อิ่มอร่อยชาบูสุดคุ้มที่ ชาบูอินดี้ บางพลี

ชาบูอินดี้

อิ่มอร่อยชาบูสุดคุ้มที่ ชาบูอินดี้ บางพลี

วันนี้เราพามาทานบุฟเฟต์สไตล์สุกี้ ชาบูกันค่ะ ร้านนี้ชื่อร้านชาบูอินดี้ บางพลี อยู่ตรงซอยทางเข้าวัดหลวงพ่อโตบางพลีค่ะ อยู่ขวามือก่อนขึ้นสะพาน สามารถจอดรถด้านในร้านมีที่จอดกว้างขวางดีค่ะ จะมีพนักงานคอยโบกรถให้อย่างขยันขันแข็งเลย ร้านนี้เราเคยมาทานกันแล้วครั้งก่อน อร่อยติดใจเลยต้องมาทานกันอีกครั้งค่ะ

อิ่มอร่อยชาบูสุดคุ้มที่ ชาบูอินดี้ บางพลี

ร้านมองเห็นเด่นชัดสีส้มสดใส ไฟสว่างใช้ได้ค่ะ ดูสะอาดสะอ้านดี เมื่อเข้าไปด้านหน้าร้าน ลูกค้าเยอะสักหน่อยแต่ก็รอคิวไม่นานก็ได้ที่นั่งค่ะ มีที่นั่งแบบในห้องแอร์ และแบบด้านนอกค่ะ ร้านเป็นสไตล์เปิดโล่งเช่นกัน โดยโต๊ะที่นั่งประมาณ 20-30 ตัวค่ะ ไม่แออัดมากนั่งกันสบายๆ ลูกค้าเยอะเลยดูเต็มร้านดีค่ะ

อิ่มอร่อยชาบูสุดคุ้มที่ ชาบูอินดี้ บางพลี

ซึ่งลักษณะบุฟเฟต์ของที่นี่จะเป็นแบบให้เราจดในกระดาษและสั่งพนักงานเอาค่ะ โดยจะมีเสริฟจานแรกมาแบบรวมทุกอย่างให้เราทานก่อน เสิร์ฟมาจานใหญ่มากเลยค่ะ และมีของสดพิเศษอย่าง หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ กุ้งสด ที่ไม่รวมในเมนูบุฟเฟต์หากสั่งต้องจ่ายเพิ่มค่ะ

อิ่มอร่อยชาบูสุดคุ้มที่ ชาบูอินดี้ บางพลี

อิ่มอร่อยชาบูสุดคุ้มที่ ชาบูอินดี้ บางพลี

ราคาบุฟเฟต์ 219บาท ต่อคน ไม่รวมเครื่องดื่มค่ะ ราคาน่าคบหาไม่แพง ส่วนเมนูอาหารที่สามารถสั่งได้ก็จะเป็นพวก เนื้อวัวหมัก ปลาหมึก ตับหมู หมูหมักปูอัด ลูกชิ้น เห็ดเข็มทอง ผักต่างๆเป็นต้นค่ะ หากใครอยากทานเมนูพิเศษสามารถสั่งเพิ่มเงินได้ค่ะ เช่นปูอัดวาซาบิ หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ กุ้ง ไข่ไก่ เมื่อได้อาหารแล้วเราก็ลงมือทานกันเลยค่ะ หมูสไลต์อร่อยดีค่ะ ทานคู่กับน้ำจิ้มมี 2 แบบ คือแบบคล้ายๆน้ำจิ้มสุกี้อร่อยดี และแบบซีฟู้ดเผ็ดไปหน่อย บางคนอาจผสมกันทานก็ได้ค่ะ เสียดายน้ำจิ้มให้น้อยไป ต้องสั่งเพิ่มตลอดน่าจะมีแบบให้เติมเองจะง่ายกว่าค่ะ น้ำซุปอร่อยใช้ได้ซดร้อนๆคล่องคอดีค่ะ ทานกันอิ่มแล้วยังไม่พอขอตบท้ายด้วยของหวานอย่างไอศกรีมหลากหลายรสชาติ โดยต้องเดินไปตักด้านในร้านใกล้เคาท์เตอร์คิดเงินค่ะ ไม่ใช่ยี่ห้อทั่วไป รสชาติอร่อยดีค่ะ

อิ่มอร่อยชาบูสุดคุ้มที่ ชาบูอินดี้ บางพลี

โดยรวม ของสดดีคุณภาพใช้ได้เลยค่ะ สำหรับราคานี้ถือว่าคุ้มค่ะ พนักงานอาจบริการไม่ทั่วถึงนัก ลูกค้ามาทานเยอะ ให้สั่งไปเผื่อเลยค่ะ จะได้ไม่ต้องเรียกพนักงานบ่อยค่ะ

เส้นทางการมาร้าน ชาบูอินดี้ สาขาบางพลี จากถนนบางนาตราด เข้ามาเส้นเทพารักษ์ ผ่านบิ๊กซีบางพลี เลยมาเล็กน้อยข้ามสะพานจะเจอทางเข้าวัดหลวงพ่อโต (บางพลี) หรือ วัดบางพลีใหญ่ใน เลี้ยวซ้ายเข้าไปร้านอยู่ขวามือก่อนขึ้นสะพานข้ามคลองเลี้ยวเข้าไปจอดรถได้เลยค่ะ

Facebook page : Shabu Indy Bangplee
ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 17.00-23.00น.
สำหรับใครที่กลัวจะไม่มีโต๊ะสามารถสำรองโต๊ะได้ที่ เบอร์ 081-5506640 ค่ะ
ร้านชาบูอินดี้ ยังมีสาขาอีกหลายสาขาทั่วประเทศเลยค่ะหากใครใกล้ที่ไหนก็ลองแวะทานได้ค่ะ

แซลมอนผัดไข่ซอสมะเขือเทศ

แซลมอนผัดไข่

แซลมอนผัดไข่ซอสมะเขือเทศ

วันนี้เรามาชวนทำเมนูอร่อยจากเนื้อปลาแซลมอนนอร์เวย์กันค่ะ กับเมนูแซลมอนผัดไข่ซอสมะเขือเทศ ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าทานปลาแล้วมีประโยชน์นะคะ นอกจากย่อยง่ายแล้วยังมี dha ,omega3 ช่วยในการบำรุงสมองด้วยค่ะ โดยเฉพาะเนื้อปลาแซลมอนนะคะ ชวนกันมาทานปลากันเยอะๆนะคะ โดยเมนูนี้รสชาติออกเปรี้ยวนิดหวานหน่อยอร่อยดีค่ะ เหมาะกับเด็กๆน่าจะชอบทานมากค่ะ เอาไว้ทำให้เด็กๆทานกันได้ง่ายๆยามเช้าค่ะ โดยปลาแซลมอนนั้นถือเป็นปลาที่มีราคาสูงนะคะเพราะต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศเป็นหลัก ราคาชิ้นนึงก็หลายร้อยบาท แต่วันนี้เราจะใช้เป็นเนื้อปลาแซลมอนชิ้นเล็กๆกันนะคะสามารถหาซื้อกันได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตได้เลยค่ะ  เดี๋ยวเรามาลองทำทานกันเลยค่ะ

 

วัตถุดิบ (สำหรับทาน 2-3 คน)

  1. เนื้อปลาแซลมอนสุก 1/2ถ้วยตวง
  2. ไข่ไก่ 3 ฟอง
  3. มะเขือเทศ 1 ลูก
  4. ซอสมะเขือเทศ ½ ถ้วยตวง
  5. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำตาล 1 ช้อนชา
  7. น้ำมันพืชสำหรับทอด
  8. พริกไทยโรยหน้า
  9. ผักชีสำหรับตกแต่ง

แซลมอนผัดไข่ซอสมะเขือเทศ

วิธีทำ

  1. ก่อนอื่นให้เรานำเนื้อปลาแซลมอนใส่ชามเซรามิกหรือภาชนะที่สามารถอุ่นในไมโครเวฟได้ค่ะ จากนั้นให้นำไปอุ่นในไมโครเวฟตั้งไฟไว้ประมาณ 120องศาฟาเรนไฮท์ ใช้เวลา 3 นาทีเพื่อให้เนื้อสุกและเราสามารถยีเนื้อปลาแซลมอนให้เป็นชิ้นเล็กๆง่ายขึ้นนะคะ จากนั้นพักไว้ก่อน

แซลมอนผัดไข่ซอสมะเขือเทศ

  1. ให้เราเตรียมมะเขือเทศ 1 ลูกมาล้างให้สะอาด และ หั่นหัวท้ายทิ้ง ค่อยๆหั่นเนื้อที่เหลือให้เป็นชิ้นเต๋าชิ้นเล็กๆและพักไว้ก่อนค่ะ
  2. จากนั้นให้เราตอกไข่ไก่ 3 ฟอง ใส่ชามไว้ก่อนนะคะ เดี๋ยวค่อยมาทำกันค่ะ
  3. นำกระทะมาตั้งไฟใส่น้ำมันลงไปเล็กน้อย พอร้อนใส่ไข่ไก่ลงไปทิ้งไว้สักพักให้พอสุกและใช้ตะหลิวคนให้เป็นชิ้นๆดี ตามด้วยเนื้อปลาแซลมอนที่ยีแล้ว มะเขือเทศหั่น และใส่ซอสมะเขือเทศ ½ ถ้วยตวง น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาล 1 ช้อนชา ใส่ลงไปผัดให้เข้ากันดีเป็นอันเสร็จแล้วค่ะ ปิดไฟเสริฟใส่จานได้เลย

แซลมอนผัดไข่ซอสมะเขือเทศ

  1. จากนั้นโรยพริกไทยเล็กน้อย ตกแต่งจานด้วยใบผักชีให้สวยงามแค่นี้ก็น่าทานแล้วค่ะอร่อยสุดๆ เป็นยังไงบ้างค่ะทำทานได้ง่ายๆไม่ยากเลยนะคะกับเมนู แซลมอนผัดไข่ซอสมะเขือเทศ อร่อยมีประโยชน์ครบจริงๆค่ะวันหยุดสบายๆลองทำทานกันในครอบครัว หรือ ช่วยกันทำพร้อมกับเด็กๆก็ได้เพราะทำทานไม่ยากค่ะ เด็กๆจะได้มีส่วนร่มในการทำและอยากทานมากขึ้นนะคะ เรียกได้ว่าเมนูนี้ทั้งสนุกในการทำและอร่อยในการทานนะคะ

ข้าวผัดปลาแซลมอนเทริยากิ

ข้าวผัดปลาแซลมอน

ข้าวผัดปลาแซลมอนเทริยากิ

รสชาติข้าวผัดปลาแซลมอนเทริยากิจะออกหวานๆหน่อยค่ะ เหมาะกับเด็กๆทานมากค่ะ ช่วยให้เด็กๆทานข้าว และทานผักได้ง่ายขึ้นค่ะโดยจะใช้ผักที่มีรสชาติไม่ขมนักในการทำอย่างกระหล่ำปลี แครอทนะคะ สามารถใส่ผักอย่างอื่นเพิ่มได้อีกค่ะ หั่นเป็นชิ้นเล็กๆหน่อยค่ะจะได้ทานง่ายขึ้น เมนูนี้ทำแล้วมีประโยชน์ครบครันใน 1 จานค่ะ โดยเฉพาะเนื้อปลาแซลมอนที่เป็นปลาย่อยง่ายมีโอเมกา3สูงกว่าปลาทะเลชนิดอื่นๆ ช่วยในการพัฒนาสมอง การเรียนรู้ และบำรุงส่วนต่างๆแถมยังเหมาะกับทุกช่วงวัยเลยค่ะ ปัจจุบันหาซื้อได้ง่ายขึ้นเพราะเป็นที่นิยมของคนทั่วไปมากค่ะ ราคาสูงแต่ก็ถูกลงจากหลายปีก่อนมากนะคะเลยหาทานได้ง่ายขึ้นค่ะ เราซื้อได้ตามซุปเปอร์มาร์เกตทั่วไปได้เลยค่ะแผนกของสด อาหารทะเลค่ะ แต่เราจะใช้เป็นเนื้อปลาแซลมอนย่างสำเร็จแล้วมาทำนะคะเพื่อลดขั้นตอนในการทำค่ะ ใครใช้แซลมอนสดให้นำไปอบ หรือย่างก่อนมาทำนะคะ

วัตถุดิบ (สำหรับทาน 2 ที่)

  1. เนื้อปลาแซลมอน 1 ถ้วยตวง
  2. ซอสเทริยากิ 5 ช้อนโต๊ะ
  3. กระหล่ำปลี 1 ชาม
  4. แครอท 1/2ถ้วยตวง
  5. ไข่ไก่ 2 ฟอง
  6. กระเทียม 5 กลีบ
  7. ข้าวสวย 2 จาน
  8. ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

ข้าวผัดปลาแซลมอนเทริยากิ

  1. ก่อนอื่นให้เรานำเนื้อปลาแซลมอนย่างมายีให้เป็นชิ้นเล็กค่ะ จากนั้นพักไว้ก่อนค่ะ
  2. จากนั้นให้หั่นผักกระหล่ำปลีโดยซอยเป็นชิ้นเล็ก และนำกระเทียมมาหั่นให้เป็นชิ้นแบนๆไว้ค่ะ จากนั้นหั่นแครอทเป็นชิ้นเล็กไว้ค่ะ

ข้าวผัดปลาแซลมอนเทริยากิ

  1. ต่อมาให้เราตั้งกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อยลงไป พอน้ำมันเริ่มร้อนให้นำกระเทียมที่หั่นไว้ใส่ลงไปทอดให้เหลืองดี และตักขึ้นมาพักไว้ก่อน เดี๋ยวเราจะนำมาใช้ใส่ในข้าวผัดและ โรยหน้าให้สวยงามค่ะ
  2. นำกระทะใบเดิมใส่น้ำมันลงไปเล็กน้อย จากนั้นพอกระทะร้อนก็ใส่ไข่ไก่ 2 ฟองตอกลงไปผัดทำการยีไข่ให้สุกดี ตามด้วย ผักกระหล่ำปลีและแครอท ลงไป ผัดให้ผักสุกดีตามด้วยเนื้อปลาแซลมอนที่ยีไว้ ผัดเล็กน้อยให้เข้ากันดีค่ะ
  1. จากนั้นใส่ข้าวสวยลงไป ราดซอสเทริยากิลงไป 5 ช้อนโต๊ะ เติมซีอิ้วขาวเล็กน้อย 1 ช้อนโต๊ะ  ตามด้วยกระทียมที่เจียวไว้ คลุกให้เข้ากันดีค่ะ เป็นอันเสร็จค่ะ ตักข้าวใส่จาน แล้วตกแต่งด้วยผักชีให้สวยงามเสริฟทานร้อนๆกันเลยค่ะ

ข้าวผัดปลาแซลมอนเทริยากิ

  1. เป็นยังไงบ้างค่ะกับเมนูง่ายๆแต่อร่อย รสชาติถูกใจเด็กๆทานกันอร่อยเลยค่ะ ลองทำทานกันดูนะคะ

เทปันยากิสไตล์ที่ Benihana the Japanese steakhouse

Benihana the Japanese steakhouse

เทปันยากิสไตล์ที่ Benihana the Japanese steakhouse

วันนี้จุดหมายของเราอยู่ที่โรงแรม AVANI Atrium Bangkok ที่ห้องอาหาร Benihana the Japanese steakhouse เป็นร้านเทปันยากิที่มีจุดเด่นเฉพาะในด้านการเอ็นเตอร์เทรนและรสชาติค่ะ ได้ความสุขในการทานอาหารพร้อมความสนุกสนานกลับบ้านค่ะ

สำหรับการเดินทางใครที่มาทางรถส่วนตัวก็ขับมาเส้นเพชรบุรีตัดใหม่และขับเลย mrt เพชรบุรี มาจะถึงก่อน อิตัลไทยค่ะ ฝั่งเดียวกับอิตัลไทยทาวเวอร์ ค่ะ สังเกตป้ายจะเห็นชื่อโรงแรมชัดเจนค่ะ เลี้ยวซ้ายเข้าโรงแรมได้เลยค่ะ

จอดรถ ชั้น p1 ที่จอดรถสำหรับมาทานห้องอาหาร benihana โดยเฉพาะค่ะ จากนั้นเดินเข้าทางเข้าเห็นป้ายเชฟขนาดใหญ่ต้อนรับกันเลยค่ะ กดลิฟท์ขึ้นมาชั้น 1 ก่อนและจะขึ้นไปออกlobby จากนั้นกดลิฟท์ต่อขึ้นมาชั้น2 ห้องอาหารค่ะ

เดินออกมาทางขวามือก็จะเจอห้องอาหาร ภายในห้องอาหารตกแต่งเน้นโทนสีแดงตัดดำสวยดีค่ะ ดูมีจุดเด่นดี และเน้นการตกแต่งผสมผสานแบบญี่ปุ่นเข้ามากับแนวโมเดิร์น โดยเมื่อเราเดินเข้าไปจะมีขวดสาเกหลากหลายแบบตรงทางเข้า พร้อมโซนซูชิบาร์ที่สามารถสั่งนั่งทานได้เลยตรงเคาท์เตอร์ เลยมาหน่อยจะเป็นที่นั่งทานแบบเทปันยากิ โดยจะมีแยกเป็นมุมส่วนตัว หรือ แบบในห้องที่สามารถรับแขกได้กว่า 10ที่ค่ะ วันนี้เราได้นั่งทานกันกลางห้องอาหารเลยค่ะเป็นโต๊ะที่ใกล้ ออยสเตอร์บาร์ ที่สุดค่ะเทปันยากิสไตล์ที่ Benihana the Japanese steakhouse

สำหรับห้องอาหารเปิดทุกวันเวลา 18.00-22.30น  พิเศษเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ที่จะเปิด 12.00-15.00น. ค่ะ โดยวันนี้เรามาทาน Benihana brunch set จะมีเฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์ ช่วง เวลา 12.00-15.00น. เท่านั้นค่ะ ราคาจะอยู่ที่ 790++ บาทต่อเซตค่ะ ซึ่งมีความพิเศษตรงที่มีออยสเตอร์บาร์ ให้เราตักทานได้ไม่อั้นเลยค่ะ และภายในเซตเราสามารถเลือกเนื้อเทปันยากิได้ 4อย่างจาก Australian rib eye steak , Salmon ,kurobuta pork, chicken breast แต่แนะนำให้ทานเนื้อนะคะเพราะที่นี่เค้าเด่นเรื่องเนื้อค่ะ   แต่ใครไม่ทานเนื้ออย่างอื่นก็น่าทานเหมือนกันค่ะ

เทปันยากิสไตล์ที่ Benihana the Japanese steakhouse

ระว่างนั่งรอพนักงานก็เริ่มจากเสริฟ ถั่วแระญี่ปุ่น มาให้จานเต็มๆทานเล่นกันก่อนค่ะ จากนั้นก็ตามด้วยซุปญี่ปุ่นรสชาติอร่อยดีค่ะ และตามด้วยสลัดbenihana  และยำสาหร่าย มาให้ทานกันก่อนค่ะ

เทปันยากิสไตล์ที่ Benihana the Japanese steakhouse

ระหว่างนี้เชฟจะทำซูชิและซาซิมิมาเสริฟ เป็น เนื้อปลาแซลมอน และ แคลิฟอเนียโรล พร้อมวาซาบิ ขิงดองค่ะ

อย่างที่บอกว่าBrunch set นี้มีความพิเศษตรงที่มีออยสเตอร์บาร์ เราสามารถเดินไปตักหอยนางรมสดๆไม่อั้น ที่ออยสเตอร์บาร์ตั้งอยู่ตรงกลางห้องอาหารเลยค่ะ  มีน้ำจิ้มให้เลือกทั้งราดเลมอน น้ำจิ้มซีฟู้ด  พอนซึซอส ขอบอกว่าหอยนางรมสดดีค่ะ ตัวโตใช้ได้ โดยเฉพาะทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดของทางร้านอร่อยมากค่ะ ชอบน้ำจิ้มซีฟู้ดที่นี่มากทานกับอะไรก็อร่อยค่ะ แถมตักได้ไม่อั้นแบบนี้ทานกันจนอิ่มเลยค่ะ แต่อย่าลืมเราต้องเก็บท้องไว้ทานเทปันยากิด้วยนะคะ

เทปันยากิสไตล์ที่ Benihana the Japanese steakhouse

โดยข้าวผัดกระเทียมของที่นี่ รสชาติออกสไตล์ญี่ปุ่นดีค่ะ รสชาติออกกลางๆที่ไม่เน้นรสเข้มข้นจนเกินไปใส่ไข่ไก่ลงไปด้วยพร้อมโรยพริกไทยค่ะ กลิ่นหอมฉุยเลยค่ะ สำหรับทานคู่กับเนื้อในเซตค่ะ

เทปันยากิสไตล์ที่ Benihana the Japanese steakhouse

ถึงช่วงลงมือย่างเนื้อกันค่ะ เชฟจะเริ่มโชว์ลีลาการทำอาหารให้เราทานอย่างเพลิดเพลินค่ะ ก่อนทำเนื้อออสเตรเลีย เชฟจะถามว่าต้องการเนื้อแบบไหนเราเลือกทานแบบ medium ค่ะ จากนั้นจะหั่นเป็นชิ้นพอดีทานเลยค่ะเนื้อที่ย่างออกมากำลังดีเลยค่ะมีความแดงเล็กน้อยสมเป็นมืออาชีพจริงๆ การย่างของที่นี่เค้าจะคงรสชาติของเนื้อไว้ให้เราสัมผัสรสชาติเนื้อ โดยปรุงแค่เนย เกลือ และโชยุเท่านั้นค่ะ ใครชอบทานเนื้อไม่ควรพลาดมาลองทานร้านนี้กันนะคะ

เวปไซต์: http://www.avanihotels.com/atrium-bangkok/dining/benihana.html

Facebook: https://www.facebook.com/Benihana-at-AVANI-Atrium-Bangkok

เบอร์โทร 02-718-2000-1 ,02-718-2023

ไข่ตุ๋นนมสดกุ้งและปูอัด

ไข่ตุ๋นนมสด

ไข่ตุ๋นนมสดกุ้งและปูอัด

เมนูจากไข่วันนี้เป็นอะไรที่ทานง่ายเหมาะกับเด็กและคนสูงอายุค่ะ กับเมนูไข่ตุ๋นนมสดกุ้งและปูอัด เพราะไข่ตุ๋นจะมีเนื้อที่นิ่มๆนุ่มๆค่ะรสชาติไม่จัดจ้าน ทำให้ทานง่ายค่ะ แถมมีประโยชน์จากไข่ไก่ ทั้งโปรตีน และวิตามินนะคะ ช่วยในการซ่อมแซมและเสริมสร้างส่วนต่างๆของร่างกายจึงเป็นเมนูที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัยเลยค่ะ รสชาติที่นุ่มๆทำให้ทานได้ทั้งเป็นกับข้าว หรือทานเล่นระหว่างวันก็ได้นะคะ โดยเฉพาะเป็นเมนูโปรดของเด็กๆค่ะ

เมนูไข่ตุ๋นนมสดกุ้งและปูอัด หาวัตถุดิบทำได้ง่ายมากๆ แค่มีไข่ไก่ ละเนื้อสัตว์อย่างกุ้ง และปูอัด เราก็พร้อมทำทานกันง่ายๆแล้วค่ะ เมนูนี้เราจะต้องเสริฟทานร้อนๆเพื่อให้ได้รสชาติที่อร่อยและมีประโยชน์ โดยเฉพาะทำทานก็ง่ายมากค่ะมาทำทานกันดูนะคะ

วัตถุดิบ (สำหรับทาน 2 ที่)

  1. ไข่ไก่ 2 ฟอง
  2. นมสด ½ กล่อง
  3. ซีอิ้ว หรือ น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  4. กุ้งสด 2 ตัว
  5. ปูอัด 2-3ชิ้น
  6. แครอทหั่นเต๋า 2 ช้อนโต๊ะ
  7. พริกไทยเล็กน้อย
  8. ผักชีสำหรับแต่งหน้า

ไข่ตุ๋นนมสดกุ้งและปูอัด

วิธีทำ

  1. ก่อนอื่นให้เรานำแครอทมาหั่นเต๋าชิ้นเล็กพักไว้ จากนั้นทำการหั่นปูอัดเป็นชิ้นๆเช่นกันขนาดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมจัตุรัส หรือ ใหญ่กว่านั้นเล็กน้อย เพื่อให้ทานได้พอดีคำค่ะ

ไข่ตุ๋นนมสดกุ้งและปูอัด

  1. จากนั้น ทำการตอกไข่ไก่ ทั้ง 2 ฟองลงไปในชามตามด้วยนมสด½ กล่อง และซีอิ้วหรือ น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะลงไป โรยพริกไทยใส่ลงไปเล็กน้อย คนให้เข้ากันดีเป็นเนื้อเดียว แล้วค่อยๆใส่แครอทที่หั่นไว้ลงไป
  2. ให้เรานำเนื้อไข่ที่ทำเสร็จแล้วใส่ในถ้วย หรือภาชนะที่เตรียมไว้สำหรับนำไปนึ่ง ของเราใส่ในถ้วยอลูมิเนียมขนาดเล็กตักได้ 2 ถ้วยพอดีเลยค่ะ จากนั้นให้เราค่อยๆใส่เนื้อปูอัดที่หั่นลงไปในทั้ง 2 ถ้วยค่ะ ใส่ปริมาณพอดีทานตามชอบเลยค่ะ

ไข่ตุ๋นนมสดกุ้งและปูอัด

  1. แล้วให้นำซึ้งมาใส่น้ำลงไปด้านล่างให้ประมาณ 1/3 ของหม้อก็ได้ค่ะและต้มน้ำให้ร้อน พอน้ำเดือดให้นำถ้วยที่ใส่ไข่ตุ๋นไปนึ่งในซึ้ง เราจะใช้เวลานานประมาณ 5 นาที พอครบเวลาให้เรานำกุ้งใส่ลงไปด้านบนตามด้วยใบผักชี ที่เราใส่กุ้งไปตอนหลังเพื่อให้กุ้งสุกนุ่มพอดี หากใส่ลงไปก่อนกุ้งจะสุกเกินไปค่ะ ทำการนึ่งต่ออีก 5นาที แล้วปิดไฟเป็นอันเสร็จค่ะ พร้อมเสริฟใส่จานทานกันเลยค่ะ อาจโรยพริกไทยเพิ่มด้านบนอีกครั้งก็ได้นะคะ บางคนจะทำน้ำปลาพริกไว้ทานคู่กันด้วย แต่เราชอบทานแบบไม่ปรุงอะไรเลยค่ะได้รสชาติไข่ละมุนดีค่ะ เป็นยังไงค่ะทำทานกันไม่ยากเลยนะคะกับเมนูไข่ตุ๋นแบบนี้ค่ะ

สลัดปูอัดโรลเพื่อสุขภาพ

สลัดปูอัดโรล

สลัดปูอัดโรลเพื่อสุขภาพ

สาวๆกับสลัดเป็นของคู่กันนะคะ วันนี้เรามาทำเมนูสลัดปูอัดโรลทำง่ายทานอร่อยๆของเราวันนี้ โดยเราจะใช้แผ่นแป้งปอเปี๊ยะญวน หรือแผ่นแป้งแหนมเนืองมาทำค่ะ หาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตค่ะตามตู้แช่แข็งค่ะ หรือถ้าเวลาเราทานแหนมเนืองแล้วเหลือแป้งก็เก็บไว้ทำทานกันได้เลยนะคะ ส่วนน้ำสลัดที่ใช้สามารถซื้อได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตเลือกยี่ห้อที่เราชอบทานมาได้เลยนะคะโดยเราจะเพิ่มความอร่อยจากน้ำสลัดเดิมๆธรรมดาก็เพิ่มด้วยวาซาบิให้รสเผ็ดซ่านิดๆเข้าไปด้วยนะคะพอให้มีรสชาติ พูดแล้วก็รู้ว่าเมนูนี้ต้องอร่อย และมีประโยชน์มากแน่ๆค่ะ นั้นเรามาลองทำทานกันดูค่ะ

วัตถุดิบ (สำหรับทาน 1-2ที่)

  1. ปูอัด 8 ชิ้น
  2. น้ำสลัด 1 ถ้วย
  3. วาซาบิ 1 ช้อนชา
  4. แผ่นแป้งแหนมเนือง 8 แผ่น
  5. แตงกวา 2 ลูก
  6. แครอท ½ หัว
  7. กระหล่ำปลีซอย เล็กน้อย
  8. ผักสลัด 5-6ใบ

สลัดปูอัดโรลเพื่อสุขภาพ

วิธีทำ

  1. ก่อนอื่นให้เรานำผักต่างๆมาล้างให้สะอาดก่อนนะคะ จากนั้นเราจะค่อยๆมาเริ่มหั่นผักกันทีละอย่างค่ะ เริ่มจากหั่นแตงกวาเป็นเส้นๆยาวๆนะคะปลอกเปลือกหรือไม่ปลอกก็ได้ค่ะแล้วแต่ชอบ และหั่นแครอทให้เป็นชิ้นยาวๆเหมือนกันค่ะ นำผักสลัดมาฉีกแบ่งไว้ค่ะ ส่วนใครหาผักอะไรไม่ได้เราก็มาใช้ผักที่มีอย่างกะหล่ำปลีมาซอยไว้ค่ะเอาไว้ห่อในสลัดโรลของเราด้วยค่ะ นำปูอัดมาแกะพลาสติกที่ห่อออกวางเตรียมไว้ด้วยค่ะ

สลัดปูอัดโรลเพื่อสุขภาพ

  1. หลังจากเตรียมผักเสร็จแล้วให้เรานำแป้งแผ่นแหนมเนืองมาแช่น้ำให้แป้งอ่อนตัวลงค่ะ สักประมาณ 2 นาทีก็จะได้แผ่นแป้งนิ่มๆน่าทานกันค่ะ ค่อยๆนำออกมาใส่จานวางเรียงไว้ก่อนนะคะ
  2. จากนั้นเรามาเริ่มห่อกันค่ะ นำแผ่นแป้งวางลงที่ภาชนะตามผักสลัด (ถ้ามี) เนื่องจากเราไม่มีผักสลัดจะเพิ่มเป็นกระหล่ำปลีซอยลงไปแทนค่ะ ตามด้วยผักแครอท 1 ชิ้น แตงกวา 1 ชิ้น และปูอัด1 ชิ้น ลงไป  วางเรียงกันทั้ง 3 อย่างค่ะและทำการห่อแผ่นแหนมเนืองให้เป็นชิ้นสวยงามจับให้แน่นๆหน่อยค่ะ จริงๆถ้ามีใบเตยให้หั่นเป้นเส้นๆเล็กๆมาพันรอบแป้งให้สวยงามก็ได้ค่ะ ทำให้หมดตามจำนวนเลยค่ะ จัดใส่จานให้สวยงามน่าทาน

สลัดปูอัดโรลเพื่อสุขภาพ

  1. มาทำน้ำสลัดกันบ้างค่ะ ง่ายมากๆนำน้ำสลัดที่เตรียมไว้ใส่ถ้วยและใส่วาซาบิลงไป 1 ช้อนชา (หากใครชอบวาซาบิเยอะๆก็ใส่เพิ่มได้ตามชอบเลยค่ะ) ใช้ช้อนคนผสมให้เข้ากันดีค่ะ และนำไปทานคู่กับสลัดโรลปูอัดที่ทำไว้ค่ะ เป็นอันเสร็จแล้วนะคะสลัดปูอัดโรลน่าทานๆของเราวันนี้

บิงซูสตอเบอร์รี่

บิงซู

บิงซูสตอเบอร์รี่

บิงซู (Bingsu)  หรือ น้ำแข็งใสเกล็ดหิมะสไตล์เกาหลี  เป็นเมนูของหวานที่กำลังฮิตอินเทรนด์มากในตอนนี้นะคะ มีทั้งร้านที่เป็นแบรด์เกาหลีแท้ๆ หรือ คนไทยประยุกต์ทำกันหลายร้านมากค่ะ ซึ่งราคาต่อถ้วยนั้นก็ค่อนข้างสูงมากเริ่มตั้งแต่  100บาทขึ้นไปจนถึง300 กว่าบาทก็มีนะคะ ยิ่งร้านที่เป็นแบรนด์เกาหลีแท้ๆราคาก็ยิ่งสูงค่ะ โดยรวมแล้วเมนูนี้จะเป็นแนวน้ำแข็งใสเกล็ดหิมะ ที่ออกรสชาตินมๆ ทานผสมกับผลไม้ต่างๆให้เลือกตามชอบอย่างพวกเลม่อน สตอเบอร์รี่ มะม่วงสุก หรือแนวชอคโกแลตก็มีนะคะ

โดยวันนี้เราจะมาทำทานเองง่ายๆกันด้วยเมนู” บิงซูสตอเบอร์รี่”  ตามแบบฉบับโฮมเมดง่ายๆ สตอเบอร์รี่ที่เราใช้ก็จะเป็นสตอเบอร์รี่สดๆเลยค่ะ ลองหาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตอย่าง tops ,villa market, ตลาด อ.ต.ก ที่เน้นคัดผลไม้นอกสดๆมาให้เราเลือกทานค่ะ ส่วนซอสสตอเบอร์รี่ก็หาซื้อได้ตามซุปเปอร์เช่นเดียวกันค่ะ เลือกได้ตามชอบเลยนะคะ หลักๆก็มี  2 อย่างหาซื้อยากหน่อยค่ะ นอกนั้นก็ตามสะดวกเลยค่ะ ได้วัตถุดิบแล้วนั้นเรามาลองทำทานกันเลยนะคะ

วัตถุดิบ (สำหรับ 1 ที่)

  1. นมรสจืด หรือหวาน 1 กล่อง
  2. สตอเบอร์รี่สด 4-5ลูก หรือมากกว่านั้น
  3. นมข้นหวาน 3-4 ช้อนโต๊ะ
  4. ซอสสตอเบอร์รี่ 3 ช้อนโต๊ะ
  5. ถ้วยสวยๆ 1 ใบ
  6. ช้อนสแตนเลส 1 คัน

บิงซูสตอเบอร์รี่

วิธีทำ

  1. ให้นำนมรสจืดหรือหวานก็ได้ที่เป็นพวกกล่อง UHt ไปแช่แข็งในตู้เย็น เราจะแช่ทิ้งไว้ข้ามคืนเลยก็ได้ค่ะ พอจากนั้นเมื่อครบวันแล้วเราก็นำออกมาแกะกล่องออกมาและใช้ช้อนสแตนเลสค่อยๆยีออกมาให้นมไม่จับตัวเป็นก้อน นมจะค่อยๆคลายตัวเป็นเกล็ดนุ่มๆค่ะ

บิงซูสตอเบอร์รี่

  1. นำสตอเบอร์รี่มาหั่นเป็นชิ้น โดยเราจะนำมาหั่นครึ่งชิ้น ใช้ 3-4 ลูก เก็บลูกเต็มๆไว้ 1 ลูกค่ะไว้เป็น topping ด้านบนสุดค่ะ

บิงซูสตอเบอร์รี่

 

  1. นำนมที่เป็นเกล็ดแล้วใส่ในถ้วยสวยๆตามชอบเลยค่ะ และให้เป็นชั้นสูงๆหน่อยค่ะ ค่อยๆวางสตอเบอร์รี่ที่หั่นไว้รอบๆถ้วยตกแต่งให้สวยงาม และนำสตอเบอร์รี่ลูกโตๆวางไว้ด้านบนสุดค่ะ ตกแต่งด้วยใบมิ้นต์หรือ ใบสตอเบอร์รี่ค่ะ ค่อยๆราดด้วยนมข้นหวานลงไป 3-4ช้อนโต๊ะ ถ้าใครที่ชอบทานหวานๆก็เพิ่มได้อีกตามชอบค่ะ เพียงเท่านี้ก็พร้อมเสริฟทานแล้วค่ะ หน้าตาน่าทานมาก รสชาติก็อร่อยดีค่ะได้ความนุ่มของนม ผสมความหวานของนมข้นหวาน ยิ่งทานสตอเบอร์รี่สดๆเปรี้ยวๆหวานๆลงตัวมากเลยค่ะ เย็นสดชื่นคลายร้อนได้ดีจริงๆค่ะ

 

เกี๊ยวกรอบปูอัดชีส

เกี๊ยวกรอบปูอัดชีส

เกี๊ยวกรอบปูอัดชีส

มีเมนูของทานเล่นยามว่างมาทำทานเล่นๆกันอีกแล้วนะคะ กับเมนู “เกี๊ยวกรอบปูอัดชีส” ซึ่งวิธีทำง่ายๆเช่นเคย สามารถทำทานกันยามว่าง หรือ ให้เด็กๆทานตอนเลิกเรียนนะคะ โดยวัตถุดิบหลักอย่างปูอัดสามารถเลือกซื้อได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปได้เลยค่ะ แล้วอย่าลืมเพิ่มชีสด้วยนะคะ (เพิ่มความอ้วนกันสักหน่อย) โดยสามารถหาซื้อชีสที่เราชอบได้เลยค่ะ หรือเอาที่ง่ายๆก็เป็นเชสด้าชีสแบบแผ่นง่ายๆค่ะ เผื่อใช้ทำอย่างอื่นทานด้วยปกติที่บ้านจะมีเจ้าเชสด้าชีสติดตู้เย็นไว้เสมอค่ะ เพราะเราสามารถนำมาใส่ในอาหารได้หลายอย่างและก็เก็บได้นานด้วย ราคาไม่แพงมากด้วยค่ะ ส่วนแผ่นเกี๊ยวกรอบๆนั้นก็หาซื้อมาด้วยนะคะ เมื่อวัตถุดิบหลักครบแล้วก็มาลองทำทานกันดูเลยค่ะ การที่เราทำทานเองมั่นใจและแน่ใจได้ว่าของที่เราเลือกเป็นของที่ดีสะอาดถูกหลักอนามัยนะคะ และถือเป็นการใส่ใจในคนที่เรารักอยากให้เค้าได้ทานค่ะ

 

วัตถุดิบ (สำหรับ 1-2 ที่)

  1. เกี๊ยวแผ่น 10 แผ่น เพิ่มได้ตามปริมาณคนทานเลยค่ะ
  2. ปูอัดหั่นให้ได้ 10 ชิ้น ปริมาณเท่ากับแผ่นเกี๊ยวค่ะ
  3. ชีส 1แผ่นหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ให้ขนาดประมาณ ปูอัดค่ะ
  4. น้ำเปล่า สำหรับทาให้แผ่นเกี๊ยวติดกัน
  5. น้ำมันสำหรับทอด
  6. กระทะก้นลึก

 

วิธีทำ

  1. ก่อนอื่นให้เราเตรียมหั่นปูอัดให้มีขนาดพอดีห่อแล้วไม่เกินแผ่นเกี๊ยว ประมาณ 1 ½ นิ้ว ค่ะ จากนั้นนำชีสแผ่นมาหั่นเช่นกันขนาดให้พอๆกับปูอัดค่ะ พักไว้ก่อน

เกี๊ยวกรอบปูอัดชีส

  1. จากนั้นนำเขียงมารองแล้วนำแผ่นเกี๊ยวมาวางลงไปจากนั้นนำปูอักมาวางลงไปตรงกลางแผ่น ตามด้วยแผ่นชีสที่หั่นไว้ลงไปด้านบน เตรียมน้ำเปล่าใส่ถ้วยไว้เพื่อใช้ทาเหมือนกาวค่ะให้แผ่นเกี๊ยวติดกัน

เกี๊ยวกรอบปูอัดชีส

 

  1. นำแผ่นเกี๊ยวด้านตรงข้ามกันมาประกบกันตรงกลางใช้น้ำติดทั้ง 2 ด้าน จนได้แผ่นเกี๊ยวห่อเป็นลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็กๆนะคะ จากนั้นทำให้ครบตามจำนวนทั้งหมดที่เราเตรียมไว้

เกี๊ยวกรอบปูอัดชีส

  1. ตั้งกระทะใส่น้ำมันเยอะๆ พอน้ำมันเริ่มร้อนให้ใส่แผ่นเกี๊ยวที่ทำไว้ลงไป ทอดให้เหลืองกรอบดีทั้ง 2 ด้านทั่วทั้งชิ้น จากนั้นตักมาสะเด็ดในตะแกรงให้คลายร้อนสักพักจะได้แผ่นเกี๊ยวกรอบๆ ให้เราจัดใส่จานให้สวยงาม เสิร์ฟพร้อมทานคู่กับน้ำจิ้มไก่แล้วค่ะอร่อยสุดๆ ทั้งตัวแป้งเกี๊ยวกรอบๆกับเนื้อปูอัดที่เข้ากันกับชีสหวานมันทานเพลินๆเลยค่ะ เด็กทานทานได้เยอะ แต่ผู้ใหญ่ต้องระวังทานมากก็จะอ้วนกันนะคะ เอาเป็นว่าทานพอดีๆละกันค่ะ

เกี๊ยวกรอบปูอัดชีส

ทาโกยากิ ทำเองง่ายๆ

ทาโกยากิ ทำเองง่ายๆ

ทาโกยากิ ทำเองง่ายๆ

วันนี้เรามาทำของทานเล่นง่ายๆอย่าง “ทาโกยากิ” กันค่ะ เป็นของว่างทานเล่นแบบญี่ปุ่นค่ะ ซึ่งเราต้องใช้เตาทำทาโกยากิกันนะคะ ซึ่งหากใครที่ชื่นชอบการทำอาหารแล้ว เตานี้ก็มีประโยชน์หลายอย่างไม่ใช่แค่ทำทาโกยากิเรายังมีเมนูอื่นที่สามารถใช้เตาทำได้อย่างขนมครก ไข่นกกระทาทอด หอยกระทะเป็นต้นค่ะ ก็เพิ่มสีสันในการทำอาหารได้ดีค่ะ ทาโกยากิที่เราทำวันนี้เป็นไส้ปูอัดนะคะทานง่ายๆ นอกจากไส้ปูอัดเราก็สามารถนำเนื้ออย่างอื่นมาทำได้ เช่น ปลาหมึก กุ้ง ทูน่า นะคะเลือกทำกันได้เลยค่ะอร่อยแน่ๆ มาดูวัตถุดิบที่เราจะใช้กันเลยค่ะ ว่ามีอะไรบ้าง

 

วัตถุดิบ (สำหรับ 2-3 ที่)

  1. เตาทำทาโกยากิ
  2. ไม้เสียบลูกชิ้นสำหรับกลิ้งลูกทาโกยากิ 2 ไม้
  3. แป้งสาลีอเนกประสงค์ 200 กรัม
  4. น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง
  5. ผักกระหล่ำปลี 1 ถ้วยตวง
  6. ปูอัด 5 ชิ้น หรือใครมีใส่อะไรก็เตรียมใส่ได้เลยค่ะ
  7. ซอสทาโกยากิ หรือ ซอสมะเขือเทศ
  8. มายองเนส
  9. น้ำมันสำหรับทาเตา
  10. ไข่ไก่ 1ฟอง
  11. ซีอิ้วขาวเล็กน้อย
  12. ผงปรุงรสเล็กน้อย
  13. น้ำตาลเล็กน้อย
  14. สาหร่าย
  15. ต้นหอมซอย

วิธีทำ

  1. ก่อนอื่นให้เรานำกระหล่ำปลีมาหั่นฝอยสับๆให้ละเอียดหั่นไว้ประมาณ 1 ถ้วยตวง จากนั้นนำปูอัดมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆพักไว้ก่อน ซอยต้นหอมเป็นชิ้นๆ อาจเปลี่ยนไส้เป็นกุ้ง หรือ ปลาหมึกได้ค่ะแล้วแต่ชอบ
  1. จากนั้นนำแป้งสาลีอเนกประสงค์ปริมาณ 200กรัม มาใส่ในชามผสม ใส่น้ำเปล่าลงไป 1 ถ้วยตวง ตามด้วยซีอิ้วขาว น้ำตาลเล็กน้อย ผงปรุงรส ใส่ไข่ไก่ลงไป 1 ฟอง ผสมให้เข้ากันดี จากนั้นใส่กระหล่ำปลีที่หั่นไว้ลงไป คนให้เข้ากันให้แป้งพอเหนียวดี หากเหนียวมากสามารถเพิ่มน้ำเปล่าลงไปอีกค่ะ

ทาโกยากิ ทำเองง่ายๆ

  1. นำผ้ามาชุบน้ำมันหมาดๆแล้วทาให้ทั่วหลุมในเตาทำทาโกยากิ จากนั้นเตรียมอุ่นเตาทำทาโกยากิ จากนั้นใส่แป้งที่ผสมลงไปในหลุมไม่ต้องเต็มมาก เพราะเดี๋ยวเราจะใส่เนื้อปูอัดหั่นลงไปด้วยค่ะ จากนั้นให้ใส่ปูอัดลงไปตรงกลางจนแป้งเริ่มแข็งตัว ให้นำอีกชิ้นมาประกบกับชิ้นที่อยู่ในเตาโดยใช้ไม้จิ้มค่อยๆนำออกมา

ทาโกยากิ ทำเองง่ายๆ

  1. จากนั้นใช้ไม้จิ้มหมุนไปมาให้เป็นลูกๆ จนแป้งออกเหลืองๆค่ะ นำไม้จิ้มออกมาเป็นลูกๆวางไว้ในจานและราดซอสทาโกยากิและมายองเนสลงไป (หรือใส่ซอสมะเขือเทศลงไป) และโรยหน้าด้วยต้นหอมซอยและสาหร่ายผงลงไปพร้อมทานร้อนๆแล้วค่ะ

ทาโกยากิ ทำเองง่ายๆ

ทาโกยากิ ทำเองง่ายๆ

ข้าวผัดปลาซาบะ เทอริยากิ

ข้าวผัดปลาซาบะ เทอริยากิ

ข้าวผัดปลาซาบะเทริยากิ

วันนี้เรามาทำเมนูข้าวผัดกันค่ะ ซึ่งนำปลาซาบะมาทำค่ะ นั่นคือเมนู “ข้าวผัดปลาซาบะ เทอริยากิ” ซึ่งรสชาติออกหวานๆเหมาะทำให้เด็กทานอร่อยๆค่ะ ปลาซาบะ เป็นปลาทะเล ที่สามารถหาทานในบ้านเราได้ง่ายนะคะ นิยมนำมาทำอาหารญี่ปุ่นทานกัน ไม่ว่าจะทานสด หรือ นำมาปรุงให้สุก มีหลายสายพันธุ์ ซึ่งราคาก็แตกต่างกัน ปัจจุบันราคาปลาซาบะไม่แพงด้วยค่ะ เราลองมาทำทานกันนะคะ โดยเราจะใช้ปลาซาบะย่างมาทำกันนะคะ ซื้อจากซุปเปอร์มาร์เก็ตแล้วทานไม่หมด เราก็เก็บมาทำเมนูข้าวผัดทานตอนเช้ากันค่ะ

 

วัตถุดิบ (สำหรับทาน 2 ที่)

  1. ข้าวสวย 2จาน
  2. ปลาซาบะย่าง 1 ถ้วยตวง (ฉีกเนื้อให้เป็นชิ้นๆเล็กๆ)
  3. ผักกระหล่ำปลี 1-2 ถ้วยตวง หรือผักอื่นๆ
  4. ไข่ไก่ 2 ฟอง
  5. ซอสเทอริยากิ 2-3ช้อนโต๊ะ
  6. ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำตาลทราย 1-2ช้อนชา
  8. ต้นหอมซอย 1-2ต้น
  9. ผักชีโรยหน้า
  10. พริกไทยเล็กน้อย

 

วิธีทำ

ข้าวผัดปลาซาบะเทริยากิ

  1. ก่อนอื่นให้เราเตรียมปลาซาบะกันค่ะ โดยเราจะใช้เนื้อปลาซาบะย่างมาทำค่ะ และนำมาฉีกเนื้อปลาซาบะให้เป็นชิ้นเล็กๆ เอาก้างออกให้หมดใส่ถ้วยไว้ค่ะ

ข้าวผัดปลาซาบะเทริยากิ

  1. ให้เรานำกระหล่ำปลีมาหั่นเป็นชิ้นๆประมาณ 1-2 ถ้วยตวง และล้างให้สะอาดสะเด็ดน้ำไว้ หากใครมีผักชนิดอื่นก็สามารถนำมาใส่แทนได้ค่ะ แต่กระหล่ำปลีจะเข้ากันดีกับปลาซาบะค่ะเพราะไม่เหม็นเขียว ไม่ขมค่ะช่วยทำให้รสชาติของปลาซาบะชัดขึ้นด้วยค่ะ ตอกไข่ใส่ถ้วยไว้ก่อนค่ะ

ข้าวผัดปลาซาบะเทริยากิ

  1. จากนั้นให้เราตั้งกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อย พอน้ำมันเริ่มร้อนให้ใส่ไข่ไก่ลงไปและคลุกให้พอสุกตามด้วยผักกระหล่ำปลีซอยลงไปผัดให้สุกดี และใส่เนื้อปลาซาบะที่ฉีกไว้ลงไปผัดให้เข้ากัน (เนื้อปลาซาบะเราใส่ทีหลังเพราะว่าสุกแล้วนะคะ) จากนั้นใส่ข้าวสวยลงไปผัดให้เข้ากันดี ปรุงรสด้วยซอสเทอริยากิลงไป ซีอิ้วขาวเล็กน้อย น้ำตาลทราย 1 –2ช้อนชาค่ะ ลองชิมรสชาติดู หากมีต้นหอมอาจซอยหั่นเพิ่มลงไปได้ค่ะ โรยพริกไทยลงไปเล็กน้อยคลุกๆและปิดไฟค่ะ

 

ข้าวผัดปลาซาบะเทริยากิ

  1. จากนั้นให้เราตักข้าวผัดปลาซาบะใส่ถ้วยและคว่ำจานลงไปเพื่อให้ได้ข้าวผัดสวยๆน่าทานค่ะ จากนั้นนำผักชีวางด้านบนให้สวยงามน่าทานยิ่งขึ้น (ใครชอบพริกไทยก็โรยลงไปอีกสักรอบค่ะ) เพียงเท่านี้เราก็จะได้ข้าวผัดปลาซาบะเทอริยากิอร่อยๆทานกันแล้วค่ะ อย่างที่บอกว่ารสชาติจะออกหวานๆค่ะ ทานง่ายและสะดวกด้วยนะคะลองทำทานกันดูนะคะ