บิ๊กอ้วน อาหารเวียดนาม สกลนคร

บิ๊กอ้วน อาหารเวียดนาม สกลนคร

บิ๊กอ้วน อาหารเวียดนาม สกลนคร

ยังพาคุณ ๆ วนเวียนอยู่ในจังหวัดสกลนครค่ะ เนื่องด้วยผู้คนในจังหวัดนี้มีอยู่ด้วยกันหลากหลายชนชาติปะปนกัน โดยคนในเมืองมักเป็นคนญวน จึงยึดอาชีพขายอาหาร และอาหารที่เขาถนัดก็เป็นอาหารสไตล์เวียดนาม ที่มักใช้ผักนำมาประกอบอาหาร มาลองดูกันนะคะ กับร้านบิ๊กอ้วน

บิ๊กอ้วน อาหารเวียดนาม สกลนคร

บิ๊กอ้วน อาหารเวียดนาม สกลนคร

ก่อนจะมาแวะทานที่ร้านบิ๊กอ้วน ก็ไปไหว้พระเพื่อเป็นศิริมงคลก่อนที่วัดป่าสุทธาวาส เป็นวัดที่หลวงปู่มั่น ภูริทัตฺโต ท่านมาละสังขารที่นี่ นอกจากจะได้กราบอัฐิธาตุของท่านแล้ว ก็ยังมีอัฐิธาตุของพระสายกรรมฐานซึ่งเป็นลูกศิษย์ท่านอีกรูปก็คือ หลวงปู่หลุย จันทสาโรค่ะ จากนั้นก็ดิ่งมาร้านบิ๊กอ้วนกันเลยนะคะ ร้านนี้ถือได้ว่าเป็นร้านเก่าแก่ดั้งเดิมร้านหนึ่งของสกลนคร ใครผ่านไปมาก็ต้องแวะทานกันค่ะ โดยร้านจะตั้งอยู่ที่หัวมุมถนนของสี่แยกลานคนเมือง คนสกลทุกคนรู้จักร้านนี้ค่ะ

บิ๊กอ้วน อาหารเวียดนาม สกลนคร

บิ๊กอ้วน อาหารเวียดนาม สกลนคร

เมื่อไปถึงร้าน จะมีที่นั่งให้เลือกอยู่ 2 ร้าน โดยมีถนนคั่นกลาง ระหว่างเป็นร้านติดแอร์ เย็นสบาย หรือจะนั่งอีกร้านที่เป็นร้านเปิดโล่ง รับลมธรรมชาติ เลือกได้ตามใจชอบกันเลยค่ะ เมื่อจับจองที่นั่งได้แล้วก็จัดแจงสั่งกันเลยค่ะ

บิ๊กอ้วน อาหารเวียดนาม สกลนคร
ปากหม้อ

 

บิ๊กอ้วน อาหารเวียดนาม สกลนคร
พิซซ่าเวียดนาม

 

มาดูอาหารที่สั่งกันเลยค่ะ ตัวแรกเป็นปากหม้อ ทำกันสด ๆ หน้าร้าน ไปยืนดูวิธีทำและพูดคุยได้นะคะ เจ้าของร้านน่ารักและเป็นกันเองมาก ๆ เมนูปากหม้อก็คล้าย ๆ กับข้าวเกรียบปากหม้อที่เราเคยทานกัน แต่แป้งจะเหนียวนุ่ม ชิ้นใหญ่กว่า ตัวไส้จะมีหมูสับปรุงรสกับต้นหอม โรยหมูยอมาบนปากหม้อ ทานคู่กับน้ำจิ้มที่ทางร้านจัดให้ อร่อยอย่าบอกใครทีเดียว

บิ๊กอ้วน อาหารเวียดนาม สกลนคร
ปอเปี๊ยะทอด

 

บิ๊กอ้วน อาหารเวียดนาม สกลนคร

เมนูแปลก ๆ ต่อมาจะเป็น พิซซ่าเวียดนาม ลักษณะคล้ายพิซซ่าที่เราทานกัน ตัวแป้งคล้ายทำมาจากข้าวเกรียบแล้วปรุงไส้ด้วยต้นหอม หมูสับ หมูยอ โรยหน้าด้วยหอมทอด รายละเอียดอาจบอกได้ไม่ครบนะคะ ทราบแต่ว่าทานแล้วกรุบกรอบรสชาติเข้ากันดีค่ะ

บิ๊กอ้วน อาหารเวียดนาม สกลนคร

นอกจากนั้นยังสั่งกันมาอีกหลากหลายเมนู จำชื่อไม่ค่อยได้แล้วค่ะ เพราะความหิวทำให้ตาลาย ทานกันไม่พูดไม่จา อร่อยทุกเมนูค่ะ ผ่านของคาวแล้วก็ต้องตามด้วยของหวาน วันนี้ทางร้านมีเมนูบัวลอยไข่หวานค่ะ เมื่อมาเสิร์ฟก็คล้ายกับบัวลอยทั่วไป แต่มีความพิเศษตรงที่ทางร้านใส่ขิงหวาน ซึ่งปรุงรสเรียบร้อยแล้วลงไปในน้ำบัวลอยด้วยค่ะ ทำให้เวลาทานเราจะรู้สึกได้ถึงรสเผ็ดนิด ๆ ความหอมของขิง ความหวานของน้ำเชื่อม แต่ผสมกันได้อย่างกลมกล่อมลงตัวมาก ๆ เป็นอีกเมนูที่คุณควรจะสั่งมาทานนะคะ

หากแวะมาสกลนคร อย่าลืมแวะมาทานอาหารเวียดนามที่ร้านบิ๊กอ้วนกันด้วยนะคะ ไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ สามารถโทรไปสอบถามเส้นทางกันได้ที่ 042-711507

บิ๊กอ้วน อาหารเวียดนาม สกลนคร

อาหารเช้ารสเลิศ กับเลิศรสไข่กะทะ สกลนคร

เลิศรสไข่กะทะ สกลนคร

อาหารเช้ารสเลิศ กับเลิศรสไข่กะทะ สกลนคร

ช่วงนี้พามาแอ่วอีสานกันค่ะ กับดินแดนพุทธธรรมที่น่าสนใจที่หนึ่ง นั่นคือจังหวัดสกลนครค่ะ การเดินทางมาง่ายและสะดวกนะคะ เพราะสามารถใช้บริการเครื่องบินมาลงที่สนามบินสกลนครได้เลย และหาเช่ารถท้องถิ่น หรือว่าจ้างแท็กซี่ก็ได้ค่ะ เมื่อมาถึงถิ่นก็ต้องทานของที่คนที่นี่นิยมกับ เช้า ๆ แบบนี้นำเสนอเมนูไข่กระทะ กับร้าน “เลิศรส ไข่กระทะ”

อาหารเช้ารสเลิศ กับเลิศรสไข่กะทะ สกลนคร
ไข่กระทะ แบบไข่ไม่สุก

“เลิศรสไข่กะทะ” ถือว่าเป็นซิกเนเจอร์ของสกลนครร้านหนึ่งทีเดียวค่ะ ไม่ว่าจะคนท้องถิ่นเองหรือนักท่องเที่ยวจะต้องแวะมาทานอาหารเช้ากันที่นี่ “ร้านเลิศรส” เป็นร้านแบบตึกแถว 2 ห้อง มีโต๊ะวางเรียงรายไว้บริการลูกค้าได้ประมาณ 40-50 ท่าน ทั้งภายในและภายนอกร้าน ขณะที่นั่งทานกันอยู่ก็ยังพบลูกค้าที่มาสั่งเพื่อให้ห่อกลับไปทานที่บ้านก็เยอะค่ะ

อาหารเช้ารสเลิศ กับเลิศรสไข่กะทะ สกลนคร
Welcome drink

 

เมื่อจับจองที่นั่งกันได้แล้ว สิ่งแรกที่มาเป็น Welcome drink เลยก็คือชาจีนค่ะ ความร้อนกำลังพอดี ไม่ร้อนจนดื่มไม่ได้ หรือเย็นจนชืด นำมาเสิร์ฟมาคล่องคอกันก่อน พร้อมกับน้องที่รอรับการสั่งอาหารค่ะ มาถึงถิ่นก็ต้องลองให้หมดค่ะ เลยจัดไข่กระทะไป เขามีให้สั่งได้ว่าต้องการไข่สุกหรือไม่สุก แต่ส่วนตัวเห็นว่าหากคุณทานไข่ไม่สุกได้ จะได้รสชาติที่เป็นแบบท้องถิ่นจริง ๆ มากกว่าค่ะ

อาหารเช้ารสเลิศ กับเลิศรสไข่กะทะ สกลนคร
ไข่กระทะ แบบไข่สุก

 

ไข่กระทะ มาเสิร์ฟตามสั่ง ทั้งแบบไข่สุก และไข่ไม่สุก พร้อมเครื่องเคียงก็คือ หมูสับผัดกับหอมหัวใหญ่และต้นหอม อีกด้านของจานเป็นผักให้ทานแกล้มกันไม่ให้เลี่ยน ก็จะเป็นพวกแตงกวา ข้าวโพด แคร์รอต เป็นต้น เมื่อจะเริ่มทานก็ปรุงรสตามชอบนะคะ ไม่ว่าจะเป็นโรยพริกไทย ซอสปรุงรส ซอสพริก หรือซอสมะเขือเทศ ได้ตามต้องการ

อาหารเช้ารสเลิศ กับเลิศรสไข่กะทะ สกลนคร
ขนมปังญวน

 

เมนูถัดมา เป็นขนมปังญวนค่ะ ลักษณะกรอบนอกนุ่มใน อุ่นมากำลังดี ตัวขนมปังถูกผ่าครึ่งตามยาว ทาด้วยเนย และใส่หมูยอและกุนเชียงวางเป็นไส้อยู่ตรงกลาง ดูเหมือนเป็นอาหารธรรมดาง่าย ๆ แต่พอทานเข้าไปแล้วอร่อยมาก ๆ เลยค่ะ

อาหารเช้ารสเลิศ กับเลิศรสไข่กะทะ สกลนคร
ขนมปังญวน

 

ข้าวเปียกเส้น เป็นอีกเมนูที่สั่งมาทาน ลักษณะน้ำและเครื่องในชามคล้ายก๋วยจั๊บค่ะ มีใส่หมูสับ หมูยอ ตัวเส้นเหนียวหนุบ ๆ รสชาติกลมกล่อมค่ะ

อาหารเช้ารสเลิศ กับเลิศรสไข่กะทะ สกลนคร
ข้าวเปียกเส้น

 

เมนูสุดท้ายเป็นกระดูกหมูทรงเครื่อง มาเสิร์ฟกระดูกหมูเคล้าเครื่องปรุงนึ่งมาอย่างดี คลุกมากับเต้าหู้ทอด ตัวกระดูกหมูเคี่ยวมาดีมากค่ะ เพราะเนื้อไม่ติดกระดูกเลย ส่วนคอชา กาแฟที่ต้องทานยามเช้า ที่ร้านก็มีไว้บริการเช่นกันค่ะ

อาหารเช้ารสเลิศ กับเลิศรสไข่กะทะ สกลนคร
กระดูกหมูทรงเครื่อง

 

นอกจากนี้ทางร้านยังมีบริการ Wifi ฟรีให้กับเหล่าบรรดานักโซเชี่ยลได้ใช้ถ่ายรูปและเล่นกันอย่างเพลิดเพลินด้วยนะคะ และหากใครต้องการสั่งขนมปัง ทั้งขนมปังเปล่าและใส่ไส้แล้วก็โทรสั่งได้เช่นกันที่ 042-713949

อาหารเช้ารสเลิศ กับเลิศรสไข่กะทะ สกลนคร

ส้มตำแซ่บต้อง นนท์ ตำแหลก

นนท์ ตำแหลก

ส้มตำแซ่บต้อง นนท์ ตำแหลก

อาหารอีสาน ถือได้ว่าเป็นอาหารที่แพร่หลายมาก เพราะมีอยู่ทั่วทุกภาค เรียกได้ว่าเป็นอาหารที่คนส่วนใหญ่นิยมทาน ไม่ว่าจะเป็นส้มตำ น้ำตก ไก่ย่าง โอ้โห พอพูดถึงก็น้ำลายสอขึ้นมาทีเดียว อีกทั้งเมนูอย่างส้มตำยังเป็นที่ชื่นชอบของสาว ๆ ที่กำลังควบคุมน้ำหนักด้วย เพราะไม่เพียงรสชาติที่อร่อยเท่านั้น หากแต่แคลอรี่ก็ยังต่ำ ทำให้อิ่มท้องได้ดี แต่ก็ไม่ควรจะทานมากเกินไปนะคะ เพราะในส้มตำถือได้ว่ามีโซเดียมอยู่ค่อนข้างสูง อาจทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้หากทานติดต่อกันนานเกินไปค่ะ

วันนี้พามาทานร้านส้มตำอร่อย ๆ อีก 1 ร้าน มีชื่อว่า “นนท์ ตำแหลก” ฟังชื่อก็น่าทานแล้วใช่ไหมคะ พิกัดร้านอยู่ที่จังหวัดนนทบุรีค่ะ ร้านตั้งอยู่หัวมุมด้านขวา ก่อนถึงหอนาฬิกาบริเวณท่าน้ำนนท์ หาไม่ยากค่ะ เมื่อไปถึงลองถามแม่ค้าหรือคนแถวนั้นก็ได้

ส้มตำแซ่บต้อง นนท์ ตำแหลก

ร้านนนท์ ตำแหลก การันตีความอร่อยได้จากจำนวนของคนที่มาทานอาหารค่ะ เพราะนอกจากจะนั่งกันเต็มร้าน ซึ่งอาจจะยังมีโต๊ะบริการไม่มากนัก เพราะร้านไม่ได้ใหญ่อะไรมาก ก็ยังมีคิวที่รอสั่งอีกพอสมควร ดังนั้นหากไม่ต้องการรอนาน ๆ ก็อาจหลีกเลี่ยงช่วงเวลาเที่ยงถึงบ่ายโมงนะคะ

เจ้าของร้านให้ความใส่ใจในเรื่องของความสะอาด และคุณภาพของวัตถุดิบทุกตัวที่นำมาทำอาหารให้ลูกค้า อาทิเช่นถั่วป่น ข้าวคั่ว ทางร้านก็คัดวัตถุดิบคุณภาพและนำมาทำเอง ป่นเอง คั่วเอง ทำให้มั่นใจในความสดใหม่ได้แน่นอน

ส้มตำแซ่บต้อง นนท์ ตำแหลก

มาถึงร้านส้มตำ จะไม่สั่งส้มตำคงกระไรอยู่นะคะ ว่าแล้วก็จัดมาเลยค่ะกับส้มตำไทยใส่ปู เมื่อน้องพนักงานนำมาเสิร์ฟที่โต๊ะ แค่เห็นหน้าตาก็น่าทานแล้ว และไม่ได้สวยแค่หน้าตานะคะ รสชาติก็เลิศอีกด้วยค่ะ

ส้มตำแซ่บต้อง นนท์ ตำแหลก

เมนูถัดมาก็ยำมะม่วงปลากรอบ ที่ทอดปลาได้กรอบกรุบเมื่อมาทานคู่กับมะม่วงที่ยำมาเรียบร้อยแล้ว รสชาติเข้ากันมาก ๆ ค่ะ

ส้มตำแซ่บต้อง นนท์ ตำแหลก

และอีกเมนูที่พลาดไม่ได้กับไก่ย่างที่ย่างในเตาย่างไร้ควัน ย่างออกมาได้กรอบนอกนุ่มในมาก ๆ  มาเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้ม 2 รสชาติ คือน้ำจิ้มไก่แบบหวาน และน้ำจิ้มแจ่ว สามารถเลือกทานได้ตามใจชอบ รับรองว่าฟินสุด ๆ ค่ะ

ร้านนนท์ ตำแหลก เปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์นะคะ ตั้งแต่เวลา 9.30 – 20.00 น. มาเลือกฟินได้ในวันและเวลาที่คุณสะดวกนะคะ หากนำรถยนต์ส่วนตัวมา สามารถไปจอดรถได้ที่บริเวณท่าน้ำนนท์ค่ะ แต่อาจจะค่อนข้างหาที่จอดยากสักนิดนะคะ แต่เพื่อความอร่อยต้องพยายามค่ะ หากหาร้านไม่พบ ลองติดต่อไปที่เบอร์ของทางร้านได้ที่ 08–3547–5222 นะคะ

 

 

ชอบเมนูปลา ต้องร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขง

ชอบเมนูปลา ต้องร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขง

วันนี้พาเที่ยวอีสานบ้านเฮา และมาไกลถึงจังหวัดนครพนมทีเดียวค่ะ และเมื่อมาเยือนถิ่นนี้แล้ว สิ่งที่ไม่ควรพลาดนั่นคือ การไปกราบสักการะพระธาตุพนม ทั้งนี้เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ตน อีกทั้งยังถือได้ว่าพระธาตุพนมนั้น เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดนครพนมอีกด้วย หลังจากไหว้พระธาตุพนมกันเรียบร้อย หากร่างกายต้องการพลังงาน เราก็มาเติมท้องกันที่ร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขงกันค่ะ ร้านนี้อยู่ไม่ไกลจากพระธาตุพนม หากมี Google map ก็สามารถค้นหาร้านนี้ได้เลยค่ะ

ชอบเมนูปลา ต้องร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขง

ร้านนี้เป็นร้านอาหารไทย และมีดีที่ปลาค่ะ เพราะมีความสดใหม่มาก ร้านก็บรรยากาศดีอยู่ติดริมแม่น้ำโขงเลย มีเพียงถนนเล็ก ๆ หนึ่งเส้นคั่นกลางเท่านั้น คุณสามารถเอร็ดอร่อยกับอาหารเมนูปลา รวมทั้งดื่มด่ำกับวิวแม่น้ำโขง เรียกได้ว่าบรรยากาศฟินสุด ๆ ไปเลยค่ะ

ชอบเมนูปลา ต้องร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขง

ร้านเอื้องคำนี้ถือได้ว่าเป็นร้านดังร้านหนึ่งในอำเภอธาตุพนม ของนครพนมเลยค่ะ เปิดให้บริการมาเป็นระยะเวลาพอสมควรแล้ว ภายในร้านโปร่งโล่ง เป็นร้านประมาณ 2 คูหา ภายในร้านจัดวางโต๊ะไว้บริการลูกค้าได้ประมาณ 50-60 ท่าน หากอากาศร้อนมีพัดลมคอยบริการตลอดค่ะ

ชอบเมนูปลา ต้องร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขง
ส้มตำไทย

 

มาดูเมนูเด็ด ๆ ของทางร้านกันดีกว่าค่ะ ยังคงติดใจกับเมนูส้มตำเหมือนเดิม จัดมา 2 อย่างทั้งส้มตำไทย และส้มตำปลาร้าค่ะ ขอบอกว่าอีสานแถบนี้ ปลาร้าเขาใช้ต้มนะคะ กระบวนการจัดทำของเขาสะอาดมาก ๆ ปกติดิฉันไม่ทานปลาร้า แต่พอมาที่นี่ทานแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยว่าใส่ปลาร้ามาด้วย อร่อยเด็ดมาก ๆ ค่ะ

ชอบเมนูปลา ต้องร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขง
ส้มตำปลาร้า

 

ชอบเมนูปลา ต้องร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขง
ต้มยำปลาบึก

 

เมนูถัดมาเป็นปลาคังผัดฉ่า ตามมาด้วยต้มยำปลาบึก และลาบปลาคัง เรียกได้ว่าแซ่บทั้ง 3 เมนูเลย รสชาติจัดจ้าน อร่อยมาก ๆ ค่ะ

ชอบเมนูปลา ต้องร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขง
ผัดฉ่าปลาคัง

 

ชอบเมนูปลา ต้องร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขง
ลาบปลาคัง

 

เมื่อทานเมนูเผ็ด ๆ กันไปแล้ว ก็มาดูเมนูรสชาติค่อนข้างจืด เพื่อให้รสชาติตัดสลับกันบ้างกับเมนูคะน้าปลาเค็ม ที่ปลาเค็มรสชาติความเค็มกำลังดีและหอมมากค่ะ และเมนูปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม ที่ทอดมาได้กรุบกรอบทานได้ทั้งตัวค่ะ

ชอบเมนูปลา ต้องร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขง
คะน้าปลาเค็ม

 

สำหรับคนไม่ชอบทานเผ็ด อาจต้องแจ้งน้องที่รับออเดอร์ด้วยนะคะ  เพราะอาหารที่มานั้นรสชาติค่อนข้างเผ็ดจัด อาจจะเนื่องจากต้องการดับคาวของปลา แต่ในส่วนตัวคิดว่า ปลาที่ทางร้านนำมาทำสดใหม่มาก ความคาวจึงไม่น่าจะมีปัญหาค่ะโดยรวมจึงถือว่าเป็นร้านที่แนะนำนะคะ หากผ่านมาที่นครพนมค่ะ

ชอบเมนูปลา ต้องร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขง
ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม

 

ร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขง เปิดให้บริการทุกวันค่ะ สามารถโทรติดต่อสอบถามเส้นทาง ตลอดจนเวลาให้บริการได้ที่เบอร์ของทางร้าน 089-843-4537 และ 086-241-9441 ร้านนี้ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงค่ะ

 

 

 

 

ไอติมกะทิอบเทียนเจ้าเก่ามาแล้วค่ะ

ไอติมกะทิอบเทียน

ไอติมกะทิอบเทียนเจ้าเก่ามาแล้วค่ะ

ไอศกรีม คงเรียกได้ว่าเป็นของหวาน ของว่าง ของทานเล่น หรือจะเรียกอะไรก็ตามแต่ แต่ที่แน่ ๆ มั่นใจว่าทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างก็ชื่นชอบไอศกรีมด้วยกันทั้งนั้น ในปัจจุบันมีรูปแบบใหม่ ๆ ของไอศกรีมออกมามากมาย และหลากหลายยี่ห้อ    แต่ก็ไม่เคยจะลืมไอศกรีมกะทิ คราวนี้จะพามาทานไอศกรีมกะทิอบควันเทียนเจ้าเก่าดั้งเดิม เปิดมา 40 กว่าปีแล้วค่ะ ถ้ารสชาติไม่เด็ดจริงคงไม่อยู่มาได้อย่างยาวนานขนาดนี้แน่นอน

ไอติมกะทิอบเทียนเจ้าเก่ามาแล้วค่ะ

ร้านที่ว่านี้คือ ร้านไอติมกะทิอบเทียนเจ้าเก่า เดิมร้านตั้งอยู่ที่ตลาดอุดมสุข สุขุมวิท 103 ต่อมามีการรื้อโรงภาพยนตร์ที่อยู่ใกล้ ๆ และจัดระบบต่าง ๆ ในตลาดเสียใหม่ ร้านนี้จึงย้ายมาขายที่บ้านที่เป็นตึกแถวใกล้ ๆ กันนั้น หากคุณจะมีร้านนี้ ให้เลือกเข้าได้ 2 ทาง คือ

ทางแรกเข้าจากถนนสุขุมวิท ทางเข้าจะอยู่เลยสุขุมวิท 103 ไปทางสี่แยกบางนา บริเวณที่เป็นโรงภาพยนตร์อุดมสุข (เก่า) จุดสังเกตจะมี 7eleven อยู่หัวมุม ก็เลี้ยวซ้ายเข้าไปเลยค่ะ พอเจอทางแยกให้เลี้ยวขวา ไปตามทางประมาณ 100 เมตร สังเกตผ้าใบสี ๆ และตู้กระจกตั้งเครื่องไอศกรีม ด้านขวามือค่ะ

ทางที่ 2 ให้เข้ามาทางสุขุมวิท 103 จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าซอยอุดมสุข 2 ตรงเข้ามาประมาณ 100 เมตร แล้วเลี้ยวขวา (ทางจะบังคับให้เลี้ยวอยู่แล้วค่ะ) ตรงไปอีกประมาณ 50 เมตร ร้านจะอยู่ซ้ายมือ

ไอติมกะทิอบเทียนเจ้าเก่ามาแล้วค่ะ

ไอติมกะทิอบเทียนเจ้าเก่ามาแล้วค่ะ

ที่ร้านจะมีไอศกรีมกะทิ ที่เป็นสูตรเฉพาะของทางร้านเอง แถมอบด้วยควันเทียนหอม ๆ โรยหน้าด้วยเครื่องต่าง ๆ ตามสั่ง มีด้วยกัน 6 ชนิดคือ ข้าวเหนียว, ลูกชิด, สับปะรดเชื่อมกวน, มะม่วงเชื่อมกวน, ซ่าหริ่ม และมันเชื่อม เวลาไอศกรีมมาเสิร์ฟ แล้วคุณตักทานเข้าปากจะมีกลิ่นควันเทียนที่อบจนมีกลิ่นหอมอวลอยู่ในปาก ฟินเพิ่มไปกับเครื่องที่โรยมาบนหน้าไอศกรีม โดยคุณสามารถนั่งทานภายในร้านก็ได้ โดยมีโต๊ะรองรับให้บริการอยู่ค่ะ แต่ถ้ายังไม่หนำใจจะซื้อเป็นห่อแบบครึ่งกิโลหรือหนึ่งกิโลกลับมาทานต่อที่บ้านพร้อมครอบครัวก็ยังได้ โดยทางร้านจะจัดไอศกรีมใส่ถุงแล้วห่อด้วยหนังสือพิมพ์กันความเย็นอีกชั้น ซึ่งวิธีนี้อาจจะเก็บความเย็นได้ระดับหนึ่งแต่ก็ไม่ดีมากนัก ถ้าเป็นระยะใกล้ในละแวกสุขุมวิท 103 หรือใกล้เคียงก็ใช้ได้ แต่หากเป็นระยะทางไกล ๆ ก็คงไม่เหมาะค่ะ

ไอติมกะทิอบเทียนเจ้าเก่ามาแล้วค่ะ

ไอติมกะทิอบเทียนเจ้าเก่ามาแล้วค่ะ

ร้านไอติมกะทิอบเทียนเจ้าเก่า เปิดให้บริการทุกวันนะคะ แวะเวียนไปนั่งทานหรือซื้อกลับมาเป็นของฝากคนในครอบครัวก็ได้ หรือหากไปไม่ถูก สามารถติดต่อสอบถามเส้นทางหรือเวลาเปิดปิดร้านได้ที่ 02-3936365

ไอติมกะทิอบเทียนเจ้าเก่ามาแล้วค่ะ

มาทำ เต้าหู้เย็น ทานกันเถอะ

เต้าหู้เย็น

มาทำ เต้าหู้เย็น ทานกันเถอะ

อากาศร้อน ๆ ก็อยากจะหาอะไรเย็น ๆ ทาน คงจะชื่นใจดีนะคะ เด็ก ๆ ในบ้านก็ร่ำร้องให้ทำอะไรให้ทาน นึกไปนึกมาทำเมนู “เต้าหู้เย็น” น่าจะดี ทำขนาดใหญ่หน่อย นั่งทานพร้อมกันภายในครอบครัว ทานไปคุยไปสร้างความสัมพันธ์ได้ดีทีเดียว เรามาลองดูวัตถุดิบและวิธีทำกันนะคะ

มาทำ เต้าหู้เย็น ทานกันเถอะ

ส่วนผสม (ทานได้ประมาณ 3 ท่าน)

  1. น้ำเต้าหู้ 1 ถ้วย
  2. นมสด รสจืด 1 ถ้วย
  3. ผงวุ้น 1 ช้อนชา
  4. เจลาติน แผ่นเล็ก 4-5 แผ่น
  5. น้ำหวานกลิ่นสละ 3 ช้อนโต๊ะ
  6. นมข้นหวาน 2 ช้อนโต๊ะ
  7. ผลไม้ ปริมาณและชนิดตามชอบ

วิธีทำ

1. นำเจลาตินแผ่นเล็ก (ขนาด 5 นิ้ว) แบบแผ่น มาแช่ในน้ำสะอาดเย็น (หากไม่มีน้ำเย็นจะใช้น้ำสะอาดอุณหภูมิห้องก็ได้ แต่ถ้าเป็นน้ำเย็นจะทำให้เจลาตินมีประสิทธิภาพที่ดีกว่าค่ะ) ประมาณ 5-7 นาทีค่ะ

มาทำ เต้าหู้เย็น ทานกันเถอะ

2. น้ำเต้าหู้ ตอนซื้อมาไม่ต้องใส่เครื่องและน้ำตาลนะคะ เป็นน้ำเต้าหู้เปล่า ๆ นำน้ำเต้าหู้ และนมสด รสจืด มาผสมและคนให้เข้าด้วยกันในภาชนะ นำไปตั้งเตาไฟ ใช้ไฟกลาง รอจนนมและน้ำเต้าหู้เริ่มร้อน แต่ไม่ต้องให้เดือด โดยสังเกตขอบภาชนะจะเริ่มมีฟองอากาศปุด ๆ ขึ้นมาก็ถือว่าใช้ได้แล้วค่ะ

3. ใส่ผงวุ้นลงไปในภาชนะ คนให้วุ้นละลาย และนำเจลาตินแผ่นขึ้นจากน้ำ บีบน้ำออกให้สะเด็ดน้ำ ใส่ลงไปในภาชนะ ทั้งผงวุ้นและเจลาตินต้องคนให้ละลายให้หมดนะคะ อาจใช้ความรู้สึกขณะคนก็ได้ว่าไม่มีอะไรติดอยู่ก้นภาชนะแล้ว

มาทำ เต้าหู้เย็น ทานกันเถอะ

4. เมื่อผงวุ้นและเจลาตินละลายดีแล้ว ให้เติมน้ำหวานกลิ่นสละ เพื่อให้สีของน้ำเต้าหู้และนมสดนั้นมีสีชมพูนะคะ หากสูตรที่บอกไปยังเป็นสีที่ไม่เข้มพอจะใส่เพิ่มอีกก็ได้ตามชอบค่ะ

5. เติมนมข้นหวาน ลงไป คนให้ละลายเข้ากันดี จากนั้นปิดเตาไฟค่ะ ยกลง

6. นำกระชอนตาถี่ ๆ มากรองนมและน้ำเต้าหู้นี้ ประมาณ 2-3 รอบนะคะ เพื่อให้เนื้อนมและน้ำเต้าหู้มีความเนียนสวยค่ะ จากนั้นเทใส่ภาชนะที่เป็นรูปโค้ง เช่นชาม เป็นต้น

มาทำ เต้าหู้เย็น ทานกันเถอะ

7. ทิ้งไว้ให้พอเย็น นำเข้าแช่ตู้เย็นในช่องแช่แข็ง ประมาณ 1-2 ชั่วโมงค่ะ จากนั้นนำออกมาทิ้งที่อุณหภูมิห้อง หรือจะนำภาชนะมาแช่ในถาดที่ใส่น้ำอุ่นสักครู่ เพื่อให้ตัวเต้าหู้เย็นคลายตัวจากภาชนะที่ใส่ นำจานมาคว่ำปิดปากภาชนะ แล้วพลิกภาชนะให้คว่ำลงเพื่อให้เต้าหู้เย็นลงมาอยู่ที่จาน จากนั้นก็บั้งเต้าหู้เย็นเป็นแฉก ๆ โดยบั้งแต่ละแฉกให้เป็นรูปตัว V จัดตกแต่งจานให้สวยงามด้วยผลไม้ ถ้าต้องการให้สีสวย ๆ ก็ใช้ผลไม้ประเภทกีวี, ส้ม, สตรอว์เบอร์รี เป็นต้น หรือจะตกแต่งเป็นแนวธัญพืช เช่นพวกบรรดาถั่วหลากชนิดก็น่าสนใจ แต่หากทานกับผลไม้จะเข้ากันมากกว่านะคะ เพราะเต้าหู้เย็นรสชาติจะไม่ค่อยหวานนักพอทานแกล้มกับผลไม้จะเหมาะกว่าค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละท่านนะคะ

มาทำ เต้าหู้เย็น ทานกันเถอะ

ลองนำไปทานกันดูนะคะ รับรองได้ว่าคงถูกใจทุกคนในครอบครัวอย่างแน่นอนค่ะ

มาทำ เต้าหู้เย็น ทานกันเถอะ

ครัวใจใส ใส่ใจสุขภาพ สกลนคร

ครัวใจใส ใส่ใจสุขภาพ สกลนคร
ครัวใจใส ใส่ใจสุขภาพ สกลนคร
พระธาตุเชิงชุม ยามค่ำ

 

พาตะลอนชิมร้านอาหารเก่าแก่และร้านดังที่สกลนครมาถึง 2 ร้านไปแล้ว คือร้านเลิศรส ไข่กะทะ และร้านบิ๊กอ้วน อาหารเวียดนาม มาคราวนี้พามาทานอาหารที่เป็นแนวเพื่อสุขภาพบ้าง กับครัวใจใส

ครัวใจใส ใส่ใจสุขภาพ สกลนคร

ครัวใจใส เขาเกริ่นชื่อไว้ว่าร้านนี้ขายอาหารประเภทเจ และมังสวิรัติ ฟังอย่างนี้หลายท่านที่ชอบทานเนื้อสัตว์อาจลังเล แต่อยากจะบอกว่าขอให้ท่านลองแวะไปทานค่ะ เพราะร้านนี้ทำอาหารฉีกแนวอาหารเจ และอาหารมังสวิรัติที่เราเคยเห็นและเคยทานกันมาอย่างแน่นอน และขอบอกว่ารสชาติอาหารแต่ละจานอร่อยเด็ดมาก ๆ ค่ะ

ครัวใจใส ใส่ใจสุขภาพ สกลนคร

ครัวใจใส ตั้งอยู่ที่ถนนมรรคาลัย ตรงข้ามกับโรงเรียนเทศบาล 3 สกลนครค่ะ แต่เดิมร้านนี้เป็นร้านขายพวกต้นไม้และอุปกรณ์ทำสวนทุกชนิด แต่เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ได้แบ่งพื้นที่เล็ก ๆ ส่วนหนึ่งมาทำเป็นร้านอาหารขายอาหารประเภทเจและมังสวิรัติ โดยตัวร้านกรุกระจกโดยรอบ ทำให้มองเห็นทัศนียภาพภายนอกร้านได้ดี ภายในมีโต๊ะไว้รองรับเพื่อบริการลูกค้า ได้ประมาณ 20-30 ท่าน อาจจะไม่ได้มากมายนัก แต่ก็มีข้อดีที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกได้ถึงความเป็นส่วนตัว และมีความเรียบง่ายค่ะ

ครัวใจใส ใส่ใจสุขภาพ สกลนคร
สลัดใบชา

 

มาดูเมนูสุขภาพของที่นี่กันบ้างนะคะว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง เริ่มที่ สลัดใบชา ที่ผักมาสด ๆ มากันครบครัน ราดมาด้วยน้ำปรุงรสที่มีส่วนผสมของใบชาด้วยทำให้มีความหอมอ่อน ๆ เจืออยู่ เมื่อมาทานคู่กับผักสดเข้ากันมาก ๆ ค่ะ

ครัวใจใส ใส่ใจสุขภาพ สกลนคร
ข้าวผัดหนำเลี๊ยบ

 

ครัวใจใส ใส่ใจสุขภาพ สกลนคร
ข้าวอบหม้อดิน

 

เมนู ข้าวผัดหนำเลี๊ยบ และข้าวอบหม้อดิน รสชาติกำลังดี ข้าวผัดทำออกมาได้ดี เม็ดร่วนผัดกับหนำเลี๊ยบได้เข้าถึงเนื้อมาก ๆ ส่วนข้าวอบหม้อดินที่ให้ความหอมอวล ๆ ในข้าว อร่อยมากค่ะ

ครัวใจใส ใส่ใจสุขภาพ สกลนคร
ยำวุ้นเส้น

 

ครัวใจใส ใส่ใจสุขภาพ สกลนคร
ยำสาหร่าย

เมนูยำวุ้นเส้น ที่แทนที่เนื้อสัตว์ด้วยเห็ดญี่ปุ่น และยำสาหร่าย ที่มาครบเครื่อง และเมื่อราดด้วยน้ำยำรสเด็ดแล้ว เมนูนี้ก็อร่อยไม่แพ้เมนูอื่น ๆ เช่นกัน และมาตบท้ายกันที่โกยซี่หมี่ ที่ลักษณะคล้ายราดหน้า แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็นหน่อไม้ก็กลายมาเป็นเมนูโกยซี่ และแทนที่เนื้อสัตว์ด้วยเห็ดหลากหลายชนิด เรียกได้ว่าเป็นมื้อแห่งสุขภาพ

ครัวใจใส ใส่ใจสุขภาพ สกลนคร
โกยซีหมี่

 

ที่บอกว่าร้านนี้แตกต่างจากร้านอาหารเจและมังสวิรัติร้านอื่น ๆ เพราะเรามักพบร้านอื่น ๆ มักนำฟองเต้าหู้ หรือโปรตีนเกษตรมาทำเลียนแบบเนื้อสัตว์ แต่ร้านนี้เป็นการนำผักและเห็ดชนิดต่าง ๆ มาทำเป็นเมนูอาหาร และที่สำคัญอาหารทุกเมนูอร่อย รสชาติดีมาก ๆ ค่ะ

ครัวใจใส ใส่ใจสุขภาพ สกลนคร

นอกจากนี้แล้วยังมีเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพมากมาย อาทิ น้ำมะตูม น้ำแก่นตะวัน น้ำคำฝอย เป็นต้น เรียกได้ว่ามาร้านนี้คุณจะได้อิ่มอร่อยและสุขภาพที่ดีกลับไปเต็ม ๆ อย่างแน่นอน หากสนใจแวะเวียนไปชิม สามารถโทรติดต่อสอบถามเส้นทางกันได้ที่ 089-6180880 และหลังอิ่มอร่อยแล้วหากไม่รีบกลับ ก็สามารถเดิมช็อปปิ้งต้นไม้ หินสี หรืออุปกรณ์ตกแต่งสวนติดไม้ติดมือกลับไปเพิ่มเติมจากที่นี่ได้อีก และอย่าลืมแวะสักการะพระธาตุเชิงชุม และหลวงพ่อพระองค์แสน สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองสกล พร้อมเดินตลาดผ้าคราม ซื้อผ้าสวย ๆ กลับไปเป็นของฝากกันด้วยนะคะ

 

 

 

 

ย้อนอดีตในวัยเยาว์ กับมีนา วิลล่า

มีนา วิลล่า

ย้อนอดีตในวัยเยาว์ กับมีนา วิลล่า

วันนี้พาออกนอกกรุงเทพ ไปจังหวัดที่ใกล้ ๆ นี่เองค่ะ ขับรถเพียง 1.30 -2 ชั่วโมงเท่านั้นเอง คุณก็จะได้สัมผัสบรรยากาศที่มีกลิ่นอายของท้องทุ่งนิด ๆ นั่นคือนครนายกค่ะ จังหวัดนครนายกถือได้ว่าเป็นจังหวัดที่ไปได้ง่าย มีสถานที่ท่องเที่ยว และสถานที่ที่น่าสนใจอยู่พอสมควร แต่วันนี้จะพาไป 4 in 1 ในสถานที่เดียวค่ะกับ มีนา วิลล่า

ย้อนอดีตในวัยเยาว์ กับมีนา วิลล่า

มีนา วิลล่า เป็นสถานที่เพิ่งเปิดตัวมาได้เมื่อประมาณ 2-3 ปีมานี้เอง แต่น่าสนใจมาก ๆ ตรงที่สถานที่นี้เป็นทั้งรีสอร์ท ให้นอนพัก, มีร้านอาหาร ให้นั่งทานกันคลายหิว, มีที่ shopping ให้คุณ ๆ ได้เลือกซื้อของติดไม้ติดมือกลับบ้าน เพื่อไปเป็นของฝากได้ และสุดท้ายยังเป็นร้านกาแฟสุดเก๋อีกด้วย โดยสถานที่นี้ใช้ theme การตกแต่งของร้าน ในแนวผสมผสานทั้งในแนวยุคใหม่ วัยรุ่น ๆ ดูสบาย มาผนวกกับการดึงเรากลับเข้าไปย้อนวันวานในอดีตวัยเยาว์กับตัวละครในหนังสือเรียนภาษาไทย อย่างบรรดามานะ มานี ปิติ ชูใจ ได้อย่างลงตัวทีเดียว

ย้อนอดีตในวัยเยาว์ กับมีนา วิลล่า

 

ในร้านกาแฟมานีนั้น ยังมีการตกแต่งร้านซึ่งน่าจะเป็นของสะสมของเจ้าของเอง ซึ่งเป็นของเล่น ของใช้ในอดีต นำมาเรียงวางภายในร้านทำให้ตัวร้านมีความแปลก ฉีกแนวออกไปจากร้านกาแฟ อีกทั้งร้านในแนวแบบนี้ยังหาไม่ได้ในนครนายก จึงนับว่าน่าสนใจมาก ๆ นะคะ

ย้อนอดีตในวัยเยาว์ กับมีนา วิลล่า

ในขณะที่คุณเพลิดเพลินกับกาแฟถ้วยโปรดในมือแล้ว ก็ยังสามารถเพลิดเพลินกับวิวภายนอก ซึ่งเป็นธรรมชาติมาก ๆ และยังเพลิดเพลินกับวิวภายในที่เป็นเครื่องเล่น หรือเครื่องใช้ที่คุณอาจเคยคุ้นตามาเมื่อยังเด็ก มีมุมให้คุณได้เลือกเซลฟี่เพื่ออวดเพื่อน ๆ ใน social ของคุณได้เยอะทีเดียวค่ะ และตัวร้านยังเชื่อมต่อกับสถานที่ซื้อสินค้า ที่ทางร้านจัดเตรียมไว้ โดยจะเป็นเสื้อผ้าเสียส่วนใหญ่นะคะ แต่หากต้องการจะดื่มด่ำกับบรรยากาศแบบนี้ให้นานขึ้น ก็ติดต่อห้องพักเพื่อจะนอนค้างคืนได้เลยค่ะ ซึ่งภายในห้องพักก็มีให้เลือกการตกแต่งได้หลายแบบแตกต่างกันไปไม่ซ้ำกันเลยค่ะ

ย้อนอดีตในวัยเยาว์ กับมีนา วิลล่า

การเดินทางมามีนา วิลล่า ให้หาทางที่จะไปวัดหลวงพ่อปากแดงนะคะ แล้วคุณจะผ่านตลาดโรงเกลือ รถจะติดบริเวณนั้นบ้างค่ะ เมื่อเลยจากจุดนั้นก็ขับรถตรงขึ้นไปเรื่อย ๆ ให้สังเกตด้านขวามือไว้จะเห็นป้ายทางเข้าของรีสอร์ท โดยจะอยู่ก่อนถึงสี่แยกประชาเกษมค่ะ แต่หากไม่มั่นใจกลัวจะหาไม่เจอ รับเบอร์นี่ไปเลยค่ะ โทร  09-0938-0470, 037 349 964 เพื่อติดต่อสอบถามเส้นทางและข้อมูลอื่น ๆ ได้นะคะ

ย้อนอดีตในวัยเยาว์ กับมีนา วิลล่า

ผ่านมาชะอำ ต้องแวะร้าน “ปลาทู”

ร้านปลาทู ชะอำ

ผ่านมาชะอำ ต้องแวะร้าน “ปลาทู"

ชะอำ เป็นทะเลที่อยู่ในเขตจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเดินทางไม่ไกลจากกรุงเทพเลย ขับรถก็ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น จึงถือได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตสำหรับผู้ที่ต้องการไปทะเลอีกที่หนึ่ง และเมื่อมาถึงสิ่งหนึ่งที่คู่กับการท่องเที่ยวคือการหาอร่อย ๆ ทานไปด้วยในตัว หากมาถึงชะอำแล้ว แนะนำให้แวะร้านอาหารร้านนี้เลยค่ะ กับร้าน “ปลาทู” (Platoo Restaurant)

ผ่านมาชะอำ ต้องแวะร้าน “ปลาทู"

ผ่านมาชะอำ ต้องแวะร้าน “ปลาทู"

ร้านปลาทู ถือได้ว่าเป็นร้านอาหารที่มีวิวทะเลดีที่สุดร้านหนึ่งของชะอำทีเดียวค่ะ เพราะอะไรนั่นหรือคะ ก็เพราะว่าร้านนี้ติดทะเลแบบสุด ๆ ชนิดว่าเพียงไม่กี่ก้าวคุณก็เดินลงทะเลได้เลย บรรยากาศภายในร้านก็คงคล้ายกับร้านอาหารทะเล ที่มักเป็นพื้นที่กว้างเปิดโล่ง มีโต๊ะไว้รองรับลูกค้าได้นับร้อยค่ะ โดยมีทั้งส่วนในร้านที่มุงหลังคากันแดดกันลม และส่วนที่ได้นั่งอยู่ริมชายหาดจริง ๆ ลองนึกถึงบรรยากาศแบบพระอาทิตย์ตกดิน แล้วนั่งทานอาหารกับคนรู้ใจ คงจะดีไม่ใช่น้อยนะคะ นอกจากจะมีบรรยากาศที่ดีแล้ว อาหารก็อร่อยอีกด้วยค่ะ โดยได้รับการันตีความอร่อยจากหลากหลายรายการอาหาร อาทิเช่น หมึกแดง, รายการไม่ลองไม่รู้ ตลอดจนนักชิมจากหนังสือพิมพ์, นิตยสาร และทีวีอีกมากมาย มีคนดังการันตีมากมายขนาดนี้อดใจกันไม่ไหวแล้วใช่ไหมคะ เราไปลองดูอาหารกันค่ะ

ผ่านมาชะอำ ต้องแวะร้าน “ปลาทู"

ร้านปลาทู มีอาหารหลากหลายประเภทด้วยกัน ริมทะเลแบบนี้ อาหารที่ขาดไม่ได้ก็คืออาหารทะเลค่ะ ที่มีทั้งความสดใหม่ อีกทั้งยังมีอาหารสไตล์ยุโรป ทานเคล้ากับไวน์ชั้นดี นอกจากนี้ยังมีอาหารไทยพื้นบ้านต่าง ๆ ฟังจากชื่อร้านก็คงพอจะทราบว่าร้านนี้นำปลาทูมาทำเป็นอาหารเด็ด ๆ มากมาย เช่น ต้มยำปลาทูสูตรโบราณ, ปลาทูฉู่ฉี่, ปลาทูแดดเดียว, ปลาทูย่าง ผักสะเดา น้ำปลาหวาน, เมี่ยงปลาทู หรือก้างปลาทูทอดกรอบ เป็นต้น นี่เป็นเพียงตัวอย่างรายการอาหารเท่านั้นนะคะ หากไปถึงร้านนี่คุณ ๆ คงเปิดเมนูหลายรอบมาก เพราะจะสั่งเมนูนี้ก็เสียดายอีกเมนู เข้าทำนองรักพี่เสียดายน้องนั่นเองค่ะ

ผ่านมาชะอำ ต้องแวะร้าน “ปลาทู"

การเดินทางมาร้านปลาทู หากขับรถจากกรุงเทพ ตั้งต้นที่สี่แยกชะอำทางไปหัวหินประมาณ 8 กิโลเมตร ให้สังเกตทางด้านซ้ายจะมีป้ายทางเข้าร้านอยู่ ขับเข้าไปตามทางแล้วจะเจอร้านได้ไม่ยาก (ร้านจะอยู่ติดกับโรงแรมโนโวเทลค่ะ) นอกจากทางร้านจะมีบริการร้านอาหารอร่อย ๆ แล้ว หากคุณมองหาสถานที่จัดเลี้ยง ก็สามารถติดต่อที่นี่ได้นะคะ และที่ครอบคลุมมากไปกว่านั้นทางร้านยังมีโซนของรีสอร์ทให้คุณติดต่อห้องพักเพื่อพักผ่อนริมทะเลได้อีกด้วยที่เบอร์ 081-3783789, 081-3783798, 032-508175

ผ่านมาชะอำ ต้องแวะร้าน “ปลาทู"

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

ในบรรดาอาหารเมืองไทย ที่มีมากมายนับไม่ถ้วน ซึ่งอาจถูกดัดแปลงไปเป็นแบบอื่นบ้าง หรือยังคงความเป็นต้นฉบับดั้งเดิมบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่จัดได้ว่าเป็นเมนูโปรดเมนูหนึ่งของแทบจะทุกคนก็คือส้มตำ วันนี้พามาทานส้มตำอร่อย ๆ อีกหนึ่งร้านค่ะ ชื่อว่า “ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1”

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

“ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1” เป็นร้านขายอาหารสไตล์อีสาน อันได้แก่ส้มตำ น้ำตก ลาบ ยำสารพัดยำ จิ้มจุ่ม (สุกี้อีสาน) ไก่ย่างเขาสวนกวาง และมีปลาเผาด้วยนะคะ รสชาตินี่แซ่บนัวสมชื่อร้านจริง ๆ อร่อยเด็ดมาก เมื่อหาที่นั่งภายในร้านได้เรียบร้อยแล้ว น้องพนักงานจะนำใบสั่งอาหาร ซึ่งมีทั้งเมนู, ราคา และให้เรากรอกจำนวนของอาหารที่ต้องการสั่งลงไปได้เลยค่ะ

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

 

เรามาลองดูรายละเอียดในเมนูที่ดิฉันสั่งมานะคะ สำหรับปลาเผาเกลือ มีปลาให้เลือกหลายชนิดและหลายขนาดขึ้นอยู่จำนวนลูกค้าที่มาทานในแต่ละโต๊ะนะคะ เมื่อปลาเผามาเสิร์ฟจะมาเป็นชุด คือมีตัวปลาซึ่งเปิดส่วนหนังที่หมักเกลือให้เห็นเนื้อปลาขาว ๆ ร้อน ๆ  พร้อมด้วยผักสดนานาชนิด  ขนมจีนโรยด้วยหอมทอด และน้ำจิ้ม 2 แบบ 2 รสชาติที่เลือกความอร่อยได้ตามความต้องการ

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

ส้มตำ ก็มีให้เลือกหลากหลายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นส้มตำแบบพื้น ๆ ทั่วไป คือส้มตำไทย ส้มตำปู ส้มตำไทยใส่ปู หรือจะดัดแปลงเมนูส้มตำให้น่าสนใจ เป็นส้มตำข้าวโพด ตำซั่วกากหมู ตำส้มทอด เป็นต้น โดยร้านนี้มีความพิเศษที่เพิ่มเติมจากรสชาติอาหารที่ถือว่าได้อร่อยทีเดียว นั่นคือในเมนูที่ต้องมีการใส่ปูลงไปด้วย ที่ร้านจะมีปูเพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกทานกันถึง 2 แบบคือ ปูต้ม และปูดอง ต้องการแบบไหนสามารถแจ้งทางร้านได้ในแบบที่เราชอบกันเลยค่ะ

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

 

ร้านส้มตำแซ่บเนาะ 101/1 หาไม่ยากเลยค่ะ ตัวร้านตึกแถว 1 ห้อง อยู่หัวมุมของซอยวชิรธรรมสาธิต 15 ตรงข้ามกับตลาดมหาสิน ในถนนสุขุมวิท 101/1 ทำให้เมื่อเวลานั่งในร้าน ถึงจะเป็นห้องแถวเพียง 1 ห้องก็ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดค่ะ เพราะกรุผนังด้วยกระจกทำให้แลดูโปร่งมาก ๆ อีกทั้งทานอาหารได้ไม่ร้อนค่ะ เพราะภายในร้านติดแอร์ให้นั่งทานกันอย่างสบาย นอกจากนี้หากมีการแข่งขันฟุตบอลคู่ที่น่าสนใจ ทางร้านก็ยังมีจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ที่เปิดไว้บริการลูกค้าได้ชมกันระหว่างทานอาหารไปด้วยค่ะ โต๊ะก็มีให้บริการประมาณ 8-9 โต๊ะ นั่งได้ประมาณ 4-5 ท่าน อาจจะไม่ได้มีโต๊ะมากมาย แต่ก็เพียงพอให้บริการค่ะ ในส่วนของหน้าร้านจะเป็นส่วนเตรียมอาหาร

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

ร้านเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. ค่ะ หากไม่สะดวกไปนั่งทานที่ร้าน อยากจะนั่งทานกันเองแบบสบาย ๆ กับเพื่อนหรือครอบครัวที่บ้าน ทางร้านก็มีบริการ Delivery กันด้วยนะคะ โดยสามารถสั่งได้ที่ 092-264-8365

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1