อาหารเช้ารสเลิศ กับเลิศรสไข่กะทะ สกลนคร

เลิศรสไข่กะทะ สกลนคร

อาหารเช้ารสเลิศ กับเลิศรสไข่กะทะ สกลนคร

ช่วงนี้พามาแอ่วอีสานกันค่ะ กับดินแดนพุทธธรรมที่น่าสนใจที่หนึ่ง นั่นคือจังหวัดสกลนครค่ะ การเดินทางมาง่ายและสะดวกนะคะ เพราะสามารถใช้บริการเครื่องบินมาลงที่สนามบินสกลนครได้เลย และหาเช่ารถท้องถิ่น หรือว่าจ้างแท็กซี่ก็ได้ค่ะ เมื่อมาถึงถิ่นก็ต้องทานของที่คนที่นี่นิยมกับ เช้า ๆ แบบนี้นำเสนอเมนูไข่กระทะ กับร้าน “เลิศรส ไข่กระทะ”

อาหารเช้ารสเลิศ กับเลิศรสไข่กะทะ สกลนคร
ไข่กระทะ แบบไข่ไม่สุก

“เลิศรสไข่กะทะ” ถือว่าเป็นซิกเนเจอร์ของสกลนครร้านหนึ่งทีเดียวค่ะ ไม่ว่าจะคนท้องถิ่นเองหรือนักท่องเที่ยวจะต้องแวะมาทานอาหารเช้ากันที่นี่ “ร้านเลิศรส” เป็นร้านแบบตึกแถว 2 ห้อง มีโต๊ะวางเรียงรายไว้บริการลูกค้าได้ประมาณ 40-50 ท่าน ทั้งภายในและภายนอกร้าน ขณะที่นั่งทานกันอยู่ก็ยังพบลูกค้าที่มาสั่งเพื่อให้ห่อกลับไปทานที่บ้านก็เยอะค่ะ

อาหารเช้ารสเลิศ กับเลิศรสไข่กะทะ สกลนคร
Welcome drink

 

เมื่อจับจองที่นั่งกันได้แล้ว สิ่งแรกที่มาเป็น Welcome drink เลยก็คือชาจีนค่ะ ความร้อนกำลังพอดี ไม่ร้อนจนดื่มไม่ได้ หรือเย็นจนชืด นำมาเสิร์ฟมาคล่องคอกันก่อน พร้อมกับน้องที่รอรับการสั่งอาหารค่ะ มาถึงถิ่นก็ต้องลองให้หมดค่ะ เลยจัดไข่กระทะไป เขามีให้สั่งได้ว่าต้องการไข่สุกหรือไม่สุก แต่ส่วนตัวเห็นว่าหากคุณทานไข่ไม่สุกได้ จะได้รสชาติที่เป็นแบบท้องถิ่นจริง ๆ มากกว่าค่ะ

อาหารเช้ารสเลิศ กับเลิศรสไข่กะทะ สกลนคร
ไข่กระทะ แบบไข่สุก

 

ไข่กระทะ มาเสิร์ฟตามสั่ง ทั้งแบบไข่สุก และไข่ไม่สุก พร้อมเครื่องเคียงก็คือ หมูสับผัดกับหอมหัวใหญ่และต้นหอม อีกด้านของจานเป็นผักให้ทานแกล้มกันไม่ให้เลี่ยน ก็จะเป็นพวกแตงกวา ข้าวโพด แคร์รอต เป็นต้น เมื่อจะเริ่มทานก็ปรุงรสตามชอบนะคะ ไม่ว่าจะเป็นโรยพริกไทย ซอสปรุงรส ซอสพริก หรือซอสมะเขือเทศ ได้ตามต้องการ

อาหารเช้ารสเลิศ กับเลิศรสไข่กะทะ สกลนคร
ขนมปังญวน

 

เมนูถัดมา เป็นขนมปังญวนค่ะ ลักษณะกรอบนอกนุ่มใน อุ่นมากำลังดี ตัวขนมปังถูกผ่าครึ่งตามยาว ทาด้วยเนย และใส่หมูยอและกุนเชียงวางเป็นไส้อยู่ตรงกลาง ดูเหมือนเป็นอาหารธรรมดาง่าย ๆ แต่พอทานเข้าไปแล้วอร่อยมาก ๆ เลยค่ะ

อาหารเช้ารสเลิศ กับเลิศรสไข่กะทะ สกลนคร
ขนมปังญวน

 

ข้าวเปียกเส้น เป็นอีกเมนูที่สั่งมาทาน ลักษณะน้ำและเครื่องในชามคล้ายก๋วยจั๊บค่ะ มีใส่หมูสับ หมูยอ ตัวเส้นเหนียวหนุบ ๆ รสชาติกลมกล่อมค่ะ

อาหารเช้ารสเลิศ กับเลิศรสไข่กะทะ สกลนคร
ข้าวเปียกเส้น

 

เมนูสุดท้ายเป็นกระดูกหมูทรงเครื่อง มาเสิร์ฟกระดูกหมูเคล้าเครื่องปรุงนึ่งมาอย่างดี คลุกมากับเต้าหู้ทอด ตัวกระดูกหมูเคี่ยวมาดีมากค่ะ เพราะเนื้อไม่ติดกระดูกเลย ส่วนคอชา กาแฟที่ต้องทานยามเช้า ที่ร้านก็มีไว้บริการเช่นกันค่ะ

อาหารเช้ารสเลิศ กับเลิศรสไข่กะทะ สกลนคร
กระดูกหมูทรงเครื่อง

 

นอกจากนี้ทางร้านยังมีบริการ Wifi ฟรีให้กับเหล่าบรรดานักโซเชี่ยลได้ใช้ถ่ายรูปและเล่นกันอย่างเพลิดเพลินด้วยนะคะ และหากใครต้องการสั่งขนมปัง ทั้งขนมปังเปล่าและใส่ไส้แล้วก็โทรสั่งได้เช่นกันที่ 042-713949

อาหารเช้ารสเลิศ กับเลิศรสไข่กะทะ สกลนคร

มาทำ เต้าหู้เย็น ทานกันเถอะ

เต้าหู้เย็น

มาทำ เต้าหู้เย็น ทานกันเถอะ

อากาศร้อน ๆ ก็อยากจะหาอะไรเย็น ๆ ทาน คงจะชื่นใจดีนะคะ เด็ก ๆ ในบ้านก็ร่ำร้องให้ทำอะไรให้ทาน นึกไปนึกมาทำเมนู “เต้าหู้เย็น” น่าจะดี ทำขนาดใหญ่หน่อย นั่งทานพร้อมกันภายในครอบครัว ทานไปคุยไปสร้างความสัมพันธ์ได้ดีทีเดียว เรามาลองดูวัตถุดิบและวิธีทำกันนะคะ

มาทำ เต้าหู้เย็น ทานกันเถอะ

ส่วนผสม (ทานได้ประมาณ 3 ท่าน)

  1. น้ำเต้าหู้ 1 ถ้วย
  2. นมสด รสจืด 1 ถ้วย
  3. ผงวุ้น 1 ช้อนชา
  4. เจลาติน แผ่นเล็ก 4-5 แผ่น
  5. น้ำหวานกลิ่นสละ 3 ช้อนโต๊ะ
  6. นมข้นหวาน 2 ช้อนโต๊ะ
  7. ผลไม้ ปริมาณและชนิดตามชอบ

วิธีทำ

1. นำเจลาตินแผ่นเล็ก (ขนาด 5 นิ้ว) แบบแผ่น มาแช่ในน้ำสะอาดเย็น (หากไม่มีน้ำเย็นจะใช้น้ำสะอาดอุณหภูมิห้องก็ได้ แต่ถ้าเป็นน้ำเย็นจะทำให้เจลาตินมีประสิทธิภาพที่ดีกว่าค่ะ) ประมาณ 5-7 นาทีค่ะ

มาทำ เต้าหู้เย็น ทานกันเถอะ

2. น้ำเต้าหู้ ตอนซื้อมาไม่ต้องใส่เครื่องและน้ำตาลนะคะ เป็นน้ำเต้าหู้เปล่า ๆ นำน้ำเต้าหู้ และนมสด รสจืด มาผสมและคนให้เข้าด้วยกันในภาชนะ นำไปตั้งเตาไฟ ใช้ไฟกลาง รอจนนมและน้ำเต้าหู้เริ่มร้อน แต่ไม่ต้องให้เดือด โดยสังเกตขอบภาชนะจะเริ่มมีฟองอากาศปุด ๆ ขึ้นมาก็ถือว่าใช้ได้แล้วค่ะ

3. ใส่ผงวุ้นลงไปในภาชนะ คนให้วุ้นละลาย และนำเจลาตินแผ่นขึ้นจากน้ำ บีบน้ำออกให้สะเด็ดน้ำ ใส่ลงไปในภาชนะ ทั้งผงวุ้นและเจลาตินต้องคนให้ละลายให้หมดนะคะ อาจใช้ความรู้สึกขณะคนก็ได้ว่าไม่มีอะไรติดอยู่ก้นภาชนะแล้ว

มาทำ เต้าหู้เย็น ทานกันเถอะ

4. เมื่อผงวุ้นและเจลาตินละลายดีแล้ว ให้เติมน้ำหวานกลิ่นสละ เพื่อให้สีของน้ำเต้าหู้และนมสดนั้นมีสีชมพูนะคะ หากสูตรที่บอกไปยังเป็นสีที่ไม่เข้มพอจะใส่เพิ่มอีกก็ได้ตามชอบค่ะ

5. เติมนมข้นหวาน ลงไป คนให้ละลายเข้ากันดี จากนั้นปิดเตาไฟค่ะ ยกลง

6. นำกระชอนตาถี่ ๆ มากรองนมและน้ำเต้าหู้นี้ ประมาณ 2-3 รอบนะคะ เพื่อให้เนื้อนมและน้ำเต้าหู้มีความเนียนสวยค่ะ จากนั้นเทใส่ภาชนะที่เป็นรูปโค้ง เช่นชาม เป็นต้น

มาทำ เต้าหู้เย็น ทานกันเถอะ

7. ทิ้งไว้ให้พอเย็น นำเข้าแช่ตู้เย็นในช่องแช่แข็ง ประมาณ 1-2 ชั่วโมงค่ะ จากนั้นนำออกมาทิ้งที่อุณหภูมิห้อง หรือจะนำภาชนะมาแช่ในถาดที่ใส่น้ำอุ่นสักครู่ เพื่อให้ตัวเต้าหู้เย็นคลายตัวจากภาชนะที่ใส่ นำจานมาคว่ำปิดปากภาชนะ แล้วพลิกภาชนะให้คว่ำลงเพื่อให้เต้าหู้เย็นลงมาอยู่ที่จาน จากนั้นก็บั้งเต้าหู้เย็นเป็นแฉก ๆ โดยบั้งแต่ละแฉกให้เป็นรูปตัว V จัดตกแต่งจานให้สวยงามด้วยผลไม้ ถ้าต้องการให้สีสวย ๆ ก็ใช้ผลไม้ประเภทกีวี, ส้ม, สตรอว์เบอร์รี เป็นต้น หรือจะตกแต่งเป็นแนวธัญพืช เช่นพวกบรรดาถั่วหลากชนิดก็น่าสนใจ แต่หากทานกับผลไม้จะเข้ากันมากกว่านะคะ เพราะเต้าหู้เย็นรสชาติจะไม่ค่อยหวานนักพอทานแกล้มกับผลไม้จะเหมาะกว่าค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละท่านนะคะ

มาทำ เต้าหู้เย็น ทานกันเถอะ

ลองนำไปทานกันดูนะคะ รับรองได้ว่าคงถูกใจทุกคนในครอบครัวอย่างแน่นอนค่ะ

มาทำ เต้าหู้เย็น ทานกันเถอะ

ทานอาหารไทยเก๋ๆ ที่ KATI (กะทิ)

ทานอาหารไทยเก๋ๆ ที่ KATI (กะทิ)

วันนี้เราพามาทานอาหารที่ร้านเล็กๆน่ารัก ชื่อร้าน KATI (กะทิ) ในซอย สุขุมวิท 49 กันนะคะ โดยร้านนี้อยู่ในโครงการพิมาน49 แหล่งรวมร้านอาหารอร่อยๆของย่านนี้ค่ะ สามารถนำรถไปจอดได้เลยค่ะและแสตมป์บัตรที่ร้านค่ะ ร้านอยู่ด้านซ้ายมือแถบร้านไก่ย่างเสือใหญ่เกือบริมในสุดค่ะ

ร้านมีที่นั่งด้านนอกหน้าร้าน เหมาะกับการนั่งทานตอนเย็นๆค่ะ และด้านในห้องแอร์เย็นสบายค่ะ ทั้งร้านมีโต๊ะนั่งประมาณ 10 โต๊ะ ได้ค่ะ

ทานอาหารไทยเก๋ๆ ที่ KATI (กะทิ)

ร้านตกแต่งเก๋ไก๋มากค่ะ ด้านข้างอิฐมอญสวยงามมีการนำชาม จานโบราณแบบไทยๆมาตกแต่งด้วยค่ะ ที่โต๊ะกระดาษรองจานน่ารักมากค่ะ ออกแบบเก๋ๆ จะถ่ายรูปมุมไหนก็ดูสวยไปหมด จากนั้นพนักงานนำเมนูมาให้เรา ในเมนูเป็นเล่มภาษาอังกฤษหมดเลย สงสัยจะเน้นต่างชาติมากกว่าคนไทยนะคะ และมีให้ดูรูปเมนูจาก tablet ด้วยค่ะ อาหารของทางร้านจะเป็นอาหารออแกร์นิคค่ะ ซึ่งไม่ใช้สารเคมีต่างๆในการปลูกผัก หรือเลี้ยงสัตว์ค่ะ

ทานอาหารไทยเก๋ๆ ที่ KATI (กะทิ)

สำหรับจานแรกที่มาเสริฟเป็น ออเดิร์ฟฟรีๆให้ค่ะ ไข่ตุ๋น 1 ถ้วยใส่ในถ้วยขนมมาน่ารักดีค่ะ 1 คนต่อ 1 ถ้วยค่ะ ไข่ตุ๋นจะตุ๋นออกแข็งมากกว่าปกตินะคะ แต่ก็อร่อยดีค่ะ รอสักพักอาหารที่สั่งก็มาเสริฟค่ะ

ทานอาหารไทยเก๋ๆ ที่ KATI (กะทิ)

เราสั่งเป็น ผัดไทยกุ้งสดค่ะ ราคา 280 บาท กุ้งตัวโตดีค่ะเสริฟมา 2 ตัวในจาน ถึงว่าราคาแพงกว่าผัดไทปกติเป็นร้อยค่ะ เส้นผัดไทยออกแข็งสักหน่อยค่ะ มีถาดเครื่องปรุงมาด้วยค่ะ เก๋มากใส่ในภาชนะกระทงใบตอง เป็นเครื่องปรุง พริก น้ำตาล มะนาว ถั่วลิสงบด ถั่วงอก ผัก รสชาติโดยรวมอร่อยค่ะ จานใหญ่ดี ทานคนเดียวเกือบไม่หมดค่ะ

1-6

ส่วนเครื่องดื่มเราสั่งเป็นน้ำลิ้นจี่ ราคา 95 บาท รสชาติหวานๆเปรี้ยวๆเข้ากันดีค่ะ เป็นน้ำลิ้นจี่สดๆผสมกับมะนาวค่ะ ในแก้วมีลูกลิ้นจี่ลูกใหญ่อยู่ด้วยค่ะ ได้ทานทั้งเนื้อและน้ำเลย

ตบท้ายด้วยของหวานอย่าง ไอศกรีมข้าวเหนียวมะม่วง ราคา 90 บาท ค่ะ เสริฟมาน่ารักอีกแล้วในจานไม้มีข้าวเหนียวนิ่มๆส่วนไอศกรีมเสริฟมาในถ้วยแก้ว ได้เนื้อมะม่วงดีมากค่ะออกเปรี้ยวเล็กน้อย ทานคู่กันกับข้าวเหนียวเหมือนได้กินข้าวเหนียวมะม่วงจริงๆเลยนะคะ

ทานอาหารไทยเก๋ๆ ที่ KATI (กะทิ)

ทานเสร็จคิดเงินราคาอาหารมื้อนี้ ทั้งหมดเป็นเงิน 500กว่าบาทค่ะ

สำหรับการเดินทางมาร้านนะคะ ถ้าใช้รถยนต์ส่วนตัวก็เข้าเส้นสุขุมวิท และเลี้ยวเข้าซอยสุขุมวิท 49 ค่ะ โครงการพิมาน 49 จะอยู่ก่อนถึงรพ.สมติเวชนะคะ สังเกตขวามือค่ะ ป้ายโครงการชัดเจนค่ะ

หากใครเดินทางโดยรถไฟฟ้าถือว่าสะดวกมากค่ะลงรถไฟฟ้า สถานีพร้อมพงษ์ หรือ ทองหล่อ ต่อรถมอเตอร์ไซด์เข้ามาค่ะก็จะถึงที่หมายแล้วค่ะ

ย้อนอดีตในวัยเยาว์ กับมีนา วิลล่า

มีนา วิลล่า

ย้อนอดีตในวัยเยาว์ กับมีนา วิลล่า

วันนี้พาออกนอกกรุงเทพ ไปจังหวัดที่ใกล้ ๆ นี่เองค่ะ ขับรถเพียง 1.30 -2 ชั่วโมงเท่านั้นเอง คุณก็จะได้สัมผัสบรรยากาศที่มีกลิ่นอายของท้องทุ่งนิด ๆ นั่นคือนครนายกค่ะ จังหวัดนครนายกถือได้ว่าเป็นจังหวัดที่ไปได้ง่าย มีสถานที่ท่องเที่ยว และสถานที่ที่น่าสนใจอยู่พอสมควร แต่วันนี้จะพาไป 4 in 1 ในสถานที่เดียวค่ะกับ มีนา วิลล่า

ย้อนอดีตในวัยเยาว์ กับมีนา วิลล่า

มีนา วิลล่า เป็นสถานที่เพิ่งเปิดตัวมาได้เมื่อประมาณ 2-3 ปีมานี้เอง แต่น่าสนใจมาก ๆ ตรงที่สถานที่นี้เป็นทั้งรีสอร์ท ให้นอนพัก, มีร้านอาหาร ให้นั่งทานกันคลายหิว, มีที่ shopping ให้คุณ ๆ ได้เลือกซื้อของติดไม้ติดมือกลับบ้าน เพื่อไปเป็นของฝากได้ และสุดท้ายยังเป็นร้านกาแฟสุดเก๋อีกด้วย โดยสถานที่นี้ใช้ theme การตกแต่งของร้าน ในแนวผสมผสานทั้งในแนวยุคใหม่ วัยรุ่น ๆ ดูสบาย มาผนวกกับการดึงเรากลับเข้าไปย้อนวันวานในอดีตวัยเยาว์กับตัวละครในหนังสือเรียนภาษาไทย อย่างบรรดามานะ มานี ปิติ ชูใจ ได้อย่างลงตัวทีเดียว

ย้อนอดีตในวัยเยาว์ กับมีนา วิลล่า

 

ในร้านกาแฟมานีนั้น ยังมีการตกแต่งร้านซึ่งน่าจะเป็นของสะสมของเจ้าของเอง ซึ่งเป็นของเล่น ของใช้ในอดีต นำมาเรียงวางภายในร้านทำให้ตัวร้านมีความแปลก ฉีกแนวออกไปจากร้านกาแฟ อีกทั้งร้านในแนวแบบนี้ยังหาไม่ได้ในนครนายก จึงนับว่าน่าสนใจมาก ๆ นะคะ

ย้อนอดีตในวัยเยาว์ กับมีนา วิลล่า

ในขณะที่คุณเพลิดเพลินกับกาแฟถ้วยโปรดในมือแล้ว ก็ยังสามารถเพลิดเพลินกับวิวภายนอก ซึ่งเป็นธรรมชาติมาก ๆ และยังเพลิดเพลินกับวิวภายในที่เป็นเครื่องเล่น หรือเครื่องใช้ที่คุณอาจเคยคุ้นตามาเมื่อยังเด็ก มีมุมให้คุณได้เลือกเซลฟี่เพื่ออวดเพื่อน ๆ ใน social ของคุณได้เยอะทีเดียวค่ะ และตัวร้านยังเชื่อมต่อกับสถานที่ซื้อสินค้า ที่ทางร้านจัดเตรียมไว้ โดยจะเป็นเสื้อผ้าเสียส่วนใหญ่นะคะ แต่หากต้องการจะดื่มด่ำกับบรรยากาศแบบนี้ให้นานขึ้น ก็ติดต่อห้องพักเพื่อจะนอนค้างคืนได้เลยค่ะ ซึ่งภายในห้องพักก็มีให้เลือกการตกแต่งได้หลายแบบแตกต่างกันไปไม่ซ้ำกันเลยค่ะ

ย้อนอดีตในวัยเยาว์ กับมีนา วิลล่า

การเดินทางมามีนา วิลล่า ให้หาทางที่จะไปวัดหลวงพ่อปากแดงนะคะ แล้วคุณจะผ่านตลาดโรงเกลือ รถจะติดบริเวณนั้นบ้างค่ะ เมื่อเลยจากจุดนั้นก็ขับรถตรงขึ้นไปเรื่อย ๆ ให้สังเกตด้านขวามือไว้จะเห็นป้ายทางเข้าของรีสอร์ท โดยจะอยู่ก่อนถึงสี่แยกประชาเกษมค่ะ แต่หากไม่มั่นใจกลัวจะหาไม่เจอ รับเบอร์นี่ไปเลยค่ะ โทร  09-0938-0470, 037 349 964 เพื่อติดต่อสอบถามเส้นทางและข้อมูลอื่น ๆ ได้นะคะ

ย้อนอดีตในวัยเยาว์ กับมีนา วิลล่า

ผ่านมาชะอำ ต้องแวะร้าน “ปลาทู”

ร้านปลาทู ชะอำ

ผ่านมาชะอำ ต้องแวะร้าน “ปลาทู"

ชะอำ เป็นทะเลที่อยู่ในเขตจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเดินทางไม่ไกลจากกรุงเทพเลย ขับรถก็ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น จึงถือได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตสำหรับผู้ที่ต้องการไปทะเลอีกที่หนึ่ง และเมื่อมาถึงสิ่งหนึ่งที่คู่กับการท่องเที่ยวคือการหาอร่อย ๆ ทานไปด้วยในตัว หากมาถึงชะอำแล้ว แนะนำให้แวะร้านอาหารร้านนี้เลยค่ะ กับร้าน “ปลาทู” (Platoo Restaurant)

ผ่านมาชะอำ ต้องแวะร้าน “ปลาทู"

ผ่านมาชะอำ ต้องแวะร้าน “ปลาทู"

ร้านปลาทู ถือได้ว่าเป็นร้านอาหารที่มีวิวทะเลดีที่สุดร้านหนึ่งของชะอำทีเดียวค่ะ เพราะอะไรนั่นหรือคะ ก็เพราะว่าร้านนี้ติดทะเลแบบสุด ๆ ชนิดว่าเพียงไม่กี่ก้าวคุณก็เดินลงทะเลได้เลย บรรยากาศภายในร้านก็คงคล้ายกับร้านอาหารทะเล ที่มักเป็นพื้นที่กว้างเปิดโล่ง มีโต๊ะไว้รองรับลูกค้าได้นับร้อยค่ะ โดยมีทั้งส่วนในร้านที่มุงหลังคากันแดดกันลม และส่วนที่ได้นั่งอยู่ริมชายหาดจริง ๆ ลองนึกถึงบรรยากาศแบบพระอาทิตย์ตกดิน แล้วนั่งทานอาหารกับคนรู้ใจ คงจะดีไม่ใช่น้อยนะคะ นอกจากจะมีบรรยากาศที่ดีแล้ว อาหารก็อร่อยอีกด้วยค่ะ โดยได้รับการันตีความอร่อยจากหลากหลายรายการอาหาร อาทิเช่น หมึกแดง, รายการไม่ลองไม่รู้ ตลอดจนนักชิมจากหนังสือพิมพ์, นิตยสาร และทีวีอีกมากมาย มีคนดังการันตีมากมายขนาดนี้อดใจกันไม่ไหวแล้วใช่ไหมคะ เราไปลองดูอาหารกันค่ะ

ผ่านมาชะอำ ต้องแวะร้าน “ปลาทู"

ร้านปลาทู มีอาหารหลากหลายประเภทด้วยกัน ริมทะเลแบบนี้ อาหารที่ขาดไม่ได้ก็คืออาหารทะเลค่ะ ที่มีทั้งความสดใหม่ อีกทั้งยังมีอาหารสไตล์ยุโรป ทานเคล้ากับไวน์ชั้นดี นอกจากนี้ยังมีอาหารไทยพื้นบ้านต่าง ๆ ฟังจากชื่อร้านก็คงพอจะทราบว่าร้านนี้นำปลาทูมาทำเป็นอาหารเด็ด ๆ มากมาย เช่น ต้มยำปลาทูสูตรโบราณ, ปลาทูฉู่ฉี่, ปลาทูแดดเดียว, ปลาทูย่าง ผักสะเดา น้ำปลาหวาน, เมี่ยงปลาทู หรือก้างปลาทูทอดกรอบ เป็นต้น นี่เป็นเพียงตัวอย่างรายการอาหารเท่านั้นนะคะ หากไปถึงร้านนี่คุณ ๆ คงเปิดเมนูหลายรอบมาก เพราะจะสั่งเมนูนี้ก็เสียดายอีกเมนู เข้าทำนองรักพี่เสียดายน้องนั่นเองค่ะ

ผ่านมาชะอำ ต้องแวะร้าน “ปลาทู"

การเดินทางมาร้านปลาทู หากขับรถจากกรุงเทพ ตั้งต้นที่สี่แยกชะอำทางไปหัวหินประมาณ 8 กิโลเมตร ให้สังเกตทางด้านซ้ายจะมีป้ายทางเข้าร้านอยู่ ขับเข้าไปตามทางแล้วจะเจอร้านได้ไม่ยาก (ร้านจะอยู่ติดกับโรงแรมโนโวเทลค่ะ) นอกจากทางร้านจะมีบริการร้านอาหารอร่อย ๆ แล้ว หากคุณมองหาสถานที่จัดเลี้ยง ก็สามารถติดต่อที่นี่ได้นะคะ และที่ครอบคลุมมากไปกว่านั้นทางร้านยังมีโซนของรีสอร์ทให้คุณติดต่อห้องพักเพื่อพักผ่อนริมทะเลได้อีกด้วยที่เบอร์ 081-3783789, 081-3783798, 032-508175

ผ่านมาชะอำ ต้องแวะร้าน “ปลาทู"

ร้านขนมน่ารักน่าทานที่ Bake Bar by King Mamon

Bake Bar by King Mamon

ร้านขนมน่ารักน่าทานที่ Bake Bar by King Mamon

วันนี้เรามาลองหาร้านขนมอร่อยๆทานกันค่ะ กับร้าน Bake Bar by King Mamon สาขา เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ชั้น G ร้านนี้ด้านหน้ามีป้ายร้านชัดเจนมากค่ะ หาไม่ยากเลย เมนูเด่นของที่นี่จะเน้นเป็นมาม่อน และเครปเค้กค่ะ ยังมีเมนูใหม่อย่างปิงซู หรือน้ำแข็งใสแบบเกาหลีที่กำลังนิยมทานกันมากในช่วงนี้ด้วยนะคะ พร้อมเครื่องดื่มต่างๆให้เลือกทานกันด้วย ด้านทางเข้าหน้าร้านจะมีตู้เค้กวางเรียงรายซึ่งมีเครปเค้กตั้งโชว์อยู่ในตู้หากใครอยากทานเค้กก็สามารถสั่งได้เลยค่ะ น่าตาน่าทานทั้งนั้นเลยค่ะ

ร้านขนมน่ารักน่าทานที่ Bake Bar by King Mamon

เมื่อเดินไปข้างในร้านสวยดีค่ะ ตกแต่งเรียบๆ มีดอกไม้เป็นจุดๆตัดให้ดูหวานค่ะ ส่วนที่นั่งก็มีทั้งแบบโต๊ะนั่ง หรือแบบเคาท์เตอร์ค่ะ คนไม่เยอะมากนักเพราะเป็นวันธรรมดานะคะ เราเลือที่นั่งทานด้านในกันได้แล้วก็มาดูเมนูรายการของหวานของที่นี่กันค่ะ ทั้งเครป เค้ก น้ำแข็งใสต่างๆน่าทานทั้งนั้น

ร้านขนมน่ารักน่าทานที่ Bake Bar by King Mamon

เราเลือกทานเป็นเมนู Baked mamon coffee caramel almond เป็นมาม่อนราดซอสกาแฟโรยอัลม่อน มีไอศกรีมวนิลาราดซอสคาราเมล พร้อมวิปครีมด้วยค่ะ ตัวมาม่อนนุ่มดีค่ะทานเข้ากันดีกับซอสที่ราดมายิ่งทานคู่กันกับไอศกรีมตัดรสหวานอร่อยดีค่ะ เมนูนี้แนะนำให้ลองทานกันนะคะ

ร้านขนมน่ารักน่าทานที่ Bake Bar by King Mamon

ส่วนเครื่องดื่มเราสั่งเป็น Mamon frappe choco banana เป็นชอคโกแลตปั่นราดซอสชอคโกแลตเป็นชั้นๆ ด้านบนโรยหน้าด้วยมาม่อน กล้วย ใช้ช้อนตักทานหลากรสดีค่ะ หวานเข้มดีอร่อยค่ะ ใครชอบทานกล้วยต้องลองสั่งทานดูค่ะ ซึ่งกล้วยกับชอคโกแลตทานเข้ากันได้ดีเลยนะคะ รสชาตินุ่มๆผสมกันดีค่ะ

ร้านขนมน่ารักน่าทานที่ Bake Bar by King Mamon

เมนูสุดท้ายกับเครื่องดื่ม Coffee jelly latte แก้วนี้เป็นกาแฟลาเต้ใส่เยลลี่เล็กๆด้านบนค่ะ ทานง่ายรสชาติไม่เข้มเท่าไหร่นักก็อร่อยดีค่ะ มีเยลลี่ให้เคี้ยวกรุบๆด้วยค่ะแปลกดีค่ะ

ร้านขนมน่ารักน่าทานที่ Bake Bar by King Mamon

ราคารวมวันนี้สี่ร้อยกว่ายบาท ทาน 2 คนก็ถือว่าไม่ถูกไม่แพงมากเท่าไหร่นักค่ะกำลังดี สำหรับใครที่กำลังหาร้านของหวานทานหลังจากเดินช้อปปิ้ง ดูหนัง แล้วร้านนี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการนั่งพักทานของอร่อยๆยามว่างกันค่ะ จะพาแฟนมา หรือ นัดเพื่อนๆมาเม่าท์กันที่ร้านนี้ก็น่าจะดีค่ะ

โดยรวมสำหรับรสชาติขนมของที่ร้านนี้อร่อยดีค่ะ โดยเฉพาะเมนูเด็ดมาม่อนเค้กนะคะ และการบริการของพนักงานก็ดีค่ะสุภาพ บรรยากาศร้านโอเคเลย ตกแต่งสวยงามน่านั่งค่ะ ราคาก็ค่อนข้างสูงหน่อยค่ะ สำหรับคนที่ชอบทานของหวานหาร้านน่านั่งก็ขอแนะนำร้านนี้นะคะมาลองทานกันได้ค่ะ

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

ในบรรดาอาหารเมืองไทย ที่มีมากมายนับไม่ถ้วน ซึ่งอาจถูกดัดแปลงไปเป็นแบบอื่นบ้าง หรือยังคงความเป็นต้นฉบับดั้งเดิมบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่จัดได้ว่าเป็นเมนูโปรดเมนูหนึ่งของแทบจะทุกคนก็คือส้มตำ วันนี้พามาทานส้มตำอร่อย ๆ อีกหนึ่งร้านค่ะ ชื่อว่า “ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1”

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

“ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1” เป็นร้านขายอาหารสไตล์อีสาน อันได้แก่ส้มตำ น้ำตก ลาบ ยำสารพัดยำ จิ้มจุ่ม (สุกี้อีสาน) ไก่ย่างเขาสวนกวาง และมีปลาเผาด้วยนะคะ รสชาตินี่แซ่บนัวสมชื่อร้านจริง ๆ อร่อยเด็ดมาก เมื่อหาที่นั่งภายในร้านได้เรียบร้อยแล้ว น้องพนักงานจะนำใบสั่งอาหาร ซึ่งมีทั้งเมนู, ราคา และให้เรากรอกจำนวนของอาหารที่ต้องการสั่งลงไปได้เลยค่ะ

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

 

เรามาลองดูรายละเอียดในเมนูที่ดิฉันสั่งมานะคะ สำหรับปลาเผาเกลือ มีปลาให้เลือกหลายชนิดและหลายขนาดขึ้นอยู่จำนวนลูกค้าที่มาทานในแต่ละโต๊ะนะคะ เมื่อปลาเผามาเสิร์ฟจะมาเป็นชุด คือมีตัวปลาซึ่งเปิดส่วนหนังที่หมักเกลือให้เห็นเนื้อปลาขาว ๆ ร้อน ๆ  พร้อมด้วยผักสดนานาชนิด  ขนมจีนโรยด้วยหอมทอด และน้ำจิ้ม 2 แบบ 2 รสชาติที่เลือกความอร่อยได้ตามความต้องการ

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

ส้มตำ ก็มีให้เลือกหลากหลายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นส้มตำแบบพื้น ๆ ทั่วไป คือส้มตำไทย ส้มตำปู ส้มตำไทยใส่ปู หรือจะดัดแปลงเมนูส้มตำให้น่าสนใจ เป็นส้มตำข้าวโพด ตำซั่วกากหมู ตำส้มทอด เป็นต้น โดยร้านนี้มีความพิเศษที่เพิ่มเติมจากรสชาติอาหารที่ถือว่าได้อร่อยทีเดียว นั่นคือในเมนูที่ต้องมีการใส่ปูลงไปด้วย ที่ร้านจะมีปูเพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกทานกันถึง 2 แบบคือ ปูต้ม และปูดอง ต้องการแบบไหนสามารถแจ้งทางร้านได้ในแบบที่เราชอบกันเลยค่ะ

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

 

ร้านส้มตำแซ่บเนาะ 101/1 หาไม่ยากเลยค่ะ ตัวร้านตึกแถว 1 ห้อง อยู่หัวมุมของซอยวชิรธรรมสาธิต 15 ตรงข้ามกับตลาดมหาสิน ในถนนสุขุมวิท 101/1 ทำให้เมื่อเวลานั่งในร้าน ถึงจะเป็นห้องแถวเพียง 1 ห้องก็ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดค่ะ เพราะกรุผนังด้วยกระจกทำให้แลดูโปร่งมาก ๆ อีกทั้งทานอาหารได้ไม่ร้อนค่ะ เพราะภายในร้านติดแอร์ให้นั่งทานกันอย่างสบาย นอกจากนี้หากมีการแข่งขันฟุตบอลคู่ที่น่าสนใจ ทางร้านก็ยังมีจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ที่เปิดไว้บริการลูกค้าได้ชมกันระหว่างทานอาหารไปด้วยค่ะ โต๊ะก็มีให้บริการประมาณ 8-9 โต๊ะ นั่งได้ประมาณ 4-5 ท่าน อาจจะไม่ได้มีโต๊ะมากมาย แต่ก็เพียงพอให้บริการค่ะ ในส่วนของหน้าร้านจะเป็นส่วนเตรียมอาหาร

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

ร้านเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. ค่ะ หากไม่สะดวกไปนั่งทานที่ร้าน อยากจะนั่งทานกันเองแบบสบาย ๆ กับเพื่อนหรือครอบครัวที่บ้าน ทางร้านก็มีบริการ Delivery กันด้วยนะคะ โดยสามารถสั่งได้ที่ 092-264-8365

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

โจ๊ก รสเด็ด สูตรกวางตุ้ง

โจ๊กสูตรกวางตุ้ง

โจ๊ก รสเด็ด สูตรกวางตุ้ง

อาหารเช้า ถือได้ว่าเป็นมื้ออาหารที่สำคัญที่สุด เพราะจะช่วยเสริมสร้างสมองให้ความคิดโลดแล่น ไม่ว่าเรียนหรือทำงานก็จะเต็มไปด้วยประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยป้องกันโรคได้ด้วยนะคะ อาทิ โรคกระเพาะอาหาร ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังป้องกันโรคอ้วนได้อีกด้วย ในวัยเด็ก การไม่ทานมื้อเช้าจะส่งผลเสียต่อเด็กเป็นอย่างมาก เพราะจะทำให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ จึงทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง และการเจริญเติบโตไม่เป็นไปตามเกณฑ์ ดังนั้นเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในครอบครัว เราควรทานอาหารมื้อเช้ากันค่ะ วันนี้เลยนำเมนูโจ๊กรสเด็ด สูตรกวางตุ้ง มานำเสนอเป็นไอเดียให้คุณแม่บ้านได้ทำให้ตนเองและสมาชิกในครอบครัวได้ทานกันค่ะ

ส่วนผสม

เนื่องจากมีวัตถุดิบหลายส่วนที่ต้องเตรียมแยกกัน เพื่อไม่ให้สับสน จึงแยกส่วนผสมออกเป็นชุด ๆ ดังนี้นะคะ

ส่วนผสมโจ๊ก

  1. ข้าวหอมมะลิใหม่ 1 ถ้วยตวง
  2. น้ำสะอาด 2 ลิตร
  3. กระดูกสำหรับต้มน้ำซุป ½ กิโลกรัม
  4. เกลือ ½ ช้อนชา

ส่วนผสมหมูหมัก

  1. หมูบดหรือหมูสับ 200 กรัม
  2. ซีอิ้วขาว 1 ช้อนชา
  3. ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา
  4. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  5. พริกไทยป่น ปริมาณตามชอบ

ส่วนผสมหมี่กรอบ

  1. เส้นหมี่อบแห้ง 1 แพ
  2. น้ำมันพืช

ส่วนผสมไข่ลวก

  1. ไข่ไก่ 3-4 ฟอง
  2. น้ำสะอาด 1 ลิตร

ส่วนผสม (อื่น ๆ – ใช้สำหรับโรยหน้า)

  1. ขิงอ่อน ปริมาณตามชอบ
  2. ต้นหอม ปริมาณตามชอบ
  3. พริกไทยป่น ปริมาณตามชอบ
  4. ซีอิ้วขาว ปริมาณตามชอบ

วิธีทำ

1. นำข้าวหอมมะลิใหม่ 1 ถ้วยตวง (เพื่อให้เข้าใจตรงกัน ถ้วยตวงนี้ใช้ถ้วยที่มีมากับหม้อหุงข้าวนะคะ) นำมาซาวข้าวกับน้ำสะอาด 1-2 ครั้ง รินน้ำทิ้ง จากนั้นแช่ข้าวกับน้ำสะอาด โดยใส่น้ำสะอาดให้ท่วมข้าวสาร แช่ทิ้งไว้ 1 คืน

2. วันรุ่งขึ้น รินน้ำที่แช่ข้าวสารทิ้ง และใส่น้ำสะอาด 2 ลิตรลงไปในข้าว ตั้งเตาไฟ เปิดไฟแรง และใส่กระดูกหมูสำหรับต้มน้ำซุบลงไปด้วยค่ะ เมื่อน้ำเดือด ให้หรี่ไฟเตาเป็นไฟกลาง เคี่ยวไปเรื่อย ๆ ใส่เกลือป่นลงไปเพื่อเพิ่มรสชาติเล็กน้อยค่ะ ในช่วงขั้นตอนตรงนี้ให้หมั่นคนด้วยนะคะ เพื่อไม่ให้โจ๊กในส่วนก้นหม้อไหม้ ระหว่างรอโจ๊กได้ที่ เราก็มาทำอย่างอื่นกันต่อค่ะ

3. นำหมูสับหรือหมูบดมาหมัก ตามส่วนผสมที่แจ้งไว้ด้านบนนะคะ นำมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ค่ะ

โจ๊ก รสเด็ด สูตรกวางตุ้ง

เมื่อโจ๊กที่เราเคี่ยวไว้ในข้อ 2 ได้ที่ตามต้องการแล้ว (ซึ่งใช้เวลาประมาณประมาณชั่วโมงกว่า ๆ ค่ะ) ตักกระดูกหมูที่ใช้ต้มน้ำซุปออก จากนั้นนำหมูบดหรือหมูสับที่เราหมักไว้แล้ว มาปั้นเป็นก้อน ใส่ลงไปในหม้อโจ๊กค่ะ เคี่ยวต่ออีกสักครู่จนหมูสุก ก็ปิดไฟเตา พักไว้ก่อนค่ะ

4. นำเส้นหมี่อบแห้ง มาหั่นเป็นท่อน ๆ ความยาวประมาณ 3 นิ้วค่ะ จากนั้นตั้งกระทะ ไฟกลาง ใส่น้ำมันพอประมาณ เมื่อน้ำมันร้อนดี ให้นำเส้นหมี่ที่หั่นเป็นท่อนลงไปทอดในกระทะ ทอดเสร็จแล้วพักใส่จานไว้ก่อนค่ะ

เคล็ดลับอยู่ตรงนี้นะคะ

* เมื่อใส่หมี่ลงไปทอด หมี่จะขึ้นฟู ให้เรารีบตักขึ้น พักใส่กระชอนไว้ค่ะ อย่าปล่อยเวลานานนะคะเพราะจะทำให้เส้นหมี่ไหม้

**ค่อย ๆ ใส่เส้นหมี่ลงไปทอดครั้งละน้อย ๆ เพื่อให้เส้นหมี่สุกทั่วถึงกัน

โจ๊ก รสเด็ด สูตรกวางตุ้ง

5. นำขิงอ่อนมาปอกเปลือก ล้างน้ำให้สะอาด และหั่นฝอย ใส่ถ้วยพักไว้ค่ะ

6. นำต้นหอม มาล้างน้ำให้สะอาด หั่นฝอย ใส่ถ้วยพักไว้ค่ะ

โจ๊ก รสเด็ด สูตรกวางตุ้ง

7. ทำไข่ลวก โดยตั้งหม้อ ต้มน้ำสะอาด 1 ลิตร เมื่อน้ำเดือดให้ปิดเตาไฟ นำไข่ไก่ค่อย ๆ หย่อนลงไปในน้ำ แช่ไข่ทิ้งไว้ในน้ำเดือดนั้นจนน้ำเย็นเอง เมื่อจะทานค่อยนำขึ้นใส่ชาม ตั้งเสิร์ฟบนโต๊ะ (เมื่อตอกไข่จะได้ไข่ลวก น่าทานเชียวค่ะ)

โจ๊ก รสเด็ด สูตรกวางตุ้ง

8. เมื่อถึงเวลาทาน ก็ตักส่วนผสมต่าง ๆ ใส่จานชามที่เตรียมไว้ค่ะ ทั้งโจ๊ก, ไข่ลวก, หมี่กรอบ โรยด้วยขิงอ่อน และต้นหอม

หากต้องการให้มีรสชาติและความหอมเพิ่มเติม ก็โรยพริกไทยป่นแท้ และซีอิ้วขาว เพียงเท่านี้ก็ได้โจ๊กรสเด็ด สูตรกวางตุ้ง ทานกันอย่างอิ่มและอร่อยกันแล้วค่ะ

โจ๊ก รสเด็ด สูตรกวางตุ้ง

 

อาหารเวียดนาม สามใบเถา

อาหารเวียดนาม สามใบเถา

อาหารเวียดนาม สามใบเถา

ท้องร้องจ๊อก ๆ  แล้วค่ะ หาอะไรทานกันดีกว่า วันนี้มาทำธุระกับเพื่อนที่สุขุมวิท 101 และเธออยากทานอาหารเวียดนาม แถวนั้นมีพอดี ก็แวะเข้าไปเลยค่ะ กับร้านอาหารเวียดนาม สามใบเถา ชื่อร้านฟังดูน่ารักดีนะคะ

อาหารเวียดนาม สามใบเถา

ร้านสามใบเถา ด้านหน้าเป็นร้านอาหารแบบตึกแถวห้องเดียว อยู่ในถนนสุขุมวิท 101 (ปุณณวิถี) ระหว่างซอยปุณณวิถี 23        และปุณณวิถี 25) หากเข้ามาจากถนนใหญ่ ร้านจะอยู่ทางด้านซ้ายมือค่ะ ด้านหน้าของร้านจัดไว้เป็นส่วนที่จัดเตรียมอาหารให้กับลูกค้า ส่วนที่นั่งทานจะอยู่ด้านในค่ะ ติดแอร์ นั่งทานได้สบาย ๆ พอเข้ามาในร้านจะมีโต๊ะให้บริการไม่มากนัก ประมาณ 6-7 โต๊ะ นั่งทานกันได้ประมาณ 4-5 คนต่อโต๊ะค่ะ เมื่อหาที่นั่งกันได้แล้ว เราก็สำรวจภายในร้าน ถือได้ว่าร้านนี้ไม่ธรรมดานะคะ เพื่อเคยได้ทูลเกล้าถวายอาหารแด่สมเด็จพระเทพฯ มาแล้ว และยังได้ประกาศอื่น ๆ อีก ว่าแล้วก็รีบสั่งมาทานกันเลยดีกว่าค่ะ

อาหารเวียดนาม สามใบเถา

บนโต๊ะจะมีตะกร้าเล็ก ๆ สำหรับใส่เมนู ซึ่งบอกชื่ออาหาร และราคาไว้เรียบร้อยแล้ว เราเพียงแต่ใส่จำนวนตัวเลขของจานอาหารที่ต้องการสั่งในชนิดนั้น ๆ ค่ะ สนนราคาของอาหารที่นี่ อยู่ที่ประมาณ 40 – 120 บาทขึ้นอยู่กับชนิดอาหารและขนาดของอาหารที่สั่งค่ะ

อาหารเวียดนาม สามใบเถา

อาหารเวียดนาม สามใบเถา

มาถึงร้านอาหารเวียดนาม ก็ต้องสั่งแหนมเนืองสิคะ เมื่อเมนูนี้มาเสิร์ฟ ทั้งแหนมเนือง เครื่องเคียงต่าง ๆ และผักที่มาเป็นตะกร้า ส่วนแผ่นแป้ง ถูกตัดมาเป็นสี่เหลี่ยมขนาดกำลังพอเหมาะ ให้วางทั้งเครื่องทั้งผักแล้วห่อเพื่อทานได้ดีค่ะ ก่อนทานต้องนำตัวแป้งไปจุ่มกับน้ำที่ทางร้านเตรียมไว้ให้ จุ่มครั้งเดียวก็พอนะคะอาจจะดูว่าแป้งยังแข็งอยู่ แต่เมื่อคุณวางผักวางเครื่องราดน้ำจิ้มเรียบร้อยแล้ว ตัวแป้งจะนุ่มพอดี วิธีนี้ทำให้หยิบตัวแป้งมาทานได้ง่าย เพราะถ้าเป็นร้านอื่น ๆ จะทำแป้งให้นิ่มมาก่อนแล้ว ซึ่งอาจจะหยิบมาทานได้ยากกว่าวิธีนี้ค่ะ เมื่อทานเข้าไปแล้ว แหม เมนูนี้ให้ผ่านได้เลยค่ะ รสชาติดีมาก ๆ

อาหารเวียดนาม สามใบเถา
แหนมเนือง ชุดใหญ่
อาหารเวียดนาม สามใบเถา
หมี่หมูย่าง

 

นอกจากนี้ยังมีเมนูอื่น ๆ อีก อาทิหมี่หมูย่าง, ข้าวเกรียบปากหม้อนิ่ม, ขนมเบื้องเวียดนาม ซึ่งตัวแป้งถูกทอดมาอย่างกรุบกรอบค่ะ นับได้ว่าเป็นร้านที่น่าสนใจร้านหนึ่งเลยทีเดียวค่ะ

อาหารเวียดนาม สามใบเถา
ข้าวเกรียบปากหม้อนิ่ม

 

หากลูกค้าท่านใดสนใจจะสั่งไปทานที่บ้าน ทางร้านก็มีบริการจัดส่งนะคะ โดยคิดค่าจัดส่งตามระยะทาง โดยติดต่อได้ที่ 02-3116961 หรือ 083-7709993 ง่าย ๆ เท่านี้ก็รอรับความอร่อยอยู่ที่บ้านได้เลยค่ะ ร้านสามใบเถา เปิดบริการตั้งแต่ 9.00น. – 20.00 น.

อาหารเวียดนาม สามใบเถา

หมูกรอบ ทำง่ายทานเอง

หมูกรอบ

หมูกรอบ ทำง่ายทานเอง

ใครชอบทานอาหารอย่างหมูกรอบ วันนี้เรามีวิธีทำทานกันง่ายๆมาฝากค่ะ รับรองว่าทำแล้วจะติดใจค่ะ ซึ่ง “หมูกรอบ” เป็นอาหารที่อร่อยทานเพลินมากค่ะ ใครไม่กลัวอ้วนมาลองทำเมนูนี้เก็บไว้ทานกันค่ะ ทำมาจากหมูสามชั้นนั่นเอง การทำให้กรอบอร่อยนั้นก็ค่อนข้างใช้เวลาสักหน่อยนะคะ แต่ทำออกมาแล้วคุ้มค่ากับการรอคอยแน่นอนค่ะ นอกจากเราจะนำหมูกรอบมาทานง่ายๆยังสามารถนำหมูกรอบมาปรุงกับอาหารต่างๆได้หลากหลายเมนูด้วยค่ะ นั้นใครที่ชื่นชอบหมูกรอบมาลองทำทานกันดูเลยนะคะว่าจะกรอบอร่อยขนาดไหน

วัตถุดิบ

  1. หมูสามชั้น 1-2 ชิ้น (ประมาณ ½ -1 กิโล)
  2. น้ำส้มสายชู 1ช้อนโต๊ะ
  3. เกลือป่น ½ ช้อนชา
  4. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำมันสำหรับทอด
  6. เตาอบลมร้อน

 

วิธีทำ

  1. นำหมูสามชั้นมาล้างน้ำให้สะอาดหั่นเป็นชิ้นยาวๆไว้และนำไปต้มให้พอสุกในน้ำเดือด ประมาณ 10-15นาที จากนั้นพักไว้ในตะแกรงสะเด็ดน้ำไว้ให้พอแห้งดีนำมีดหรือส้อมมาจิ้มบริเวณหนังหมูให้ทั่วทั้งชิ้นเพื่อให้หนังหมูเวลานำไปทอดพองสวยงามน่าทาน จากนั้นนำเกลือและน้ำส้มสายชูผสมกันนำมาทาที่บริเวณหนังหมูให้ทั่วๆ เพื่อให้ได้หนังกรอบๆค่ะ

หมูกรอบ ทำง่ายทานเอง

  1. จากนั้นให้เรานำเนื้อหมูสามชั้นที่ทำไว้ไปอบต่อในหม้ออบลมร้อนใช้ความร้อน 150-180 องศาเซลเซียส ใช้เวลาประมาณ 10นาที เพื่อให้เนื้อหมูแห้งดีค่ะไล่น้ำความชื้นต่างๆออกจากเนื้อหมูสามชั้นกันก่อน

หมูกรอบ ทำง่ายทานเอง

  1. พอครบเวลาแล้วให้เรานำเนื้อหมูมาพักไว้ให้เย็นสักหน่อยก่อนเตรียมกระทะตั้งไฟใส่น้ำมันลงไปเยอะๆเพื่อใช้ทอดหมูกรอบให้กรอบนุ่มดี พอน้ำมันเริ่มร้อนใส่หมูสามชั้นโดยใส่ส่วนหนังลงไปด้านล่างเพื่อให้ได้น้ำมันเยอะๆทอดใช้ไฟแรง และค่อยๆลดไฟลงมาค่ะ เราจะได้หนังหมูกรอบพองน่าทานค่ะ ไม่ต้องทอดนานนะคะเดี๋ยวเนื้อหมูจะแข็งเกินไป พอสุกกรอบดีเทน้ำมันออกและใส่น้ำปลาลงไปเล็กน้อย ผัดคลุกเคล้าสักพัก ปิดไฟค่ะ จากนั้นนำขึ้นมาพักไว้ในตะแกรงรอให้พอเย็นสักหน่อย แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆให้พอดีทานค่ะ

หมูกรอบ ทำง่ายทานเอง

หมูกรอบ ทำง่ายทานเอง

  1. จากนั้นนำหมูกรอบจัดใส่จานทานคู่กับซอสพริก ข้าวสวยร้อนๆ อร่อยน่าทานมากค่ะ หรือ จะนำหมูกรอบไปปรุงอาหารอย่างอื่นทานก็ได้เช่น คะน้าหมูกรอบ ผักบุ้งหมูกรอบ กระเพราหมูกรอบ ก็ได้ค่ะ หากใครทำไว้เยอะก็สามารถเก็บไว้ทำทานตอนหลังได้ โดยที่เรายังไม่ต้องนำไปทอดค่ะ เราก็จะมีหมูกรอบทานได้ตลอดติดตู้เย็นไว้ค่ะ เก็บได้ไม่เกิน 1 อาทิตย์นะคะโดยใส่กล่องแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาค่ะ