ขนมเข่ง

มาทำ “ขนมเข่ง” ทานกันไหมคะ


ขนมเข่ง

ขนมที่ถือว่าเป็นของที่ต้องมีประจำเพื่อไหว้บรรพบุรุษในเทศกาลตรุษจีน ก็คงหนีไม่พ้นขนมเข่ง ขนมเทียน วันนี้เลยอาสาพามาทำขนมเข่งค่ะ เพราะที่บ้านก็มีเชื้อสายจีนเลยต้องทำเป็นประจำทุกปี วัตถุดิบตลอดจนวิธีทำก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรนะคะ เผื่อเพื่อนท่านใดอยากทำทานกันเองนอกเทศกาลก็สามารถทำทานกันได้ค่ะ ว่าแล้วมาเตรียมวัตถุดิบกันเลยนะคะ

ส่วนผสม (สัดส่วนนี้ได้ประมาณ 40-50 กระทง)

1. แป้งข้าวเหนียว 1 กิโลกรัม
2. น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม
3. น้ำกะทิ ½ กิโลกรัม
4. ใบตองแห้งทรงถ้วย (เพื่อใส่แป้ง)
5. น้ำมันพืช

วิธีทำ

1. หาชามใหญ่ ๆ สำหรับใส่ส่วนผสมค่ะ โดยนำแป้งข้าวเหนียวและน้ำตาลทรายใส่ลงไปในชาม หลังจากนั้นทยอยเทน้ำกะทิลงไป (ที่ให้ทยอยใส่ เพื่อจะได้ตรวจสอบความหนืดของแป้งได้ง่ายนะคะ ถ้าเทลงไปทีเดียวแป้งอาจจะเหลวเกินไปค่ะ) จากนั้นใช้มือนวดไปเรื่อย ๆ จนแป้งไม่เป็นเม็ด และน้ำตาลทรายละลายดีแล้ว ลองนำทัพพีมาตักแล้วหยอดลงในชามผสม เมื่อเห็นว่าแป้งไหลเป็นสาย ไม่เหลวและข้นเกินไป แสดงว่าใช้ได้แล้วค่ะ พักไว้ก่อนนะคะ

ขนมเข่ง
2. เตรียมใบตองแห้งทรงถ้วย ของนี้หาซื้อได้ตามร้านขายของชำที่ขายของจีน ๆ หน่อยนะคะ จะขายเป็นมัด มัดหนึ่งมีประมาณ 50 – 100 ถ้วย แล้วแต่ร้านค่ะ ขนาดในรูปที่ใช้คือปากถ้วย กว้างประมาณ 7 เซนติเมตร จากสูตรจะได้ขนมเข่งหลังทำได้ประมาณ 40-50 ถ้วยค่ะ เมื่อได้มาแล้วก็หาผ้ามามัดเป็นปมไว้สำหรับชุบน้ำมันพืช แล้วนำมาทาบาง ๆ ในถ้วยใบตองแห้งค่ะ จากนั้นตักแป้งที่ผสมกันดีแล้วลงไปทีละถ้วย ไม่ต้องเต็มนะคะ เพราะแป้งจะฟูขึ้นตอนนึ่ง ถ้าใส่เต็มอาจทำให้แป้งล้นจนหกออกมาได้ค่ะ เรียงไว้ในซึ้ง

ขนมเข่ง
3. ตั้งซึ้ง โดยใส่น้ำไปประมาณ 4-5 ถ้วยตวง (น้ำต้องเยอะหน่อยนะคะ เพราะใช้เวลานึ่งค่อนข้างนาน) เปิดไฟแรง ปิดฝา รอน้ำเดือดค่ะ จากนั้นหรี่เป็นไฟกลาง เมื่อน้ำเดือดแล้ว ค่อยนำถาดซึ้งที่มีแป้งขนมเข่งเรียงใส่ถ้วย ยกไปนึ่งค่ะ ใช้เวลานึ่งประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นยกลงค่ะ รอเวลาเซ็ตตัวสักครู่ พอขนมเข่งเย็นลงก็จัดแจงนำออกมาเรียงใส่ถาด พร้อมทานได้เลยค่ะ

ขนมเข่ง
4. หากเพื่อนท่านใด ที่เวลาไปซื้อขนมเข่งแล้วเห็นมีจุดแดง ๆ บนขนมเข่ง อยากจะแต้มบ้าง ก็ให้นำสีผสมอาหารสีแดง มาผสมกับน้ำ คนละลายให้เข้ากัน จากนั้นนำปลายตะเกียบมาจุ่มที่สี แล้วนำไปแต้มบนขนมเข่งค่ะ เหตุที่เค้าแต้มเพราะชาวจีนเชื่อว่า สีแดงคือสีแห่งมงคลค่ะ แต่ปกติที่บ้านทำก็ไม่ได้แต้มนะคะ นอกจากนี้จะทำเป็นขนมเข่งแบบประยุกต์ก็ได้ค่ะ เช่นใส่สีผสมอาหารเข้าไป  เติมงาดำ หรือใส่เม็ดแปะก๊วย เป็นต้น เพื่อให้ขนมเข่งดูแปลกใหม่  อันนี้แล้วแต่ความชอบเลยนะคะ  แต่ส่วนตัวดิฉันชอบแบบ Original อย่างนี้มากกว่าค่ะ

ขนมเข่งเป็นอย่างไรกันบ้างคะ วิธีทำไม่ยากอะไรเลย ไว้เพื่อน ๆ ลองทำทานกันดูนะคะ แล้วไว้จะนำวิธีแปรรูปขนมเข่งหลังเทศกาลมาเสนอค่ะ รับรองอร่อยไม่แพ้กันค่ะ อ้อ! สำหรับสูตรที่บอกไป หากทานไม่หมดภายในวัน ควรจะนำใส่ตู้เย็นนะคะ เพราะมีกะทิผสม (ต่างจากสูตรที่เขาทำขายกันค่ะ) ซึ่งการแช่เย็นก็ไม่ได้ทำให้ตัวขนมเข่งกระด้างมากนะคะ ขอให้อร่อยกับขนมเข่งค่ะ