ไก่ต้มฟักมะนาวดองเห็ดหอม

ไก่ต้มฟักมะนาวดองเห็ดหอม

เมนูไก่ต้มฟักมะนาวดองอร่อยๆมาเสริฟทานยามเช้ากันจ้า โดยเราจะใช้เป็นน่องไก่กันนะคะ ทำทานกันอร่อยทั้งบ้านได้ง่ายๆในเวลาไม่นานค่ะ โดยเรามีน้ำซุปไก่ที่ทำไว้ตั้งแต่ตอนไหว้เจ้ามาใช้ประโยชน์ด้วยเลยค่ะ ทำทีเดียวใช้คุ้มมากค่ะ โดยเก็บแช่ในช่องแช่แข็งจะใช้ก็นำออกมาอุ่นค่ะ โดยฟักเขียวที่เรานำมาใช้ทำอาหารในวันนี้เราจะใช้ฟักแก่นะคะเพราะเนื้อจะแข็ง และทำให้น้ำซุปรสออกหวานดีค่ะ แต่ถ้าไม่มีก็สามารถใช้ฟักอ่อนทดแทนกันได้ค่ะ  ฟักมีประโยชน์ในเรื่องการช่วยย่อยอาหารและบำรุงร่างกายด้วยนะคะ

วัตถุดิบ (สำหรับทาน 2-3ที่)

  1. น่องไก่ 5-10 น่อง
  2. น้ำซุปไก่ 1 ชาม หรือ คนอร์ก้อน 1 ก้อน
  3. เห็ดหอม 3-5 อัน
  4. ฟัก ½ ลูก
  5. มะนาวดอง 1 ลูก
  6. ต้นหอมผักชี 1-2 ต้น
  7. เกลือ เล็กน้อย
  8. น้ำตาล 1 ช้อนชา
  9. มะนาว 1 ลูก
  10. พริกไทยเล็กน้อย

วิธีทำ

 

  1. ก่อนอื่นให้เรานำเห็ดหอมแช่น้ำทิ้งไว้ก่อน เราแช่ 1 คืนค่ะ เพื่อให้เห็ดดูดน้ำได้พองๆนะคะ
  2. จากนั้นให้เรานำน้ำซุปไก่ไปต้มให้เดือดดีค่ะ ใครจะใช้เป็นคนอร์ก้อนรสไก่ก็ได้ค่ะ นำมาใส่ในน้ำเดือดรสชาติอร่อยไม่แพ้กันเลยค่ะ แล้วก็เตรียมใส่น่องไก่ลงไปต้ม ปิดฝาไว้สัก 5 นาที ระหว่างนี้ก็ไปหั่นฟักกันค่ะ

ไก่ต้มฟักมะนาวดองเห็ดหอม

  1. ให้เรานำฟักมาปลอกเปลือกเอาเม็ดออกให้หมดและหั่นเป็นชิ้นๆค่ะ นำมาใส่ชามพักไว้ก่อนนะคะ และนำมะนาวดองมาหั่นครึ่งเอาเม็ดด้านในออกให้หมดค่ะ เพื่อให้ไม่ขม จากนั้นหั่นเห็ดหอมเป็นชิ้นๆไว้

 

ไก่ต้มฟักมะนาวดองเห็ดหอม

  1. จากนั้นไปดูที่หม้อต้มกันอีกครั้งนะคะ เราจะใช้มีดลองจิ้มลงไปที่น่องไก่ดูว่ามีเลือดซึมออกมาไหมค่ะ เพื่อเช็คว่าสุกรึยัง ถ้ายังไม่สุกก็ให้เอามีดจิ้มทุกน่อง เพื่อให้เนื้อไก่สุกเร็วขึ้นค่ะ แล้วค่อยๆใส่ฟักและเห็ดหอมลงไปทำการปิดฝา จากนั้นต้มต่อไปอีก 5 นาที ที่เราปิดฝาหม้อไว้เผื่อให้ความร้อนเข้าถึงเนื้อไก่และฟักได้ดีค่ะ

ไก่ต้มฟักมะนาวดองเห็ดหอม

  1. พอไก่สุกดีแล้วก็ให้ใส่น้ำมะนาวดองและเนื้อมะนาวดองลงไปในหม้อ และทำการปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อย และน้ำตาล ค่อยๆโรยพริกไทยเล็กน้อยลงไป ลองชิมรสชาติดูตามชอบค่ะโดยจะออกเปรี้ยวๆเค็มๆมีความหวานเล็กน้อยด้วยค่ะพอใกล้เสร็จแล้วเดี๋ยวเราจะใส่มะนาวลงไปเพิ่มความเปรี้ยวตอนท้ายด้วยนะคะจากนั้นปิดไฟ บีบน้ำมะนาวใส่ลงไปค่ะ เพื่อเพิ่มความหอมมะนาวสดๆรสเปรี้ยวอร่อยมากขึ้นค่ะ และตักใส่ชาม โรยด้วยต้นหอมและผักชีเสริฟทานกันร้อนๆค่ะ เหมาะกับทานช่วงหน้าหนาวอากาศเย็นๆมากค่ะ

ต.รุ่งโรจน์ เตี๋ยวชามใหญ่

ต.รุ่งโรจน์ เตี๋ยวชามใหญ่

ต.รุ่งโรจน์ เตี๋ยวชามใหญ่

ร้านนี้เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาอร่อยๆทำเอง 100% โดยเราวิ่งจากสนามบินสุวรรณภูมิเข้าเส้นกิ่งแก้วค่ะ ตรงมาเรื่อยๆตรงซอยกิ่งแก้ว 58 จะเห็นร้านอยู่ซ้ายมือค่ะ ร้านี้มีสาขาแรกน่าจะเป็นคลองเตย และมาเปิดสาขานี้ที่กิ่งแก้วค่ะ หรือถ้าเราวิ่งจากเส้นบางนา-ตราด เลี้ยวซ้ายเข้าถนนกิ่งแก้ว ทางที่จะไปสนามบินสุวรรณภูมิ ยูเทรินมาที่ซอยกิ่งแก้ว 58ค่ะ สังเกตจะอยู่ช่วงสะพานลอยค่ะ จอดรถข้างทางได้เลยค่ะ เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา  8.00- 16.00 น.ค่ะ

ต.รุ่งโรจน์ เตี๋ยวชามใหญ่

เดินเข้าไปในร้านวันนี้มาเช้าคนเลยน้อยหน่อย มีป้ายการันตีความอร่อยอยู่หน้าร้านด้วยค่ะว่าอร่อยจริงๆ ที่ทำก๋วยเตี๋ยวอยู่หน้าร้านเลย

มีที่นั่งด้านหน้าร้าน และด้านในร้านกั้นห้องไว้ค่ะ เราเลือกนั่งทานด้านหน้าร้านอากาศกำลังดีค่ะตอนเช้า ได้เห็นพนักงานทำงานกันขยันขันแข็งด้วย โต๊ะเป็นสแตนเลสนั่งสบายๆติดกันค่ะ

ต.รุ่งโรจน์ เตี๋ยวชามใหญ่

จากนั้นพนักงานก็มารับออเดอร์ เราเล็งไว้แต่แรกแล้วค่ะเพราะหิวมากข้าวเช้ายังไม่ได้กิน สั่งเส้นเล็กต้มยำ vip กับ เส้นเล็กเย็นตาโฟ vip ให้คุณแฟนทานค่ะ ดีที่หักห้ามใจสั่งแค่นี้นะคะเพราะว่าชามของที่นี่ใหญ่มากค่ะ ใหญ่จริงๆ vip เท่ากับ ก๋วยเตี๋ยวธรรมดา 2 ชามได้ค่ะ จะกินหมดไหมนะ ถ้าสั่งชามธรรมดาราคา 35บาทค่ะ vip 45 บาท

เส้นเล็กต้มยำ vip จานละ 45 บาท ราคาถูกมาถ้าเทียบกับปริมาณนะคะแถม ลูกชิ้นที่ใส่มาในชามนี่ไม่ใช่น้อยค่ะแต่ละชิ้นใหญ่ๆทั้งนั้น ไม่ผิดหวังจริงๆที่มาทานร้านนี้ค่ะ รสชาติน้ำซุปก็อร่อยลูกชิ้นปลาก็อร่อยมากจริงๆค่ะ

ต.รุ่งโรจน์ เตี๋ยวชามใหญ่

ลืมบอกไปว่าเครื่องปรุงยังมีขนาดใหญ่เลยค่ะ ใส่เป็นแก้วใหญ่ๆ พริกของร้านนี้เผ็ดมากค่ะ ใส่นิดเดียวก๋เผ็ดมากเราไม่รู้ใส่ไปตามปกติเผ็ดจนอยากร้องไห้เลยค่ะ

เส้นเล็กเย็นตาโฟ vip ราคา  45 บาท จานใหญ่ไม่แพ้กันค่ะ คุณแฟนผู้ชายทานหมดบอกอิ่มมาก รสชาติเย็นตาโฟอร่อยมากค่ะ ใส่เครื่องลูกชิ้นก็เหมือนกับต้มยำนะคะ

ต.รุ่งโรจน์ เตี๋ยวชามใหญ่

จากนั้นพนักงานเดินมาถามเอาน้ำอะไรเราเห็นมีน้ำชาฟรีให้ทานด้วยค่ะ เลยเอาแต่น้ำแข็งเปล่าค่ะ รสชาติชาของที่นี่อร่อยดีค่ะชื่นใจๆ ทีสำคัญฟรีค่ะ
มื้อนี้จ่ายไปแค่ 100 กว่าบาทเองค่ะ แต่อิ่มมากเลย เนื่องจากเราพยายามกินให้หมดชามด้วยเพราะอร่อยจริงๆไม่งั้นทานไม่หมดแน่ๆค่ะ ถือเป็นร้านที่ต้องมาลองทานกันค่ะแนะนำเลยประหยัดคุ้มค่ามาก เห็นคนที่มานั่งทานมักสั่งพวกลูกชิ้น เกี๊ยวกลับบ้านกันค่ะ ไม่สงสัยเลยว่าทำไมถึงสั่งกันเป็นถุงเป็นกิโลๆเลยค่ะ ลูกชิ้นปลาอร่อยมาก อยากทานอีกลืมซื้อกลับบ้านด้วย ก๋วยเตี๋ยวก็อร่อยมากให้ 5 ดาวเลยค่ะ

โจ๊ก รสเด็ด สูตรกวางตุ้ง

โจ๊กสูตรกวางตุ้ง

โจ๊ก รสเด็ด สูตรกวางตุ้ง

อาหารเช้า ถือได้ว่าเป็นมื้ออาหารที่สำคัญที่สุด เพราะจะช่วยเสริมสร้างสมองให้ความคิดโลดแล่น ไม่ว่าเรียนหรือทำงานก็จะเต็มไปด้วยประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยป้องกันโรคได้ด้วยนะคะ อาทิ โรคกระเพาะอาหาร ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังป้องกันโรคอ้วนได้อีกด้วย ในวัยเด็ก การไม่ทานมื้อเช้าจะส่งผลเสียต่อเด็กเป็นอย่างมาก เพราะจะทำให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ จึงทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง และการเจริญเติบโตไม่เป็นไปตามเกณฑ์ ดังนั้นเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในครอบครัว เราควรทานอาหารมื้อเช้ากันค่ะ วันนี้เลยนำเมนูโจ๊กรสเด็ด สูตรกวางตุ้ง มานำเสนอเป็นไอเดียให้คุณแม่บ้านได้ทำให้ตนเองและสมาชิกในครอบครัวได้ทานกันค่ะ

ส่วนผสม

เนื่องจากมีวัตถุดิบหลายส่วนที่ต้องเตรียมแยกกัน เพื่อไม่ให้สับสน จึงแยกส่วนผสมออกเป็นชุด ๆ ดังนี้นะคะ

ส่วนผสมโจ๊ก

  1. ข้าวหอมมะลิใหม่ 1 ถ้วยตวง
  2. น้ำสะอาด 2 ลิตร
  3. กระดูกสำหรับต้มน้ำซุป ½ กิโลกรัม
  4. เกลือ ½ ช้อนชา

ส่วนผสมหมูหมัก

  1. หมูบดหรือหมูสับ 200 กรัม
  2. ซีอิ้วขาว 1 ช้อนชา
  3. ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา
  4. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  5. พริกไทยป่น ปริมาณตามชอบ

ส่วนผสมหมี่กรอบ

  1. เส้นหมี่อบแห้ง 1 แพ
  2. น้ำมันพืช

ส่วนผสมไข่ลวก

  1. ไข่ไก่ 3-4 ฟอง
  2. น้ำสะอาด 1 ลิตร

ส่วนผสม (อื่น ๆ – ใช้สำหรับโรยหน้า)

  1. ขิงอ่อน ปริมาณตามชอบ
  2. ต้นหอม ปริมาณตามชอบ
  3. พริกไทยป่น ปริมาณตามชอบ
  4. ซีอิ้วขาว ปริมาณตามชอบ

วิธีทำ

1. นำข้าวหอมมะลิใหม่ 1 ถ้วยตวง (เพื่อให้เข้าใจตรงกัน ถ้วยตวงนี้ใช้ถ้วยที่มีมากับหม้อหุงข้าวนะคะ) นำมาซาวข้าวกับน้ำสะอาด 1-2 ครั้ง รินน้ำทิ้ง จากนั้นแช่ข้าวกับน้ำสะอาด โดยใส่น้ำสะอาดให้ท่วมข้าวสาร แช่ทิ้งไว้ 1 คืน

2. วันรุ่งขึ้น รินน้ำที่แช่ข้าวสารทิ้ง และใส่น้ำสะอาด 2 ลิตรลงไปในข้าว ตั้งเตาไฟ เปิดไฟแรง และใส่กระดูกหมูสำหรับต้มน้ำซุบลงไปด้วยค่ะ เมื่อน้ำเดือด ให้หรี่ไฟเตาเป็นไฟกลาง เคี่ยวไปเรื่อย ๆ ใส่เกลือป่นลงไปเพื่อเพิ่มรสชาติเล็กน้อยค่ะ ในช่วงขั้นตอนตรงนี้ให้หมั่นคนด้วยนะคะ เพื่อไม่ให้โจ๊กในส่วนก้นหม้อไหม้ ระหว่างรอโจ๊กได้ที่ เราก็มาทำอย่างอื่นกันต่อค่ะ

3. นำหมูสับหรือหมูบดมาหมัก ตามส่วนผสมที่แจ้งไว้ด้านบนนะคะ นำมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ค่ะ

โจ๊ก รสเด็ด สูตรกวางตุ้ง

เมื่อโจ๊กที่เราเคี่ยวไว้ในข้อ 2 ได้ที่ตามต้องการแล้ว (ซึ่งใช้เวลาประมาณประมาณชั่วโมงกว่า ๆ ค่ะ) ตักกระดูกหมูที่ใช้ต้มน้ำซุปออก จากนั้นนำหมูบดหรือหมูสับที่เราหมักไว้แล้ว มาปั้นเป็นก้อน ใส่ลงไปในหม้อโจ๊กค่ะ เคี่ยวต่ออีกสักครู่จนหมูสุก ก็ปิดไฟเตา พักไว้ก่อนค่ะ

4. นำเส้นหมี่อบแห้ง มาหั่นเป็นท่อน ๆ ความยาวประมาณ 3 นิ้วค่ะ จากนั้นตั้งกระทะ ไฟกลาง ใส่น้ำมันพอประมาณ เมื่อน้ำมันร้อนดี ให้นำเส้นหมี่ที่หั่นเป็นท่อนลงไปทอดในกระทะ ทอดเสร็จแล้วพักใส่จานไว้ก่อนค่ะ

เคล็ดลับอยู่ตรงนี้นะคะ

* เมื่อใส่หมี่ลงไปทอด หมี่จะขึ้นฟู ให้เรารีบตักขึ้น พักใส่กระชอนไว้ค่ะ อย่าปล่อยเวลานานนะคะเพราะจะทำให้เส้นหมี่ไหม้

**ค่อย ๆ ใส่เส้นหมี่ลงไปทอดครั้งละน้อย ๆ เพื่อให้เส้นหมี่สุกทั่วถึงกัน

โจ๊ก รสเด็ด สูตรกวางตุ้ง

5. นำขิงอ่อนมาปอกเปลือก ล้างน้ำให้สะอาด และหั่นฝอย ใส่ถ้วยพักไว้ค่ะ

6. นำต้นหอม มาล้างน้ำให้สะอาด หั่นฝอย ใส่ถ้วยพักไว้ค่ะ

โจ๊ก รสเด็ด สูตรกวางตุ้ง

7. ทำไข่ลวก โดยตั้งหม้อ ต้มน้ำสะอาด 1 ลิตร เมื่อน้ำเดือดให้ปิดเตาไฟ นำไข่ไก่ค่อย ๆ หย่อนลงไปในน้ำ แช่ไข่ทิ้งไว้ในน้ำเดือดนั้นจนน้ำเย็นเอง เมื่อจะทานค่อยนำขึ้นใส่ชาม ตั้งเสิร์ฟบนโต๊ะ (เมื่อตอกไข่จะได้ไข่ลวก น่าทานเชียวค่ะ)

โจ๊ก รสเด็ด สูตรกวางตุ้ง

8. เมื่อถึงเวลาทาน ก็ตักส่วนผสมต่าง ๆ ใส่จานชามที่เตรียมไว้ค่ะ ทั้งโจ๊ก, ไข่ลวก, หมี่กรอบ โรยด้วยขิงอ่อน และต้นหอม

หากต้องการให้มีรสชาติและความหอมเพิ่มเติม ก็โรยพริกไทยป่นแท้ และซีอิ้วขาว เพียงเท่านี้ก็ได้โจ๊กรสเด็ด สูตรกวางตุ้ง ทานกันอย่างอิ่มและอร่อยกันแล้วค่ะ

โจ๊ก รสเด็ด สูตรกวางตุ้ง

 

หมูกรอบ ทำง่ายทานเอง

หมูกรอบ

หมูกรอบ ทำง่ายทานเอง

ใครชอบทานอาหารอย่างหมูกรอบ วันนี้เรามีวิธีทำทานกันง่ายๆมาฝากค่ะ รับรองว่าทำแล้วจะติดใจค่ะ ซึ่ง “หมูกรอบ” เป็นอาหารที่อร่อยทานเพลินมากค่ะ ใครไม่กลัวอ้วนมาลองทำเมนูนี้เก็บไว้ทานกันค่ะ ทำมาจากหมูสามชั้นนั่นเอง การทำให้กรอบอร่อยนั้นก็ค่อนข้างใช้เวลาสักหน่อยนะคะ แต่ทำออกมาแล้วคุ้มค่ากับการรอคอยแน่นอนค่ะ นอกจากเราจะนำหมูกรอบมาทานง่ายๆยังสามารถนำหมูกรอบมาปรุงกับอาหารต่างๆได้หลากหลายเมนูด้วยค่ะ นั้นใครที่ชื่นชอบหมูกรอบมาลองทำทานกันดูเลยนะคะว่าจะกรอบอร่อยขนาดไหน

วัตถุดิบ

  1. หมูสามชั้น 1-2 ชิ้น (ประมาณ ½ -1 กิโล)
  2. น้ำส้มสายชู 1ช้อนโต๊ะ
  3. เกลือป่น ½ ช้อนชา
  4. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำมันสำหรับทอด
  6. เตาอบลมร้อน

 

วิธีทำ

  1. นำหมูสามชั้นมาล้างน้ำให้สะอาดหั่นเป็นชิ้นยาวๆไว้และนำไปต้มให้พอสุกในน้ำเดือด ประมาณ 10-15นาที จากนั้นพักไว้ในตะแกรงสะเด็ดน้ำไว้ให้พอแห้งดีนำมีดหรือส้อมมาจิ้มบริเวณหนังหมูให้ทั่วทั้งชิ้นเพื่อให้หนังหมูเวลานำไปทอดพองสวยงามน่าทาน จากนั้นนำเกลือและน้ำส้มสายชูผสมกันนำมาทาที่บริเวณหนังหมูให้ทั่วๆ เพื่อให้ได้หนังกรอบๆค่ะ

หมูกรอบ ทำง่ายทานเอง

  1. จากนั้นให้เรานำเนื้อหมูสามชั้นที่ทำไว้ไปอบต่อในหม้ออบลมร้อนใช้ความร้อน 150-180 องศาเซลเซียส ใช้เวลาประมาณ 10นาที เพื่อให้เนื้อหมูแห้งดีค่ะไล่น้ำความชื้นต่างๆออกจากเนื้อหมูสามชั้นกันก่อน

หมูกรอบ ทำง่ายทานเอง

  1. พอครบเวลาแล้วให้เรานำเนื้อหมูมาพักไว้ให้เย็นสักหน่อยก่อนเตรียมกระทะตั้งไฟใส่น้ำมันลงไปเยอะๆเพื่อใช้ทอดหมูกรอบให้กรอบนุ่มดี พอน้ำมันเริ่มร้อนใส่หมูสามชั้นโดยใส่ส่วนหนังลงไปด้านล่างเพื่อให้ได้น้ำมันเยอะๆทอดใช้ไฟแรง และค่อยๆลดไฟลงมาค่ะ เราจะได้หนังหมูกรอบพองน่าทานค่ะ ไม่ต้องทอดนานนะคะเดี๋ยวเนื้อหมูจะแข็งเกินไป พอสุกกรอบดีเทน้ำมันออกและใส่น้ำปลาลงไปเล็กน้อย ผัดคลุกเคล้าสักพัก ปิดไฟค่ะ จากนั้นนำขึ้นมาพักไว้ในตะแกรงรอให้พอเย็นสักหน่อย แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆให้พอดีทานค่ะ

หมูกรอบ ทำง่ายทานเอง

หมูกรอบ ทำง่ายทานเอง

  1. จากนั้นนำหมูกรอบจัดใส่จานทานคู่กับซอสพริก ข้าวสวยร้อนๆ อร่อยน่าทานมากค่ะ หรือ จะนำหมูกรอบไปปรุงอาหารอย่างอื่นทานก็ได้เช่น คะน้าหมูกรอบ ผักบุ้งหมูกรอบ กระเพราหมูกรอบ ก็ได้ค่ะ หากใครทำไว้เยอะก็สามารถเก็บไว้ทำทานตอนหลังได้ โดยที่เรายังไม่ต้องนำไปทอดค่ะ เราก็จะมีหมูกรอบทานได้ตลอดติดตู้เย็นไว้ค่ะ เก็บได้ไม่เกิน 1 อาทิตย์นะคะโดยใส่กล่องแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาค่ะ

เห็ดญี่ปุ่นราดหน้าคะน้าฮ่องกง

เห็ดญี่ปุ่นราดหน้า

เห็ดญี่ปุ่นราดหน้าคะน้าฮ่องกง

วันนี้นั่งคิด ๆ อยู่ค่ะว่าจะทำอาหารอะไรให้สมาชิกในบ้านได้รับประทานกันดี เปิดตู้เย็นเจอวัตถุดิบหลักมา 2 อย่างแล้วค่ะ ซึ่งวัตถุดิบเหล่านี้หากจะพูดกันสนุก ๆ เท่ากับว่าจะพาไปเที่ยว 2 ประเทศเลยนะคะ คือ ญี่ปุ่นและฮ่องกง ถ้าเช่นนั้นเรามาบินเพื่อไปทานด้วยกันเลยนะคะกับเมนู เห็ดญี่ปุ่นราดหน้าคะน้าฮ่องกง หน้าตาจะเป็นอย่างไร น่าทานขนาดไหน มีวัตถุดิบอะไรบ้างมาเตรียมกันนะคะ

ส่วนผสม (สำหรับทานได้  3-4 ที่)

  1. คะน้าฮ่องกง 300 กรัม
  2. เห็ดญี่ปุ่น 2 อย่าง อย่างละ 125 กรัม รวมเป็น 250 กรัม
  3. กระเทียม 10 กลีบ
  4. น้ำมันหอย 2-3 ช้อนโต๊ะ
  5. ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
  6. ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  7. พริกไทยป่น ปริมาณตามชอบ
  8. น้ำมันพืช
  9. น้ำส้มสายชู 5 ช้อนโต๊ะ (ไว้สำหรับแช่ผัก)

เห็ดญี่ปุ่นราดหน้าคะน้าฮ่องกง

วิธีทำ

1. นำคะน้าฮ่องกงมาตัดส่วนยอดออก แบ่งเป็นท่อน ๆ จนเหลือโคนก้าน ใช้มีดปอกเปลือกนำส่วนที่เป็นเสี้ยนออกไป ก็จะเหลือแต่ก้านคะน้าที่นุ่มกรอบ จากนั้นนำไปแช่ในน้ำสะอาดประมาณครึ่งภาชนะซึ่งผสมน้ำส้มชูเรียบร้อยแล้ว แช่ผักคะน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นนำผักไปล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกประมาณ 2 รอบ ทั้งนี้เพื่อความสะอาดและเป็นการล้างให้ปลอดจากสารพิษมากที่สุดค่ะ

เห็ดญี่ปุ่นราดหน้าคะน้าฮ่องกง

2. ตั้งกระทะ ใส่น้ำเกือบเต็มกระทะ ต้มจนน้ำเดือด จากนั้นนำคะน้าใส่ลงไป และตามด้วยน้ำมันพืช ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ทั้งนี้การใส่น้ำมันพืชจะช่วยทำให้คะน้า ที่ถึงแม้ว่าจะลวกเรียบร้อยและผ่านเวลาไประยะเวลาหนึ่งแล้ว ก็จะยังคงความเขียวสดและความกรอบอยู่ได้นานขึ้นค่ะ ใช้เวลาลวกผักคะน้าประมาณ 2 นาที จากนั้นนำกระชอนมาตักขึ้น สะบัดให้สะเด็ดน้ำและนำจัดลงจานเรียงให้สวยงาม พักไว้ก่อนนะคะ

เห็ดญี่ปุ่นราดหน้าคะน้าฮ่องกง

3. นำเห็ดญี่ปุ่นทั้ง 2 สีมาตัดส่วนที่เป็นรากทิ้งไปค่ะ จากนั้นนำเห็ดมาล้างน้ำให้สะอาด พักไว้ก่อนค่ะเห็ดญี่ปุ่นราดหน้าคะน้าฮ่องกง

4. กระเทียม นำมาปอกเปลือก และสับหยาบค่ะ พักไว้ก่อนนะคะ

เห็ดญี่ปุ่นราดหน้าคะน้าฮ่องกง

5. ตั้งกระทะ เมื่อกระทะร้อน ใส่น้ำมันลงไปประมาณ 3-4 ช้อนโต๊ะ และเมื่อน้ำมันเริ่มร้อน ใส่กระเทียมลงไปผัดพอหอมและเหลืองค่ะ จากนั้นใส่เห็ดญี่ปุ่นทั้ง 2 ชนิดลงไปผัดสักครู่ จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำมันหอย, ซอสปรุงรส, ซีอิ้วขาวและ พริกไทยป่น (ถ้าใช้พริกไทยป่นอย่างดีจะทำให้อาหารของเรามีกลิ่นหอมนะคะ) ผัดให้เข้ากัน ชิมและปรุงรสตามชอบ จากนั้นตักเห็ดญี่ปุ่นโดยราดลงบนคะน้าฮ่องกงที่ลวกเสร็จเรียบร้อยและจัดใส่จานไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยพร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะกับเมนู “เห็ดญี่ปุ่นราดหน้าคะน้าฮ่องกง”

เห็ดญี่ปุ่นราดหน้าคะน้าฮ่องกง

 

ข้าวต้มเจ๊เพ็ญ สุพรรณบุรี

ข้าวต้มเจ๊เพ็ญ

ข้าวต้มเจ๊เพ็ญ สุพรรณบุรี

พาไปทานข้าวต้มรอบดึกกันที่ร้านข้าวต้มเจ๊เพ็ญ ที่ท่ารถตลาดบางลี่ ร้านนี้เป็นร้านเก่าแก่ของตลาดบางลี่ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเปิดอยู่ตรงท่ารถเก่า บริเวณศาลสมเด็จพระเนรศวร ที่มีรูปปั้นไก่ชนเยอะๆค่ะ ร้านจะอยู่ด้านหลังศาล สามารถจอดรถได้ตรงถนนที่ลานจอดหน้าศาลได้เลยค่ะ ตอนดึกๆไม่ค่อยมีรถจอดเท่าไหร่นัก เพราะร้านค้าปิดหมดแล้วนอกจากมาทานร้านข้าวต้มนี้ค่ะ ทางร้านมีเมนูอาหารแบบไทยแบบจีน เลือกทานได้ทั้งแบบข้าวสวยหรือข้าวต้มก็ได้ค่ะ จะมีเจ้าของร้าน 2 คน ลุงผู้ชายกับป้าผู้หญิง โดยส่วนมากลุงจะเป็นคนทำค่ะ ส่วนป้าจะเป็นคนคิดเงิน รับออเดอร์ค่ะ

ข้าวต้มเจ๊เพ็ญ สุพรรณบุรี

เรามาทานประจำค่ะยามดึกๆ แต่ร้านเปิดตั้งแต่ช่วงบ่ายๆแล้วนะคะ 14.00-22.00น. เปิดทุกวันค่ะ  โดยหน้าร้านเป็นมุมทำอาหารมีวัตถุดิบให้เลือกกันตรงนั้นเลย แบบสไตล์จีนโบราณตามร้านข้าวต้มทั่วไปนะคะ หรือจะเลือกทานจากเมนูก็ได้ค่ะ มีที่นั่งประมาณ 10 โต๊ะค่ะ ที่นั่งก็มีแบบม้าหิน และนั่งโต๊ะค่ะ เป็นแบบเปิดโล่งธรรมดามีเปิดพัดลมบริการคลายร้อนด้วยค่ะ เมื่อได้ที่นั่งเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็เลือกเมนูอาหารโดยจะเลือกทานกันกับข้าวสวยค่ะ สั่งไปไม่นานก็มาเสริฟร้อนๆแล้วค่ะ

ชามแรกขอซดน้ำซุปร้อนๆกันสักหน่อยกับ ต้มยำรวมมิตร ราคา 120 บาท อร่อยดีค่ะ รสชาติ เป็นต้มยำสไตล์จีนๆค่ะ มีเครื่องหลายอย่าง ทั้งกุ้ง ปลาหมึก ปลา เห็ดค่ะ อร่อยใช้ได้ค่ะ โดยเฉพาะเมื่อเสริฟมาร้อนๆรสชาติอร่อยแซ่บๆดีค่ะ คือจะเป็นแบบไม่แซ่บอย่างของคนไทยมากนักแต่ก็เข้มข้นอร่อยดีค่ะ ราคานี้ถือว่าไม่แพงเลยค่ะ

ข้าวต้มเจ๊เพ็ญ สุพรรณบุรี

จานต่อมาเป็นผัดกระเพรารวมมิตร ราคา 100 บาท  รสชาติกำลังดีค่ะ อร่อยเลย ปลาหมึกกุ้ง ผัดเข้ากันดีค่ะอร่อยๆ เป็นผัดกระเพราแบบจีน ที่ไม่เผ็ดจัดแบบไทยนะคะ แต่ก็อร่อยไปอีกแบบค่ะต้องมาลองทานกันเอง

ข้าวต้มเจ๊เพ็ญ สุพรรณบุรี

จานเด็ดของร้านอีกอย่างคือไข่เจียวหมูสับค่ะ ที่เด็ดคือไข่เจียวฟูกรอบมากค่ะ แถมหอมกลิ่นกระทะไหม้ดีด้วย ยิ่งทานคู่กันกับซอสพริกยิ่งอร่อยมากขึ้นค่ะ เป็นเมนูง่ายๆแต่ทำออกมาได้อร่อยลงตัวมากเลยค่ะ

ข้าวต้มเจ๊เพ็ญ สุพรรณบุรี

ราคาอาหารของร้านนี้ก็ไม่แพงเลยค่ะ ทาน 2 คนตกประมาณ 300บาทได้ค่ะ ใครที่ผ่านมาอำเภอสองพี่น้องอยากหาร้านอร่อยทานยามดึกลองแวะมาทานได้นะคะรับประกันว่าไม่ผิดหวังค่ะ บรรยากาศอาจดูบ้านๆแต่เรื่องรสชาติมาเต็มนะคะ หลังทานอาหารเสร็จอย่าลืมแวะสักการะพระนเรศวรด้านข้างได้ด้วยนะคะ

ราชรส ติ่มซำ ภูเก็ต อาหารเช้าที่คุณต้องไปลอง

ราชรส ติ่มซำ

ราชรส ติ่มซำ ภูเก็ต อาหารเช้าที่คุณต้องไปลอง

เมื่อพูดสถานที่ท่องเที่ยวที่ชาวต่างชาติมักให้ความสนใจมาท่องเที่ยวกันอย่างมากมายในเมืองไทย รับรองได้ว่าต้องมีชื่อ เกาะภูเก็ต อยู่ในลิสต์ด้วยแน่นอนค่ะ ซึ่งนอกจากจะมีหาดสวย ๆ ทะเลใส ๆ ไว้รอรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติกันแล้ว อาหารก็ถือได้ว่าเป็นจุดขายอย่างหนึ่งเช่นกันนะคะ เราคงพอที่จะเคยทราบกันมาว่า ทางใต้นั้นอาหารเช้าที่เขามักทานกันก็คือ ติ่มซำค่ะ เรียกได้ว่ามีให้เลือกทานเหมือนร้านกาแฟในกรุงเทพกันเลยทีเดียว ดังนั้นก็จะพามาลองทานติ่มซำกันที่ภูเก็ตค่ะ กับร้าน “ราชรส ติ่มซำ”

ราชรส ติ่มซำ ภูเก็ต อาหารเช้าที่คุณต้องไปลอง

ราชรส ติ่มซำ ถือได้ว่าเป็นร้านดังที่ภูเก็ตเลยทีเดียว เริ่มจากการตกแต่งของร้านที่ออกสไตล์โมเดิร์นแบบดิบ ๆ โชว์อิฐมอญและปูนเปลือย เรียกได้ว่าแต่งสไตล์ที่ดูทันสมัย ร้านก็โปร่งโล่ง มีโต๊ะให้เลือกนั่งมากมายและหลากหลายสไตล์ด้วยค่ะ ที่จอดรถจะอยู่ด้านหลังร้าน หากมาทานในวันธรรมดาก็สบายไปนะคะ แต่ถ้าเป็นเสาร์อาทิตย์ก็จะแน่นพอสมควรทีเดียว เพราะทั้งนักท่องเที่ยวและคนภูเก็ตเองก็จะมาทานกันเยอะค่ะ

ราชรส ติ่มซำ ภูเก็ต อาหารเช้าที่คุณต้องไปลอง

อาหารที่ถือได้ว่าเป็น Signature ของร้านก็คงหนีไม่พ้นติ่มซำ, บะกุ๊ดเต๋ นอกจากนี้ยังมีซาลาเปาซึ่งแป้งนิ่มมากทีเดียว และก๋วยเตี๋ยวหลอดค่ะ โดยใน 1 จาน ทางร้านจะคละมาให้ 3 ไส้คือ ปู, กุ้งและหมูแดง เขาจะทำกันสด ใหม่ตลอด นอกจากนี้แล้วในเมนูติ่มซำเอง ก็ยังมีให้คุณเลือกอีกมากมาย ชนิดตัดสินใจกันไม่ถูกว่าจะสั่งอะไรเลยค่ะ ตัวรสชาติของอาหารที่กล่าวไว้ข้างต้นเองก็อร่อยมาก ๆ ไม่เช่นนั้นร้านนี้คงไม่เป็นที่โด่งดังค่ะ นอกจากจะมีอาหารประเภทติ่มซำและอื่น ๆ แล้ว ในส่วนของเครื่องดื่มก็มีให้เลือกตั้งแต่ชา กาแฟที่เป็นเครื่องดื่มเย็น แต่ถ้าต้องการคล่องคอก็สั่งเป็นชาจีนร้อนมาทานคู่กับติ่มซำ รับรองว่าอาหารคุณจะเพิ่มความอร่อยมากขึ้นะคะ และเมื่อถึงคราวเช็คบิล ราคาก็ไม่แพงอีกด้วยนะคะ

ราชรส ติ่มซำ ภูเก็ต อาหารเช้าที่คุณต้องไปลอง

เส้นทางการไปร้านราชรส ติ่มซำ คือเส้นทางไปโรงพยาบาลวชิระ ตัวร้านจะถึงก่อนโรงเรียนเทคนิค อยู่ทางด้านขวามือ หากคุณไปท่องเที่ยวโดยพักตามโรงแรม สามารถสอบถามเส้นทางอีกครั้งกับพนักงานที่โรงแรมที่คุณไปพักได้เลยค่ะ

ราชรส ติ่มซำ ภูเก็ต อาหารเช้าที่คุณต้องไปลอง

ร้านราชรสเปิดให้บริการลูกค้าตั้งแต่ 6.00 น. ไปจนถึงประมาณเที่ยงนะคะ ทั้งนี้เพราะติ่มซำถือได้ว่าเป็นอาหารเช้าของคนที่โน่น ระยะเวลาในการขายจึงมีแค่ครึ่งวันเช้าค่ะ ใครอยากทานต้องรีบ ๆ ไปกันนะคะ หากต้องการสอบถามเส้นทาง หรือรายละเอียดอื่น ๆ ของทางร้านเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ 080-263-4664

ราชรส ติ่มซำ ภูเก็ต อาหารเช้าที่คุณต้องไปลอง

 

ฮั่วเซ่งฮง ภัตตาคารอาหารจีนแสนอร่อย

ฮั่วเซ่งฮง

ฮั่วเซ่งฮง ภัตตาคารอาหารจีนแสนอร่อย

มักมีคำเปรียบเปรยอาหารจีนตามภัตตาคารว่า เป็นอาหารฮ่องเต้ เหตุเพราะมักใช้วัตถุดิบที่ดี สดใหม่มีการคัดสรรมาอย่างดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพ อีกทั้งมักมีความประณีตของกรรมวิธีในการจัดทำอาหาร วันนี้เลยนำพามาทานอาหารจีนกับภัตตาคารอาหารจีนที่มีชื่อว่า “ฮั่วเซ่งฮง” ค่ะ

ฮั่วเซ่งฮง ภัตตาคารอาหารจีนแสนอร่อย

ฮั่วเซ่งฮง เป็นภัตตาคารอาหารจีน มีสาขาอยู่มากมายเกือบ 20 สาขาด้วยกัน วันนี้พามาทานกันที่ฮั่วเซ่งฮง สาขาสุขุมวิท 101 ค่ะ ตัวร้านตั้งอยู่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 101 สามารถใช้บริการรถไฟฟ้าลงที่สถานีปุณณวิถีแล้วเดินมาอีกนิดหน่อยก็ถึงร้านแล้ว หรือหากมารถยนต์ส่วนตัว ก็นำรถเข้าไปจอดได้ที่บริเวณจอดรถรอบ ๆ ตัวร้านค่ะ สามารถรองรับได้ประมาณ 30-40 คันเลยทีเดียว

ฮั่วเซ่งฮง ภัตตาคารอาหารจีนแสนอร่อย

เมื่อเข้ามาภายในตัวร้านจะเจอกับน้องๆ  สาวสวยรอให้บริการพาไปนั่งที่โต๊ะค่ะ ซึ่งบริเวณภายในร้านค่อนข้างกว้างขวาง โต๊ะที่จัดวางมักเป็นโต๊ะวงกลมขนาดใหญ่ ประมาณ 10 ที่ต่อ 1 โต๊ะ แต่หากคุณต้องการความเป็นส่วนตัว สามารถใช้บริการห้องจัดเลี้ยงส่วนตัวได้เช่นเดียวกันค่ะ

ฮั่วเซ่งฮง ภัตตาคารอาหารจีนแสนอร่อย

การสั่งอาหาร คุณสามารถสั่งได้ตามใจชอบจากเมนูที่พนักงานนำมาให้ หรือจะสั่งเป็นเซ็ตที่ทางร้านได้จัดทำไว้ก็สะดวกดีนะคะ ส่วนเครื่องดื่มแนะนำให้ลองสั่งน้ำเก๊กฮวยมาทานค่ะ หวานอร่อยกลมกล่อมมากและเข้ากับการทานอาหารจีนได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้อาหารของที่ร้านถูกคัดสรรวัตถุดิบมาอย่างดีทั้งสดใหม่ ผ่านการทำอย่างมีฝีมือจากพ่อครัวชั้นเลิศ ทำให้อาหารแต่ละจานมีความอร่อย รสชาติกลมกล่อมเป็นอย่างมาก และใช้เวลาในการรออาหารแต่ละชนิดไม่นานเลยค่ะ ในส่วนของความอร่อย ทางร้านเองก็ได้รับการการันตีมามากหลาย ออกรายการมาเยอะมากค่ะ ซึ่งน่าจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความอร่อยได้เป็นอย่างดีนะคะ

ฮั่วเซ่งฮง ภัตตาคารอาหารจีนแสนอร่อย

นอกจากอาหารจีนรสเลิศที่มีให้เลือกอย่างมากมายหลากหลายเมนูแล้ว บริเวณหน้าร้านจะมีห้องเล็ก ๆ ที่จัดขายเบเกอรี่ ชื่อว่าร้าน Mui มีเค้กนานาชนิด และขนมมากมายให้เลือก ราคาอาจดูสูงไป แต่เมื่อได้ลองลิ้มชิมรส คุณจะทราบว่าไม่แพงเลย เพราะเขาใช้วัตถุดิบอย่างดีในการทำ รสชาติจึงอร่อยมาก ๆ เรียกได้ว่าสมราคาค่ะ

ฮั่วเซ่งฮง ภัตตาคารอาหารจีนแสนอร่อย

ฮั่วเซ่งฮง ยังเป็นภัตตาคารที่ให้บริการหลากหลาย มีการพัฒนาเพื่อให้ทันยุคทันสมัย โดยจัดให้มีบริการ Delivery เพื่อจัดส่งตามบ้าน มีบริการรับจัดเลี้ยงทั้งในและนอกสถานที่ ซึ่งคุณสามารถสอบถามรายละเอียดต่าง ๆ ได้ที่ฮั่วเซ่งฮง สาขาใกล้บ้านคุณค่ะ หรือที่ http://huasenghong.co.th  หรือโทรเพื่อจัดส่งอาหาร ที่ 02-248-0123 ง่าย ๆ เพียงเท่านี้ก็ได้อิ่มอร่อยกับอาหารจีนรสเลิศจากภัตตาคารชั้นนำแล้วค่ะ

ฮั่วเซ่งฮง ภัตตาคารอาหารจีนแสนอร่อย

บะหมี่แห้งเกี๊ยวปู

บะหมี่แห้งเกี๊ยวปู

บะหมี่แห้งเกี๊ยวปู

อาหารวันนี้เราทำทานช่วงเที่ยงกันค่ะ กับเมนูบะหมี่แห้งเกี๊ยวปู พอดีเมื่อวานทานปูแล้วเหลือเนื้อส่วนกล้ามปูไว้ เลยคิดว่าจะทำเมนูอะไรดีก็มาลงตัวที่เมนูนี้กันค่ะ โดยเราจะใช้เกี๊ยวเป็นเกี๊ยวหมูบดมาทำนะคะ ส่วนผักที่ใช้จะใส่เป็นผักกวางตุ้งที่มีรสชาติไม่ขม เข้ากันดีกับการทานกับก๋วยเตี๋ยวค่ะ ส่วนบะหมี่เหลืองที่เราใช้กับแผ่นเกี๊ยว หาซื้อตามซุปเปอร์มาร์เก็ตได้เลยค่ะ 1ห่อทำทานได้หลายจานเลยนะคะ  มาดูวิธีทำกันเลยค่ะ

วัตถุดิบ (สำหรับ 2 ที่)

  1. บะหมี่ 1-2 ก้อน
  2. แผ่นเกี๊ยว 10 แผ่น
  3. เนื้อหมูบด 1 ถ้วยตวง
  4. กะเทียมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ
  5. เนื้อปู ½ -1 ถ้วยตวง
  6. ผักกวางตุ้ง 1-2 ต้น
  7. ต้นหอม โรยหน้า
  8. ผักชี โรยหน้า
  9. ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  10. น้ำตาล ช้อนชา
  11. พริกไทย เล็กน้อย

บะหมี่แห้งเกี๊ยวปู

วิธีทำ

  1. ก่อนอื่นให้เรานำก้ามปูมาแกะเนื้อออกก่อนค่ะ โดยเราจะใช้ค้อนทุบเลยค่ะแกะยากดีนัก เมื่อเราได้เนื้อปูแล้วก็ใส่ชามพักไว้ค่ะ แกะให้ได้ชามนึงเลยค่ะใครชอบมากใส่เยอะๆเลยค่ะ
  2. ขั้นตอนต่อมาเราจะห่อเกี๊ยวกันค่ะ โดยเตรียมเนื้อหมูบดสำเร็จแล้วมาปรุงรสด้วยซีอิ้วขาว น้ำตาล พริกไทยค่ะ ผสมให้เข้ากันดี พักทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีและนำมาทำเป็นไส้เกี๊ยวได้ค่ะ โดยเราจะนำแผ่นเกี๊ยวมาใส่หมูบดลงไปตรงกลาง ทำการห่อโดยพับเป็นสามเหลี่ยมค่ะ และพับทบเข้ามาทั้ง 2 ข้าง เอาน้ำทานเล็กน้อยให้แป้งเกี๊ยวติดกันดีเป็นอันเสร็จเรียบร้อยค่ะ พักตัวเกี๊ยวไว้ก่อน
  3. จากนั้นให้เรานำผักกวางตุ้งมาล้างน้ำให้สะอาดและทำการหั่นผักกวางตุ้งเป็นท่อนๆไว้ค่ะ และซอยต้นหอมและผักชีนำกระเทียมมาซอยให้ละเอียดทำการเจียวกระเทียมโดยใส่น้ำมันเล็กน้อยในกระทะพอเริ่มร้อนก็ใส่กระเทียมลงไปเจียวให้เหลือหอมดีค่ะ ทำเตรียมไว้ค่ะ

บะหมี่แห้งเกี๊ยวปู

  1. ให้เรานำหม้อต้มน้ำให้เดือดแล้ว และนำบะหมี่ไปล้างน้ำเอาแป้งออกก่อนค่ะ พอน้ำเดือดใส่ลงไปลวกให้สุก ไม่ต้องนานมากนะและนำขึ้น ลวกด้วยน้ำเย็นอีกครั้งนึงและมาใส่ชามไว้คะเพื่อให้เส้นเด้งไม่อืดนุ่มจนเกิดไปค่ะ และ ใส่เกี๊ยวที่ทำไว้ลงไปลวก สังเกตเมื่อเกี๊ยวลอยขึ้นมาแสดงว่าสุกแล้ว จากนั้นตักขึ้นมาใส่ชามไว้ ตามด้วยลวกผักให้สุกดี จัดใส่จานค่ะ
  2. จากนั้นให้นำเนื้อปูที่เราแกะไว้แล้วมาโรยด้านบนให้น่าทาน และใส่กระเทียมเจียวลงไป โรยต้มหอมและผักชีพร้อมทานค่ะเวลาทานก็ปรุงรสเพิ่มด้วยเครื่องปรุงอย่างพริกน้ำตาลน้ำปลา น้ำส้มสายชูค่ะ เสริฟทานร้อนๆอร่อยน่าทานมากค่ะ

บะหมี่แห้งเกี๊ยวปู

เกี๊ยวห่อชีสกุ้งกรอบๆ

เกี๊ยวห่อชีส

เกี๊ยวห่อชีสกุ้ง กรอบๆ

เมนูวันนี้เป็นเมนูที่จะทำเป็นอาหารหลัก หรือว่างทานเล่นก็ได้ค่ะ เพราะเป็นเมนูเบาๆ อย่างเมนู เกี๊ยวห่อชีสกุ้ง ซึ่งวิธีทำไม่ยุ่งยาก แถมออกมาหน้าตาสวยงามน่าทานมากค่ะ เหมาะกับการทานคู่กับน้ำจิ้มไก่ หรือน้ำจิ้มบ๊วย อร่อยๆดีเลยค่ะ โดยวัตถุดิบของเราวันนี้ขอบอกว่าน้อยมากค่ะ หาง่ายด้วย เหมาะกับเด็กๆทาน หรือ ผู้ใหญ่ทานก็ได้ แถมทานง่ายและอร่อยค่ะ เรามาลองทำทานกันเลยนะคะ

วัตถุดิบ (สำหรับ 2 ที่)

  1. เกี๊ยวแผ่น 10 แผ่น (ใครที่ชอบทานเยอะๆก็เพิ่มปริมาณได้ตามชอบเลยนะคะ)
  2. กุ้ง 10 ตัว
  3. ชีสแผ่น 1-2 แผ่น
  4. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ (สำหรับหมักกุ้ง)
  5. ซีอิ้วขาว 1 ช้อนชา (สำหรับหมักกุ้ง)
  6. พริกไทย เล็กน้อย (สำหรับหมักกุ้ง)
  7. ใบต้นหอม (ใช้พันเกียว)
  8. น้ำเปล่า (สำหรับติดแผ่นเกี๊ยว)
  9. น้ำมันสำหรับทอด 1 ถ้วยตวง
  10. น้ำจิ้มไก่ 1 ถ้วย หรือ น้ำจิ้มบ๊วย

เกี๊ยวห่อชีสกุ้ง กรอบๆ

วิธีทำ

  1. แผ่นเกี๊ยวเราเลือกยี่ห้ออะไรก็ได้นะคะที่เราชอบทาน ส่วนชีสก็ใช้เป็นชีสแผ่นที่ขายตามซุปเปอร์มาร์เก็ตค่ะ หาซื้อง่ายและสะดวกดีค่ะ
  2. ก่อนอื่นให้เรานำกุ้งสดมาแกะเปลือกออกเหลือส่วนหางไว้ โดยกุ้งที่เราใช้ก็เลือกขนาดกลางๆค่ะ ทานพอดีคำ หากใช้ตัวใหญ่ไปอาจห่อไม่หมดได้ค่ะ และทำการผ่าหลังกุ้งไว้ค่ะ จากนั้นเราจะนำไปหมักไว้ด้วยน้ำมันหอย ซีอิ้วขาว พริกไทยเล็กน้อย ทิ้งไว้สักพัก
  3. จากนั้นให้เรานำชีสแผ่น 1 แผ่นสามารถหั่นได้หลายชิ้นค่ะ แต่ใครที่ชอบชีสเยอะๆก็ให้หั่นชิ้นใหญ่หน่อยนะคะ เราจะนำชีสแผ่นมาหั่นเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวๆไว้ค่ะ ให้พอดีจำนวนเกี๊ยวกุ้งที่เตรียมไว้คือ 10 แผ่น หากใครทำมากก็เตรียมไว้ตามจำนวนเกี๊ยวได้เลยค่ะ

เกี๊ยวห่อชีสกุ้ง กรอบๆ

  1. ขั้นตอนต่อมาเราจะนำแผ่นเกี๊ยวมาวางลงและนำกุ้งไปวางไว้ พร้อมชีสที่หั่นเตรียมไว้ลงไปค่ะ ส่วนหางกุ้งจะให้โผล่ออกมานะคะ ห่อโดยการม้วนให้แน่นๆติดน้ำแทนกาวที่แผ่นเกี๊ยวค่ะ จากนั้นนำใบต้นหอมมาผูกอีกครั้งให้สวยงามตัดส่วนที่เกินออกไปค่ะ ทำให้หมดทุกชิ้นเลยนะคะ
  2. จากนั้นตั้งกระทะใส่น้ำมันลงไปเยอะๆค่ะ ใช้ไฟกลางพอเริ่มร้อนก็ใส่เกี๊ยวที่ทำลงไปทอดให้สุกเหลืองดีทั้ง 2 ด้าน โดยช่วงทอดให้เราวางส่วนที่แผ่นเกี๊ยว ประกบกันคว่ำลงในน้ำมันก่อนเพื่อให้เกี๊ยวติดกันไม่คลายตัวนะคะ จากนั้นตักขึ้นมาพักไว้ในตะแกรงค่ะ จากนั้นก็นำมาจัดใส่จานวางเรียงให้สวยงามน่าทาน แล้วนำไปเสริฟทานคู่กับน้ำจิ้มไก่หรือน้ำจิ้มบ๊วยอร่อยๆค่ะ

เกี๊ยวห่อชีสกุ้ง กรอบๆ