรองเอาน้ำออกค่ะ อย่าลืมเก็บน้ำไว้เล็กน้อยเพื่อใช้ผสมเครื่องปรุงกันนะคะ

ยำหมูยอใส่มาม่ารสเด็ด

  1. ให้เรานำเครื่องปรุงมาม่าต้มยำทั้งแบบผงและแบบน้ำพริกเผาค่ะมาเทใส่ชามไว้ ใส่น้ำมะขามเปียกลงไป 2 ช้อนโต๊ะ หรือ น้ำมะนาวก็ได้ค่ะ แต่เราชอบใช้น้ำมะขามเปียกเพราะได้รสเปรี้ยวที่ละมุนกว่ามะนาวค่ะ เติมน้ำตาลลงไปด้วย1 ช้อนชา จากนั้นใช้ช้อนคนให้เข้ากันดีค่ะ
  2. นำผักหอมหัวใหญ่ มะเขือเทศ ต้นหอม ผักชี พริกแดงซอย ที่หั่นเตรียมไว้ และน้ำปรุงที่ทำไว้เทใส่หม้อที่มีเส้นมาม่า และใส่น้ำที่แบ่งไว้ลงไปเล็กน้อย คลุกเคล้าวัตถุดิบต่างๆให้เข้ากันดีค่ะ จากนั้นเทใส่จานก็พร้อมทานแล้วค่ะ เพียงเท่านี้เราก็ได้เมนูอร่อยๆอย่าง ยำหมูยอใส่มาม่าเด็ดๆแบบนี้ ไว้ทานแซ่บๆ แบบฉบับทำง่าย ทานอร่อยกันแล้วนะคะ เป็นไงค่ะ ไม่ยากเลยนะคะสำหรับเมนูนี้

ผัดกะหล่ำเห็ดโคนญี่ปุ่น

ผัดกะหล่ำเห็ดโคน

ผัดกระหล่ำเห็ดโคนญี่ปุ่น

เมนูผักวันนี้เราจะมาทำ “ผัดกะหล่ำเห็ดโคนญี่ปุ่น” ทานกันนะคะ ซึ่งผักที่เรานำมาใช้วันนี้เราจะใช้กะหล่ำปลีมาซอย แครอท เห็ดโคนญี่ปุ่น และใส่หมูเพิ่มโปรตีนกันสักหน่อย เจ้าเห็ดโคนญี่ปุ่น หรือ เห็ดยานางิ เป็นเห็ดที่เริ่มรู้จักกันมากขึ้นในช่วงปีสองปีที่ผ่านมานะคะ กำลังเป็นที่นิยมทานกันเลยค่ะ เพราะมีรสชาติอร่อยนุ่มๆทานง่ายดีค่ะ ทำอะไรก็อร่อย แถมมีประโยชน์ไม่แพ้เห็ดชนิดอื่นๆด้วยค่ะ โดยสามารถหาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไปเลยนะคะ มีขายเป็นแพ็คราคาประมาณ 20-30บาท โดยการผัดผักให้อร่อยต้องเน้นการผัดเร็วให้ผักสุกกรอบดีค่ะ รสชาติที่ปรุงก็ต้องกลมกล่อมลงตัวด้วยนะคะ ถือเป็นเมนูที่ทำทานไม่ยากและมีประโยชน์สำหรับทุกๆวัยเลยค่ะ มาฝึกทำไว้ทานกันง่ายๆที่บ้านกันนะคะ

 

วัตถุดิบ

  1. เนื้อหมูหั่นเป็นชิ้นๆ 1 ถ้วยตวง
  2. กระเทียม 1 หัว
  3. กะหล่ำปลี 1 ถ้วยตวง
  4. แครอท เล็กน้อย
  5. เห็ดโคนญี่ปุ่น 1 ถ้วยตวง
  6. ผักชีโรยหน้า เล็กน้อย
  7. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  8. ซีอิ้วขาว 1 ช้อนชา
  9. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  10. พริกไทย เล็กน้อย
  11. น้ำเปล่าเล็กน้อย

ผัดกระหล่ำเห็ดโคนญี่ปุ่น

วิธีทำ

  1. ก่อนอื่นให้เรานำหมูชิ้น ที่เตรียมมาหมักด้วยซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำตาล 1 ช้อนชา หมักทิ้งไว้ 30นาทีก่อนนำมาปรุง หรือหมักข้ามคืนไว้ในตู้เย็นก็ได้ค่ะ
  2. จากนั้นให้เรานำผักกะหล่ำปลีมาทำการล้างและหั่นซอยพักไว้ก่อนค่ะ และนำเห็ดโคนญี่ปุ่นมาล้างน้ำให้สะอาดและนำมาหั่นเป็นท่อนๆไว้เช่นกัน สะเด็ดน้ำพักไว้ก่อน
  3. ตามด้วยนำแครอทมาหั่นเป็นชิ้นๆไว้ และนำกระเทียมมาปลอกเปลือกซอยให้พอละเอียดดีไว้ค่ะ

ผัดกระหล่ำเห็ดโคนญี่ปุ่น

  1. จากนั้นให้เรานำกระทะตั้งไฟใส่น้ำมันลงไปเล็กน้อยและพอกระทะเริ่มร้อนให้เราใส่กระเทียมที่ซอยแล้วลงไปผัดให้พอสุกเหลืองดีก็เริ่มใส่เนื้อหมูลงไปผัดให้สุกดีค่ะ แล้วใส่ตามลงไปด้วยผักกะหล่ำปลีซอยและแครอทลงไปผัดเร็วๆให้ผักพอสุก และใส่เห็ดโคนญี่ปุ่นตามลงไปค่ะ จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำมันหอย1 ช้อนโต๊ะ ซีอิ้วขาว1 ช้อนชา  น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา พริกไทยเล็กน้อย และเติมน้ำเปล่าเล็กน้อยลงไป ประมาณ ½ ถ้วยน้ำจิ้มค่ะ จากนั้นให้เราผัดเร็วๆให้เข้ากันเป็นอันเสร็จแล้วค่ะ จากนั้นใส่จานพร้อมเสริฟทานร้อนๆค่ะ อย่าลืมโรยหน้าด้วยผักชีให้สวยงามด้วยนะคะ เพิ่มความอร่อยทางสายตาค่ะ
  2. เป็นยังไงกันบ้างค่ะผัดผักจานนี้ของเราน่าทานมากเลยนะคะ แถมอร่อยและมีประโยชน์ด้วยค่ะ

ผัดกระหล่ำเห็ดโคนญี่ปุ่น

ข้าวผัดหมูยอหน้าหมูหยอง

ข้าวผัดหมูยอ

ข้าวผัดหมูยอหน้าหมูหยอง

วันนี้เมนูอาหารเที่ยงของเราทำแบบง่ายๆ ชวนมาทำเมนูข้าวผัดอร่อยๆกันค่ะ กับเมนู “ข้าวผัดหมูยอหน้าหมูหยอง”นะคะเมนูนี้ทานง่ายทั้งเด็กๆและผู้ใหญ่ ส่วนมากหมูยอที่เราเคยได้ยินว่าอร่อยจะต้องมาจากทางภาคอีสาน อย่างเช่นจังหวัดอุบลฯ อุดรฯ ขอนแก่นนะคะ เพราะเค้าเป็นแหล่งผลิตหลัก สินค้าท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อก็มีหลากหลาย พวกหมูยอห่อใบตองต่างๆนะคะ แถมมีหลายรสชาติด้วยค่ะ แต่หากเราไม่ได้ไปไกลขนาดนั้นก็แวะซื้อที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้านก็พอค่ะ เลือกยี่ห้อได้ตามชอบเลยนะคะเอาให้ถูกปากคนทาน เมื่อวัตถุดิบหลักพร้อมแล้วเรามาทำพร้อมๆกันค่ะ ซึ่งวิธีทำง่ายๆไม่ยุ่งยากค่ะ

วัตถุดิบ (สำหรับทาน 2 ที่)

  1. หมูยอ 1 ชิ้น
  2. ข้าวสวย 2 จาน
  3. ไข่ไก่ 2 ฟอง
  4. กระหล่ำปลี 2ถ้วยตวง
  5. หมูหยอง 1-2 ช้อนโต๊ะ
  6. ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำตาล 1 ช้อนชา
  8. พริกไทยเล็กน้อย
  9. ต้นหอมผักชีโรยหน้า

ข้าวผัดหมูยอหน้าหมูหยอง

วิธีทำ

  1. ก่อนอื่นให้เรานำหมูยอที่เราซื้อมา นำมาหั่นให้เป็นชิ้นๆขนาดเล็กใหญ่ตามชอบได้เลยค่ะ และพักไว้ก่อนค่ะเดี๋ยวเราจะนำไปทอดกันค่ะ
  2. จากนั้นตั้งไฟใส่น้ำมันในกระทะพอประมาณไม่ถึงกับเยอะมากค่ะ และพอร้อนดีก็นำหมูยอที่หั่นลงไปทอดให้สุกดีโดยสังเกตให้มีมีเหลืองๆทั้งสองด้านค่ะ จากนั้นตักขึ้นพักไว้ในตะแกรงให้เย็นแล้วค่อยใส่จานไว้ก่อนค่ะ

ข้าวผัดหมูยอหน้าหมูหยอง

  1. ต่อมาเราจะมาหั่นผักกระหล่ำปลีกันค่ะ โดยทำการซอยให้เล็กๆไว้ค่ะ และทำการตอกไข่ไก่ทั้ง 2 ฟองใส่ชามไว้ก่อนค่ะ
  2. ให้เรานำกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อยพอร้อน ใส่ไข่ไก่ลงไปผัดให้สุกดีค่ะ จากนั้น ใส่กระหล่ำปลีซอยลงไป ผัดให้ผักสุกและเข้ากันดีค่ะ ตามด้วยข้าวสวย 2 จาน ใส่หมูยอที่ทอดลงไป โดยเราจะแบ่งไว้เล็กน้อยเพื่อใช้ตกแต่งให้สวยงามน่าทานด้วยค่ะ แล้วปรุงรสด้วย ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา และผัดให้เข้ากันดีนะคะ โรยพริกไทยลงไปเล็กน้อยด้วยค่ะเพิ่มความอร่อย จากนั้นปิดไฟค่ะ

ข้าวผัดหมูยอหน้าหมูหยอง

  1. ใกล้เสร็จแล้วนะคะ ให้เรานำข้าวผัดใส่จานและนำหมูยอที่แบ่งไว้มาเรียงใส่จานด้วย จากนั้นโรยด้านบนด้วยหมูหยองประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะค่ะ หากใครมีต้นหอมผักชีให้ซอยใส่ด้านบนเพื่อตกแต่งให้สวยงาม น่ารับประทานมากขึ้นด้วยนะคะ อาจทานคู่กับซอสพริก หรือ ทำน้ำปลามะนาวพริก ไว้ทานด้วยกันก็อร่อยไปอีกแบบค่ะ เป็นยังไงบ้างค่ะทำทานกันไม่ยากเลยนะคะ แถมอร่อยด้วยค่ะ

ฉู่ฉี่ปลานิลทอด

ฉู่ฉี่ปลานิลทอด

วันนี้เราจะชวนมาทำเมนู “ฉู่ฉี่ปลานิลทอด” นะคะ ปลานิลเป็นปลาน้ำจืดที่หาทานได้ง่ายค่ะ คนนิยมเลี้ยงกัน ราคาก็ถูกด้วย รสชาติฉู่ฉี่จะออกเผ็ดนิดๆหวานมันดีค่ะ โดยวิธีที่เราทำวันนี้จะให้มีน้ำฉู่ฉี่เหลือเยอะๆจะได้ซึมเข้าเนื้อปลาได้ดีด้วยค่ะ ซึ่งทำให้รสชาติออกมาอร่อยน่าทานมากค่ะ เลือกปลานิลที่ตัวโตกำลังดีนะคะ ส่วนพริกแกงที่เราใช้ก็เลือกพริกแกงเผ็ดแบบละเอียดที่ขายตามตลาดมาทำได้เลยค่ะ มาลองทำทานกันเลยค่ะ

ส่วนผสมและวัตถุดิบ (สำหรับทาน 2 ที่)

  1. ปลานิล 1 ตัว
  2. เกลือเล็กน้อย
  3. พริกแกงเผ็ด 2ช้อนโต๊ะ
  4. กะทิ 1/2กล่อง
  5. น้ำตาล ½-1  ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำปลา ½  -1 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำเปล่า 1/2 -1 ถ้วยตวง
  8. พริกแดง 4 เม็ด
  9. ใบมะกรูด 4-5ใบ
  10. น้ำมันพืชสำหรับทอด

ฉู่ฉี่ปลานิลทอด

วิธีทำ

  1. ก่อนอื่นให้เรานำปลานิลมาล้างให้สะอาดและบั้งด้านข้างตลอดแนวทั้ง 2 ด้านไว้ก่อนค่ะ ทาเกลือเล็กน้อยบริเวณหนังปลาให้ทั่วๆ เพื่อให้เวลาทอดแล้วหนังปลาไม่ติดกระทะค่ะ ผึ่งไว้ให้แห้งสักหน่อยค่ะให้แห้ง เวลาทอดน้ำมันจะได้ไม่กระเด็นค่ะ
  2. จากนั้นให้นำกระทะมาตั้งไฟแล้วใส่น้ำมันสำหรับทอดเยอะๆ จากนั้นพอร้อนก็ให้นำปลานิลลงไปทอดในกระทะให้สุกเหลืองดีทั้ง 2 ด้านค่ะ จากนั้นนำขึ้นมาพักไว้ก่อนค่ะ

ฉู่ฉี่ปลานิลทอด

  1. นำพริกแดงมาหั่นเฉียงๆไว้ก่อนค่ะ และซอยใบมะกรูดให้ละเอียดดีไว้ เดี๋ยวเราจะใช้ตกแต่งจานกันค่ะ
  2. ขั้นตอนต่อไปเราจะมาทำน้ำฉู่ฉี่กันค่ะ โดยนำกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อย ใส่พริกแกงเผ็ด2ช้อนโต๊ะ ลงไปผัดให้เข้ากันดีค่ะ จากนั้นใส่กะทิกล่องลงไป ประมาณ 1/4กล่องผัดให้เข้ากันดี เติมด้วยน้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลลงไป ½  ช้อนโต๊ะ อาจเติมผงปรุงรสเล็กน้อยค่ะ ปรุงรสชาติได้ตามชอบเลยค่ะ หากชอบหวานก็เพิ่มน้ำตาลลงไปอีกค่ะ

ฉู่ฉี่ปลานิลทอด

  1. จากนั้นใส่น้ำลงไปเล็กน้อยตามด้วยกะทิที่เหลือลงไปคนให้เข้ากันดี ตามด้วยปลานิลที่ทอดไว้ใส่ลงไปค่ะ แล้วทิ้งไว้สักพักประมาณ 3-5นาที ตักน้ำมาราดบนตัวปลาทอดให้น้ำท่วมตัวปลาทอดสักพักแล้ว กลับอีกด้านหนึ่งทำเหมือนกัน จากนั้นปิดไฟตักใส่จาน ตกแต่งหน้าด้วยพริกแดง และโรยใบมะกรูดซอยลงไปค่ะ ราดหน้าด้วยน้ำกะทิเล็กน้อยประมาณ ¼ กล่อง ค่ะ เพียงเท่านี้ก็พร้อมเสริฟแล้วค่ะ ทานร้อนๆพร้อมข้าวสวยนะคะอร่อยมากค่ะ รสชาติเข้มข้นกำลังดีเลย หรือเพิ่มน้ำปลาพนิกไว้เพิ่มความอร่อยตามชอบค่ะ

เกี๊ยวห่อชีสกุ้งกรอบๆ

เกี๊ยวห่อชีส

เกี๊ยวห่อชีสกุ้ง กรอบๆ

เมนูวันนี้เป็นเมนูที่จะทำเป็นอาหารหลัก หรือว่างทานเล่นก็ได้ค่ะ เพราะเป็นเมนูเบาๆ อย่างเมนู เกี๊ยวห่อชีสกุ้ง ซึ่งวิธีทำไม่ยุ่งยาก แถมออกมาหน้าตาสวยงามน่าทานมากค่ะ เหมาะกับการทานคู่กับน้ำจิ้มไก่ หรือน้ำจิ้มบ๊วย อร่อยๆดีเลยค่ะ โดยวัตถุดิบของเราวันนี้ขอบอกว่าน้อยมากค่ะ หาง่ายด้วย เหมาะกับเด็กๆทาน หรือ ผู้ใหญ่ทานก็ได้ แถมทานง่ายและอร่อยค่ะ เรามาลองทำทานกันเลยนะคะ

วัตถุดิบ (สำหรับ 2 ที่)

  1. เกี๊ยวแผ่น 10 แผ่น (ใครที่ชอบทานเยอะๆก็เพิ่มปริมาณได้ตามชอบเลยนะคะ)
  2. กุ้ง 10 ตัว
  3. ชีสแผ่น 1-2 แผ่น
  4. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ (สำหรับหมักกุ้ง)
  5. ซีอิ้วขาว 1 ช้อนชา (สำหรับหมักกุ้ง)
  6. พริกไทย เล็กน้อย (สำหรับหมักกุ้ง)
  7. ใบต้นหอม (ใช้พันเกียว)
  8. น้ำเปล่า (สำหรับติดแผ่นเกี๊ยว)
  9. น้ำมันสำหรับทอด 1 ถ้วยตวง
  10. น้ำจิ้มไก่ 1 ถ้วย หรือ น้ำจิ้มบ๊วย

เกี๊ยวห่อชีสกุ้ง กรอบๆ

วิธีทำ

  1. แผ่นเกี๊ยวเราเลือกยี่ห้ออะไรก็ได้นะคะที่เราชอบทาน ส่วนชีสก็ใช้เป็นชีสแผ่นที่ขายตามซุปเปอร์มาร์เก็ตค่ะ หาซื้อง่ายและสะดวกดีค่ะ
  2. ก่อนอื่นให้เรานำกุ้งสดมาแกะเปลือกออกเหลือส่วนหางไว้ โดยกุ้งที่เราใช้ก็เลือกขนาดกลางๆค่ะ ทานพอดีคำ หากใช้ตัวใหญ่ไปอาจห่อไม่หมดได้ค่ะ และทำการผ่าหลังกุ้งไว้ค่ะ จากนั้นเราจะนำไปหมักไว้ด้วยน้ำมันหอย ซีอิ้วขาว พริกไทยเล็กน้อย ทิ้งไว้สักพัก
  3. จากนั้นให้เรานำชีสแผ่น 1 แผ่นสามารถหั่นได้หลายชิ้นค่ะ แต่ใครที่ชอบชีสเยอะๆก็ให้หั่นชิ้นใหญ่หน่อยนะคะ เราจะนำชีสแผ่นมาหั่นเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวๆไว้ค่ะ ให้พอดีจำนวนเกี๊ยวกุ้งที่เตรียมไว้คือ 10 แผ่น หากใครทำมากก็เตรียมไว้ตามจำนวนเกี๊ยวได้เลยค่ะ

เกี๊ยวห่อชีสกุ้ง กรอบๆ

  1. ขั้นตอนต่อมาเราจะนำแผ่นเกี๊ยวมาวางลงและนำกุ้งไปวางไว้ พร้อมชีสที่หั่นเตรียมไว้ลงไปค่ะ ส่วนหางกุ้งจะให้โผล่ออกมานะคะ ห่อโดยการม้วนให้แน่นๆติดน้ำแทนกาวที่แผ่นเกี๊ยวค่ะ จากนั้นนำใบต้นหอมมาผูกอีกครั้งให้สวยงามตัดส่วนที่เกินออกไปค่ะ ทำให้หมดทุกชิ้นเลยนะคะ
  2. จากนั้นตั้งกระทะใส่น้ำมันลงไปเยอะๆค่ะ ใช้ไฟกลางพอเริ่มร้อนก็ใส่เกี๊ยวที่ทำลงไปทอดให้สุกเหลืองดีทั้ง 2 ด้าน โดยช่วงทอดให้เราวางส่วนที่แผ่นเกี๊ยว ประกบกันคว่ำลงในน้ำมันก่อนเพื่อให้เกี๊ยวติดกันไม่คลายตัวนะคะ จากนั้นตักขึ้นมาพักไว้ในตะแกรงค่ะ จากนั้นก็นำมาจัดใส่จานวางเรียงให้สวยงามน่าทาน แล้วนำไปเสริฟทานคู่กับน้ำจิ้มไก่หรือน้ำจิ้มบ๊วยอร่อยๆค่ะ

เกี๊ยวห่อชีสกุ้ง กรอบๆ