313 Coffee & Hobby ร้านกาแฟสุดชิลล์ บรรยากาศทุ่งนา แม่โจ้ สันทราย เชียงใหม่

313 Coffee & Hobby

313 Coffee & Hobbyเชียงใหม่ เมืองแห่งร้านกาแฟและหมูกระทะ วันนี้แอดมินจะพามารู้จักร้านกาแฟที่ซ่อนอยู่ในบรรยากาศทุ่งนาและสภาพแวดล้อมชนบท สุดชิลล์ 313 Coffee & Hobby

ร้านนี้อยู่ใกล้ๆกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ลูกค้าส่วนใหญ่จึงเป็นนักศึกษา จุดเด่นของร้านนี้คือมีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง ทำให้ไม่ค่อยแออัด มีมุมให้นั่งดื่มด่ำกับความสงบริมทุ่งนา แนะนำว่าช่วงหน้าร้อนมาช่วงเช้าๆจะดีที่สุดครับ

ร้านนี้เปิดตั้งแต่ 9:00 – 17:00น ปิดวันเสาร์ เจ้าของร้านอัธยาศัยดี และแน่นอนสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ กาแฟที่หอมอร่อย จากที่แอดมินตระเวณทานกาแฟมาหลายยี่ห้อ หลายร้านในเชียงใหม่ ร้านนี้ดีที่สุด

 

สำหรับใครที่ผ่านมาแถวๆมหาวิทยาลัยแม่โจ้ แนะนำให้มาลองชิมกาแฟกับเค้กอร่อยๆ บรรยกาศสุดชิลได้ที่ร้านเลยครับ การเดินทางถ้ามาจากแยกรวมโชค มุ่งหน้า ม.แม่โจ้ แนะนำให้ใช้ Google map เพื่อนำทางเลยครับ เพราะร้านจะอยู่ค่อนข้างลึกจากถนนใหญ่



ถ้ามาไม่ถูกก็โทรเข้ามาสอบถามได้ที่เบอร์ 0896328383 ถ้าดูในมือถือก็กดที่ลิ้งได้เลยนะครับ เพื่อโทรออก

มาดูบรรยากาศร้านกันดีกว่านะครับ ว่าชิลล์นี่ แค่ไหนกัน

313 Coffee & Hobby


313 Coffee & Hobby


313 Coffee & Hobby


บิ๊กอ้วน อาหารเวียดนาม สกลนคร

บิ๊กอ้วน อาหารเวียดนาม สกลนคร

บิ๊กอ้วน อาหารเวียดนาม สกลนคร

ยังพาคุณ ๆ วนเวียนอยู่ในจังหวัดสกลนครค่ะ เนื่องด้วยผู้คนในจังหวัดนี้มีอยู่ด้วยกันหลากหลายชนชาติปะปนกัน โดยคนในเมืองมักเป็นคนญวน จึงยึดอาชีพขายอาหาร และอาหารที่เขาถนัดก็เป็นอาหารสไตล์เวียดนาม ที่มักใช้ผักนำมาประกอบอาหาร มาลองดูกันนะคะ กับร้านบิ๊กอ้วน

บิ๊กอ้วน อาหารเวียดนาม สกลนคร

บิ๊กอ้วน อาหารเวียดนาม สกลนคร

ก่อนจะมาแวะทานที่ร้านบิ๊กอ้วน ก็ไปไหว้พระเพื่อเป็นศิริมงคลก่อนที่วัดป่าสุทธาวาส เป็นวัดที่หลวงปู่มั่น ภูริทัตฺโต ท่านมาละสังขารที่นี่ นอกจากจะได้กราบอัฐิธาตุของท่านแล้ว ก็ยังมีอัฐิธาตุของพระสายกรรมฐานซึ่งเป็นลูกศิษย์ท่านอีกรูปก็คือ หลวงปู่หลุย จันทสาโรค่ะ จากนั้นก็ดิ่งมาร้านบิ๊กอ้วนกันเลยนะคะ ร้านนี้ถือได้ว่าเป็นร้านเก่าแก่ดั้งเดิมร้านหนึ่งของสกลนคร ใครผ่านไปมาก็ต้องแวะทานกันค่ะ โดยร้านจะตั้งอยู่ที่หัวมุมถนนของสี่แยกลานคนเมือง คนสกลทุกคนรู้จักร้านนี้ค่ะ

บิ๊กอ้วน อาหารเวียดนาม สกลนคร

บิ๊กอ้วน อาหารเวียดนาม สกลนคร

เมื่อไปถึงร้าน จะมีที่นั่งให้เลือกอยู่ 2 ร้าน โดยมีถนนคั่นกลาง ระหว่างเป็นร้านติดแอร์ เย็นสบาย หรือจะนั่งอีกร้านที่เป็นร้านเปิดโล่ง รับลมธรรมชาติ เลือกได้ตามใจชอบกันเลยค่ะ เมื่อจับจองที่นั่งได้แล้วก็จัดแจงสั่งกันเลยค่ะ

บิ๊กอ้วน อาหารเวียดนาม สกลนคร
ปากหม้อ

 

บิ๊กอ้วน อาหารเวียดนาม สกลนคร
พิซซ่าเวียดนาม

 

มาดูอาหารที่สั่งกันเลยค่ะ ตัวแรกเป็นปากหม้อ ทำกันสด ๆ หน้าร้าน ไปยืนดูวิธีทำและพูดคุยได้นะคะ เจ้าของร้านน่ารักและเป็นกันเองมาก ๆ เมนูปากหม้อก็คล้าย ๆ กับข้าวเกรียบปากหม้อที่เราเคยทานกัน แต่แป้งจะเหนียวนุ่ม ชิ้นใหญ่กว่า ตัวไส้จะมีหมูสับปรุงรสกับต้นหอม โรยหมูยอมาบนปากหม้อ ทานคู่กับน้ำจิ้มที่ทางร้านจัดให้ อร่อยอย่าบอกใครทีเดียว

บิ๊กอ้วน อาหารเวียดนาม สกลนคร
ปอเปี๊ยะทอด

 

บิ๊กอ้วน อาหารเวียดนาม สกลนคร

เมนูแปลก ๆ ต่อมาจะเป็น พิซซ่าเวียดนาม ลักษณะคล้ายพิซซ่าที่เราทานกัน ตัวแป้งคล้ายทำมาจากข้าวเกรียบแล้วปรุงไส้ด้วยต้นหอม หมูสับ หมูยอ โรยหน้าด้วยหอมทอด รายละเอียดอาจบอกได้ไม่ครบนะคะ ทราบแต่ว่าทานแล้วกรุบกรอบรสชาติเข้ากันดีค่ะ

บิ๊กอ้วน อาหารเวียดนาม สกลนคร

นอกจากนั้นยังสั่งกันมาอีกหลากหลายเมนู จำชื่อไม่ค่อยได้แล้วค่ะ เพราะความหิวทำให้ตาลาย ทานกันไม่พูดไม่จา อร่อยทุกเมนูค่ะ ผ่านของคาวแล้วก็ต้องตามด้วยของหวาน วันนี้ทางร้านมีเมนูบัวลอยไข่หวานค่ะ เมื่อมาเสิร์ฟก็คล้ายกับบัวลอยทั่วไป แต่มีความพิเศษตรงที่ทางร้านใส่ขิงหวาน ซึ่งปรุงรสเรียบร้อยแล้วลงไปในน้ำบัวลอยด้วยค่ะ ทำให้เวลาทานเราจะรู้สึกได้ถึงรสเผ็ดนิด ๆ ความหอมของขิง ความหวานของน้ำเชื่อม แต่ผสมกันได้อย่างกลมกล่อมลงตัวมาก ๆ เป็นอีกเมนูที่คุณควรจะสั่งมาทานนะคะ

หากแวะมาสกลนคร อย่าลืมแวะมาทานอาหารเวียดนามที่ร้านบิ๊กอ้วนกันด้วยนะคะ ไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ สามารถโทรไปสอบถามเส้นทางกันได้ที่ 042-711507

บิ๊กอ้วน อาหารเวียดนาม สกลนคร

อาหารเช้ารสเลิศ กับเลิศรสไข่กะทะ สกลนคร

เลิศรสไข่กะทะ สกลนคร

อาหารเช้ารสเลิศ กับเลิศรสไข่กะทะ สกลนคร

ช่วงนี้พามาแอ่วอีสานกันค่ะ กับดินแดนพุทธธรรมที่น่าสนใจที่หนึ่ง นั่นคือจังหวัดสกลนครค่ะ การเดินทางมาง่ายและสะดวกนะคะ เพราะสามารถใช้บริการเครื่องบินมาลงที่สนามบินสกลนครได้เลย และหาเช่ารถท้องถิ่น หรือว่าจ้างแท็กซี่ก็ได้ค่ะ เมื่อมาถึงถิ่นก็ต้องทานของที่คนที่นี่นิยมกับ เช้า ๆ แบบนี้นำเสนอเมนูไข่กระทะ กับร้าน “เลิศรส ไข่กระทะ”

อาหารเช้ารสเลิศ กับเลิศรสไข่กะทะ สกลนคร
ไข่กระทะ แบบไข่ไม่สุก

“เลิศรสไข่กะทะ” ถือว่าเป็นซิกเนเจอร์ของสกลนครร้านหนึ่งทีเดียวค่ะ ไม่ว่าจะคนท้องถิ่นเองหรือนักท่องเที่ยวจะต้องแวะมาทานอาหารเช้ากันที่นี่ “ร้านเลิศรส” เป็นร้านแบบตึกแถว 2 ห้อง มีโต๊ะวางเรียงรายไว้บริการลูกค้าได้ประมาณ 40-50 ท่าน ทั้งภายในและภายนอกร้าน ขณะที่นั่งทานกันอยู่ก็ยังพบลูกค้าที่มาสั่งเพื่อให้ห่อกลับไปทานที่บ้านก็เยอะค่ะ

อาหารเช้ารสเลิศ กับเลิศรสไข่กะทะ สกลนคร
Welcome drink

 

เมื่อจับจองที่นั่งกันได้แล้ว สิ่งแรกที่มาเป็น Welcome drink เลยก็คือชาจีนค่ะ ความร้อนกำลังพอดี ไม่ร้อนจนดื่มไม่ได้ หรือเย็นจนชืด นำมาเสิร์ฟมาคล่องคอกันก่อน พร้อมกับน้องที่รอรับการสั่งอาหารค่ะ มาถึงถิ่นก็ต้องลองให้หมดค่ะ เลยจัดไข่กระทะไป เขามีให้สั่งได้ว่าต้องการไข่สุกหรือไม่สุก แต่ส่วนตัวเห็นว่าหากคุณทานไข่ไม่สุกได้ จะได้รสชาติที่เป็นแบบท้องถิ่นจริง ๆ มากกว่าค่ะ

อาหารเช้ารสเลิศ กับเลิศรสไข่กะทะ สกลนคร
ไข่กระทะ แบบไข่สุก

 

ไข่กระทะ มาเสิร์ฟตามสั่ง ทั้งแบบไข่สุก และไข่ไม่สุก พร้อมเครื่องเคียงก็คือ หมูสับผัดกับหอมหัวใหญ่และต้นหอม อีกด้านของจานเป็นผักให้ทานแกล้มกันไม่ให้เลี่ยน ก็จะเป็นพวกแตงกวา ข้าวโพด แคร์รอต เป็นต้น เมื่อจะเริ่มทานก็ปรุงรสตามชอบนะคะ ไม่ว่าจะเป็นโรยพริกไทย ซอสปรุงรส ซอสพริก หรือซอสมะเขือเทศ ได้ตามต้องการ

อาหารเช้ารสเลิศ กับเลิศรสไข่กะทะ สกลนคร
ขนมปังญวน

 

เมนูถัดมา เป็นขนมปังญวนค่ะ ลักษณะกรอบนอกนุ่มใน อุ่นมากำลังดี ตัวขนมปังถูกผ่าครึ่งตามยาว ทาด้วยเนย และใส่หมูยอและกุนเชียงวางเป็นไส้อยู่ตรงกลาง ดูเหมือนเป็นอาหารธรรมดาง่าย ๆ แต่พอทานเข้าไปแล้วอร่อยมาก ๆ เลยค่ะ

อาหารเช้ารสเลิศ กับเลิศรสไข่กะทะ สกลนคร
ขนมปังญวน

 

ข้าวเปียกเส้น เป็นอีกเมนูที่สั่งมาทาน ลักษณะน้ำและเครื่องในชามคล้ายก๋วยจั๊บค่ะ มีใส่หมูสับ หมูยอ ตัวเส้นเหนียวหนุบ ๆ รสชาติกลมกล่อมค่ะ

อาหารเช้ารสเลิศ กับเลิศรสไข่กะทะ สกลนคร
ข้าวเปียกเส้น

 

เมนูสุดท้ายเป็นกระดูกหมูทรงเครื่อง มาเสิร์ฟกระดูกหมูเคล้าเครื่องปรุงนึ่งมาอย่างดี คลุกมากับเต้าหู้ทอด ตัวกระดูกหมูเคี่ยวมาดีมากค่ะ เพราะเนื้อไม่ติดกระดูกเลย ส่วนคอชา กาแฟที่ต้องทานยามเช้า ที่ร้านก็มีไว้บริการเช่นกันค่ะ

อาหารเช้ารสเลิศ กับเลิศรสไข่กะทะ สกลนคร
กระดูกหมูทรงเครื่อง

 

นอกจากนี้ทางร้านยังมีบริการ Wifi ฟรีให้กับเหล่าบรรดานักโซเชี่ยลได้ใช้ถ่ายรูปและเล่นกันอย่างเพลิดเพลินด้วยนะคะ และหากใครต้องการสั่งขนมปัง ทั้งขนมปังเปล่าและใส่ไส้แล้วก็โทรสั่งได้เช่นกันที่ 042-713949

อาหารเช้ารสเลิศ กับเลิศรสไข่กะทะ สกลนคร

ส้มตำแซ่บต้อง นนท์ ตำแหลก

นนท์ ตำแหลก

ส้มตำแซ่บต้อง นนท์ ตำแหลก

อาหารอีสาน ถือได้ว่าเป็นอาหารที่แพร่หลายมาก เพราะมีอยู่ทั่วทุกภาค เรียกได้ว่าเป็นอาหารที่คนส่วนใหญ่นิยมทาน ไม่ว่าจะเป็นส้มตำ น้ำตก ไก่ย่าง โอ้โห พอพูดถึงก็น้ำลายสอขึ้นมาทีเดียว อีกทั้งเมนูอย่างส้มตำยังเป็นที่ชื่นชอบของสาว ๆ ที่กำลังควบคุมน้ำหนักด้วย เพราะไม่เพียงรสชาติที่อร่อยเท่านั้น หากแต่แคลอรี่ก็ยังต่ำ ทำให้อิ่มท้องได้ดี แต่ก็ไม่ควรจะทานมากเกินไปนะคะ เพราะในส้มตำถือได้ว่ามีโซเดียมอยู่ค่อนข้างสูง อาจทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้หากทานติดต่อกันนานเกินไปค่ะ

วันนี้พามาทานร้านส้มตำอร่อย ๆ อีก 1 ร้าน มีชื่อว่า “นนท์ ตำแหลก” ฟังชื่อก็น่าทานแล้วใช่ไหมคะ พิกัดร้านอยู่ที่จังหวัดนนทบุรีค่ะ ร้านตั้งอยู่หัวมุมด้านขวา ก่อนถึงหอนาฬิกาบริเวณท่าน้ำนนท์ หาไม่ยากค่ะ เมื่อไปถึงลองถามแม่ค้าหรือคนแถวนั้นก็ได้

ส้มตำแซ่บต้อง นนท์ ตำแหลก

ร้านนนท์ ตำแหลก การันตีความอร่อยได้จากจำนวนของคนที่มาทานอาหารค่ะ เพราะนอกจากจะนั่งกันเต็มร้าน ซึ่งอาจจะยังมีโต๊ะบริการไม่มากนัก เพราะร้านไม่ได้ใหญ่อะไรมาก ก็ยังมีคิวที่รอสั่งอีกพอสมควร ดังนั้นหากไม่ต้องการรอนาน ๆ ก็อาจหลีกเลี่ยงช่วงเวลาเที่ยงถึงบ่ายโมงนะคะ

เจ้าของร้านให้ความใส่ใจในเรื่องของความสะอาด และคุณภาพของวัตถุดิบทุกตัวที่นำมาทำอาหารให้ลูกค้า อาทิเช่นถั่วป่น ข้าวคั่ว ทางร้านก็คัดวัตถุดิบคุณภาพและนำมาทำเอง ป่นเอง คั่วเอง ทำให้มั่นใจในความสดใหม่ได้แน่นอน

ส้มตำแซ่บต้อง นนท์ ตำแหลก

มาถึงร้านส้มตำ จะไม่สั่งส้มตำคงกระไรอยู่นะคะ ว่าแล้วก็จัดมาเลยค่ะกับส้มตำไทยใส่ปู เมื่อน้องพนักงานนำมาเสิร์ฟที่โต๊ะ แค่เห็นหน้าตาก็น่าทานแล้ว และไม่ได้สวยแค่หน้าตานะคะ รสชาติก็เลิศอีกด้วยค่ะ

ส้มตำแซ่บต้อง นนท์ ตำแหลก

เมนูถัดมาก็ยำมะม่วงปลากรอบ ที่ทอดปลาได้กรอบกรุบเมื่อมาทานคู่กับมะม่วงที่ยำมาเรียบร้อยแล้ว รสชาติเข้ากันมาก ๆ ค่ะ

ส้มตำแซ่บต้อง นนท์ ตำแหลก

และอีกเมนูที่พลาดไม่ได้กับไก่ย่างที่ย่างในเตาย่างไร้ควัน ย่างออกมาได้กรอบนอกนุ่มในมาก ๆ  มาเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้ม 2 รสชาติ คือน้ำจิ้มไก่แบบหวาน และน้ำจิ้มแจ่ว สามารถเลือกทานได้ตามใจชอบ รับรองว่าฟินสุด ๆ ค่ะ

ร้านนนท์ ตำแหลก เปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์นะคะ ตั้งแต่เวลา 9.30 – 20.00 น. มาเลือกฟินได้ในวันและเวลาที่คุณสะดวกนะคะ หากนำรถยนต์ส่วนตัวมา สามารถไปจอดรถได้ที่บริเวณท่าน้ำนนท์ค่ะ แต่อาจจะค่อนข้างหาที่จอดยากสักนิดนะคะ แต่เพื่อความอร่อยต้องพยายามค่ะ หากหาร้านไม่พบ ลองติดต่อไปที่เบอร์ของทางร้านได้ที่ 08–3547–5222 นะคะ

 

 

ชอบเมนูปลา ต้องร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขง

ชอบเมนูปลา ต้องร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขง

วันนี้พาเที่ยวอีสานบ้านเฮา และมาไกลถึงจังหวัดนครพนมทีเดียวค่ะ และเมื่อมาเยือนถิ่นนี้แล้ว สิ่งที่ไม่ควรพลาดนั่นคือ การไปกราบสักการะพระธาตุพนม ทั้งนี้เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ตน อีกทั้งยังถือได้ว่าพระธาตุพนมนั้น เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดนครพนมอีกด้วย หลังจากไหว้พระธาตุพนมกันเรียบร้อย หากร่างกายต้องการพลังงาน เราก็มาเติมท้องกันที่ร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขงกันค่ะ ร้านนี้อยู่ไม่ไกลจากพระธาตุพนม หากมี Google map ก็สามารถค้นหาร้านนี้ได้เลยค่ะ

ชอบเมนูปลา ต้องร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขง

ร้านนี้เป็นร้านอาหารไทย และมีดีที่ปลาค่ะ เพราะมีความสดใหม่มาก ร้านก็บรรยากาศดีอยู่ติดริมแม่น้ำโขงเลย มีเพียงถนนเล็ก ๆ หนึ่งเส้นคั่นกลางเท่านั้น คุณสามารถเอร็ดอร่อยกับอาหารเมนูปลา รวมทั้งดื่มด่ำกับวิวแม่น้ำโขง เรียกได้ว่าบรรยากาศฟินสุด ๆ ไปเลยค่ะ

ชอบเมนูปลา ต้องร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขง

ร้านเอื้องคำนี้ถือได้ว่าเป็นร้านดังร้านหนึ่งในอำเภอธาตุพนม ของนครพนมเลยค่ะ เปิดให้บริการมาเป็นระยะเวลาพอสมควรแล้ว ภายในร้านโปร่งโล่ง เป็นร้านประมาณ 2 คูหา ภายในร้านจัดวางโต๊ะไว้บริการลูกค้าได้ประมาณ 50-60 ท่าน หากอากาศร้อนมีพัดลมคอยบริการตลอดค่ะ

ชอบเมนูปลา ต้องร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขง
ส้มตำไทย

 

มาดูเมนูเด็ด ๆ ของทางร้านกันดีกว่าค่ะ ยังคงติดใจกับเมนูส้มตำเหมือนเดิม จัดมา 2 อย่างทั้งส้มตำไทย และส้มตำปลาร้าค่ะ ขอบอกว่าอีสานแถบนี้ ปลาร้าเขาใช้ต้มนะคะ กระบวนการจัดทำของเขาสะอาดมาก ๆ ปกติดิฉันไม่ทานปลาร้า แต่พอมาที่นี่ทานแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยว่าใส่ปลาร้ามาด้วย อร่อยเด็ดมาก ๆ ค่ะ

ชอบเมนูปลา ต้องร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขง
ส้มตำปลาร้า

 

ชอบเมนูปลา ต้องร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขง
ต้มยำปลาบึก

 

เมนูถัดมาเป็นปลาคังผัดฉ่า ตามมาด้วยต้มยำปลาบึก และลาบปลาคัง เรียกได้ว่าแซ่บทั้ง 3 เมนูเลย รสชาติจัดจ้าน อร่อยมาก ๆ ค่ะ

ชอบเมนูปลา ต้องร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขง
ผัดฉ่าปลาคัง

 

ชอบเมนูปลา ต้องร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขง
ลาบปลาคัง

 

เมื่อทานเมนูเผ็ด ๆ กันไปแล้ว ก็มาดูเมนูรสชาติค่อนข้างจืด เพื่อให้รสชาติตัดสลับกันบ้างกับเมนูคะน้าปลาเค็ม ที่ปลาเค็มรสชาติความเค็มกำลังดีและหอมมากค่ะ และเมนูปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม ที่ทอดมาได้กรุบกรอบทานได้ทั้งตัวค่ะ

ชอบเมนูปลา ต้องร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขง
คะน้าปลาเค็ม

 

สำหรับคนไม่ชอบทานเผ็ด อาจต้องแจ้งน้องที่รับออเดอร์ด้วยนะคะ  เพราะอาหารที่มานั้นรสชาติค่อนข้างเผ็ดจัด อาจจะเนื่องจากต้องการดับคาวของปลา แต่ในส่วนตัวคิดว่า ปลาที่ทางร้านนำมาทำสดใหม่มาก ความคาวจึงไม่น่าจะมีปัญหาค่ะโดยรวมจึงถือว่าเป็นร้านที่แนะนำนะคะ หากผ่านมาที่นครพนมค่ะ

ชอบเมนูปลา ต้องร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขง
ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม

 

ร้านเอื้องคำ ปลาน้ำโขง เปิดให้บริการทุกวันค่ะ สามารถโทรติดต่อสอบถามเส้นทาง ตลอดจนเวลาให้บริการได้ที่เบอร์ของทางร้าน 089-843-4537 และ 086-241-9441 ร้านนี้ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงค่ะ

 

 

 

 

ไอติมกะทิอบเทียนเจ้าเก่ามาแล้วค่ะ

ไอติมกะทิอบเทียน

ไอติมกะทิอบเทียนเจ้าเก่ามาแล้วค่ะ

ไอศกรีม คงเรียกได้ว่าเป็นของหวาน ของว่าง ของทานเล่น หรือจะเรียกอะไรก็ตามแต่ แต่ที่แน่ ๆ มั่นใจว่าทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างก็ชื่นชอบไอศกรีมด้วยกันทั้งนั้น ในปัจจุบันมีรูปแบบใหม่ ๆ ของไอศกรีมออกมามากมาย และหลากหลายยี่ห้อ    แต่ก็ไม่เคยจะลืมไอศกรีมกะทิ คราวนี้จะพามาทานไอศกรีมกะทิอบควันเทียนเจ้าเก่าดั้งเดิม เปิดมา 40 กว่าปีแล้วค่ะ ถ้ารสชาติไม่เด็ดจริงคงไม่อยู่มาได้อย่างยาวนานขนาดนี้แน่นอน

ไอติมกะทิอบเทียนเจ้าเก่ามาแล้วค่ะ

ร้านที่ว่านี้คือ ร้านไอติมกะทิอบเทียนเจ้าเก่า เดิมร้านตั้งอยู่ที่ตลาดอุดมสุข สุขุมวิท 103 ต่อมามีการรื้อโรงภาพยนตร์ที่อยู่ใกล้ ๆ และจัดระบบต่าง ๆ ในตลาดเสียใหม่ ร้านนี้จึงย้ายมาขายที่บ้านที่เป็นตึกแถวใกล้ ๆ กันนั้น หากคุณจะมีร้านนี้ ให้เลือกเข้าได้ 2 ทาง คือ

ทางแรกเข้าจากถนนสุขุมวิท ทางเข้าจะอยู่เลยสุขุมวิท 103 ไปทางสี่แยกบางนา บริเวณที่เป็นโรงภาพยนตร์อุดมสุข (เก่า) จุดสังเกตจะมี 7eleven อยู่หัวมุม ก็เลี้ยวซ้ายเข้าไปเลยค่ะ พอเจอทางแยกให้เลี้ยวขวา ไปตามทางประมาณ 100 เมตร สังเกตผ้าใบสี ๆ และตู้กระจกตั้งเครื่องไอศกรีม ด้านขวามือค่ะ

ทางที่ 2 ให้เข้ามาทางสุขุมวิท 103 จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าซอยอุดมสุข 2 ตรงเข้ามาประมาณ 100 เมตร แล้วเลี้ยวขวา (ทางจะบังคับให้เลี้ยวอยู่แล้วค่ะ) ตรงไปอีกประมาณ 50 เมตร ร้านจะอยู่ซ้ายมือ

ไอติมกะทิอบเทียนเจ้าเก่ามาแล้วค่ะ

ไอติมกะทิอบเทียนเจ้าเก่ามาแล้วค่ะ

ที่ร้านจะมีไอศกรีมกะทิ ที่เป็นสูตรเฉพาะของทางร้านเอง แถมอบด้วยควันเทียนหอม ๆ โรยหน้าด้วยเครื่องต่าง ๆ ตามสั่ง มีด้วยกัน 6 ชนิดคือ ข้าวเหนียว, ลูกชิด, สับปะรดเชื่อมกวน, มะม่วงเชื่อมกวน, ซ่าหริ่ม และมันเชื่อม เวลาไอศกรีมมาเสิร์ฟ แล้วคุณตักทานเข้าปากจะมีกลิ่นควันเทียนที่อบจนมีกลิ่นหอมอวลอยู่ในปาก ฟินเพิ่มไปกับเครื่องที่โรยมาบนหน้าไอศกรีม โดยคุณสามารถนั่งทานภายในร้านก็ได้ โดยมีโต๊ะรองรับให้บริการอยู่ค่ะ แต่ถ้ายังไม่หนำใจจะซื้อเป็นห่อแบบครึ่งกิโลหรือหนึ่งกิโลกลับมาทานต่อที่บ้านพร้อมครอบครัวก็ยังได้ โดยทางร้านจะจัดไอศกรีมใส่ถุงแล้วห่อด้วยหนังสือพิมพ์กันความเย็นอีกชั้น ซึ่งวิธีนี้อาจจะเก็บความเย็นได้ระดับหนึ่งแต่ก็ไม่ดีมากนัก ถ้าเป็นระยะใกล้ในละแวกสุขุมวิท 103 หรือใกล้เคียงก็ใช้ได้ แต่หากเป็นระยะทางไกล ๆ ก็คงไม่เหมาะค่ะ

ไอติมกะทิอบเทียนเจ้าเก่ามาแล้วค่ะ

ไอติมกะทิอบเทียนเจ้าเก่ามาแล้วค่ะ

ร้านไอติมกะทิอบเทียนเจ้าเก่า เปิดให้บริการทุกวันนะคะ แวะเวียนไปนั่งทานหรือซื้อกลับมาเป็นของฝากคนในครอบครัวก็ได้ หรือหากไปไม่ถูก สามารถติดต่อสอบถามเส้นทางหรือเวลาเปิดปิดร้านได้ที่ 02-3936365

ไอติมกะทิอบเทียนเจ้าเก่ามาแล้วค่ะ

มาทำ เต้าหู้เย็น ทานกันเถอะ

เต้าหู้เย็น

มาทำ เต้าหู้เย็น ทานกันเถอะ

อากาศร้อน ๆ ก็อยากจะหาอะไรเย็น ๆ ทาน คงจะชื่นใจดีนะคะ เด็ก ๆ ในบ้านก็ร่ำร้องให้ทำอะไรให้ทาน นึกไปนึกมาทำเมนู “เต้าหู้เย็น” น่าจะดี ทำขนาดใหญ่หน่อย นั่งทานพร้อมกันภายในครอบครัว ทานไปคุยไปสร้างความสัมพันธ์ได้ดีทีเดียว เรามาลองดูวัตถุดิบและวิธีทำกันนะคะ

มาทำ เต้าหู้เย็น ทานกันเถอะ

ส่วนผสม (ทานได้ประมาณ 3 ท่าน)

  1. น้ำเต้าหู้ 1 ถ้วย
  2. นมสด รสจืด 1 ถ้วย
  3. ผงวุ้น 1 ช้อนชา
  4. เจลาติน แผ่นเล็ก 4-5 แผ่น
  5. น้ำหวานกลิ่นสละ 3 ช้อนโต๊ะ
  6. นมข้นหวาน 2 ช้อนโต๊ะ
  7. ผลไม้ ปริมาณและชนิดตามชอบ

วิธีทำ

1. นำเจลาตินแผ่นเล็ก (ขนาด 5 นิ้ว) แบบแผ่น มาแช่ในน้ำสะอาดเย็น (หากไม่มีน้ำเย็นจะใช้น้ำสะอาดอุณหภูมิห้องก็ได้ แต่ถ้าเป็นน้ำเย็นจะทำให้เจลาตินมีประสิทธิภาพที่ดีกว่าค่ะ) ประมาณ 5-7 นาทีค่ะ

มาทำ เต้าหู้เย็น ทานกันเถอะ

2. น้ำเต้าหู้ ตอนซื้อมาไม่ต้องใส่เครื่องและน้ำตาลนะคะ เป็นน้ำเต้าหู้เปล่า ๆ นำน้ำเต้าหู้ และนมสด รสจืด มาผสมและคนให้เข้าด้วยกันในภาชนะ นำไปตั้งเตาไฟ ใช้ไฟกลาง รอจนนมและน้ำเต้าหู้เริ่มร้อน แต่ไม่ต้องให้เดือด โดยสังเกตขอบภาชนะจะเริ่มมีฟองอากาศปุด ๆ ขึ้นมาก็ถือว่าใช้ได้แล้วค่ะ

3. ใส่ผงวุ้นลงไปในภาชนะ คนให้วุ้นละลาย และนำเจลาตินแผ่นขึ้นจากน้ำ บีบน้ำออกให้สะเด็ดน้ำ ใส่ลงไปในภาชนะ ทั้งผงวุ้นและเจลาตินต้องคนให้ละลายให้หมดนะคะ อาจใช้ความรู้สึกขณะคนก็ได้ว่าไม่มีอะไรติดอยู่ก้นภาชนะแล้ว

มาทำ เต้าหู้เย็น ทานกันเถอะ

4. เมื่อผงวุ้นและเจลาตินละลายดีแล้ว ให้เติมน้ำหวานกลิ่นสละ เพื่อให้สีของน้ำเต้าหู้และนมสดนั้นมีสีชมพูนะคะ หากสูตรที่บอกไปยังเป็นสีที่ไม่เข้มพอจะใส่เพิ่มอีกก็ได้ตามชอบค่ะ

5. เติมนมข้นหวาน ลงไป คนให้ละลายเข้ากันดี จากนั้นปิดเตาไฟค่ะ ยกลง

6. นำกระชอนตาถี่ ๆ มากรองนมและน้ำเต้าหู้นี้ ประมาณ 2-3 รอบนะคะ เพื่อให้เนื้อนมและน้ำเต้าหู้มีความเนียนสวยค่ะ จากนั้นเทใส่ภาชนะที่เป็นรูปโค้ง เช่นชาม เป็นต้น

มาทำ เต้าหู้เย็น ทานกันเถอะ

7. ทิ้งไว้ให้พอเย็น นำเข้าแช่ตู้เย็นในช่องแช่แข็ง ประมาณ 1-2 ชั่วโมงค่ะ จากนั้นนำออกมาทิ้งที่อุณหภูมิห้อง หรือจะนำภาชนะมาแช่ในถาดที่ใส่น้ำอุ่นสักครู่ เพื่อให้ตัวเต้าหู้เย็นคลายตัวจากภาชนะที่ใส่ นำจานมาคว่ำปิดปากภาชนะ แล้วพลิกภาชนะให้คว่ำลงเพื่อให้เต้าหู้เย็นลงมาอยู่ที่จาน จากนั้นก็บั้งเต้าหู้เย็นเป็นแฉก ๆ โดยบั้งแต่ละแฉกให้เป็นรูปตัว V จัดตกแต่งจานให้สวยงามด้วยผลไม้ ถ้าต้องการให้สีสวย ๆ ก็ใช้ผลไม้ประเภทกีวี, ส้ม, สตรอว์เบอร์รี เป็นต้น หรือจะตกแต่งเป็นแนวธัญพืช เช่นพวกบรรดาถั่วหลากชนิดก็น่าสนใจ แต่หากทานกับผลไม้จะเข้ากันมากกว่านะคะ เพราะเต้าหู้เย็นรสชาติจะไม่ค่อยหวานนักพอทานแกล้มกับผลไม้จะเหมาะกว่าค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละท่านนะคะ

มาทำ เต้าหู้เย็น ทานกันเถอะ

ลองนำไปทานกันดูนะคะ รับรองได้ว่าคงถูกใจทุกคนในครอบครัวอย่างแน่นอนค่ะ

มาทำ เต้าหู้เย็น ทานกันเถอะ

ครัวใจใส ใส่ใจสุขภาพ สกลนคร

ครัวใจใส ใส่ใจสุขภาพ สกลนคร
ครัวใจใส ใส่ใจสุขภาพ สกลนคร
พระธาตุเชิงชุม ยามค่ำ

 

พาตะลอนชิมร้านอาหารเก่าแก่และร้านดังที่สกลนครมาถึง 2 ร้านไปแล้ว คือร้านเลิศรส ไข่กะทะ และร้านบิ๊กอ้วน อาหารเวียดนาม มาคราวนี้พามาทานอาหารที่เป็นแนวเพื่อสุขภาพบ้าง กับครัวใจใส

ครัวใจใส ใส่ใจสุขภาพ สกลนคร

ครัวใจใส เขาเกริ่นชื่อไว้ว่าร้านนี้ขายอาหารประเภทเจ และมังสวิรัติ ฟังอย่างนี้หลายท่านที่ชอบทานเนื้อสัตว์อาจลังเล แต่อยากจะบอกว่าขอให้ท่านลองแวะไปทานค่ะ เพราะร้านนี้ทำอาหารฉีกแนวอาหารเจ และอาหารมังสวิรัติที่เราเคยเห็นและเคยทานกันมาอย่างแน่นอน และขอบอกว่ารสชาติอาหารแต่ละจานอร่อยเด็ดมาก ๆ ค่ะ

ครัวใจใส ใส่ใจสุขภาพ สกลนคร

ครัวใจใส ตั้งอยู่ที่ถนนมรรคาลัย ตรงข้ามกับโรงเรียนเทศบาล 3 สกลนครค่ะ แต่เดิมร้านนี้เป็นร้านขายพวกต้นไม้และอุปกรณ์ทำสวนทุกชนิด แต่เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ได้แบ่งพื้นที่เล็ก ๆ ส่วนหนึ่งมาทำเป็นร้านอาหารขายอาหารประเภทเจและมังสวิรัติ โดยตัวร้านกรุกระจกโดยรอบ ทำให้มองเห็นทัศนียภาพภายนอกร้านได้ดี ภายในมีโต๊ะไว้รองรับเพื่อบริการลูกค้า ได้ประมาณ 20-30 ท่าน อาจจะไม่ได้มากมายนัก แต่ก็มีข้อดีที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกได้ถึงความเป็นส่วนตัว และมีความเรียบง่ายค่ะ

ครัวใจใส ใส่ใจสุขภาพ สกลนคร
สลัดใบชา

 

มาดูเมนูสุขภาพของที่นี่กันบ้างนะคะว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง เริ่มที่ สลัดใบชา ที่ผักมาสด ๆ มากันครบครัน ราดมาด้วยน้ำปรุงรสที่มีส่วนผสมของใบชาด้วยทำให้มีความหอมอ่อน ๆ เจืออยู่ เมื่อมาทานคู่กับผักสดเข้ากันมาก ๆ ค่ะ

ครัวใจใส ใส่ใจสุขภาพ สกลนคร
ข้าวผัดหนำเลี๊ยบ

 

ครัวใจใส ใส่ใจสุขภาพ สกลนคร
ข้าวอบหม้อดิน

 

เมนู ข้าวผัดหนำเลี๊ยบ และข้าวอบหม้อดิน รสชาติกำลังดี ข้าวผัดทำออกมาได้ดี เม็ดร่วนผัดกับหนำเลี๊ยบได้เข้าถึงเนื้อมาก ๆ ส่วนข้าวอบหม้อดินที่ให้ความหอมอวล ๆ ในข้าว อร่อยมากค่ะ

ครัวใจใส ใส่ใจสุขภาพ สกลนคร
ยำวุ้นเส้น

 

ครัวใจใส ใส่ใจสุขภาพ สกลนคร
ยำสาหร่าย

เมนูยำวุ้นเส้น ที่แทนที่เนื้อสัตว์ด้วยเห็ดญี่ปุ่น และยำสาหร่าย ที่มาครบเครื่อง และเมื่อราดด้วยน้ำยำรสเด็ดแล้ว เมนูนี้ก็อร่อยไม่แพ้เมนูอื่น ๆ เช่นกัน และมาตบท้ายกันที่โกยซี่หมี่ ที่ลักษณะคล้ายราดหน้า แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็นหน่อไม้ก็กลายมาเป็นเมนูโกยซี่ และแทนที่เนื้อสัตว์ด้วยเห็ดหลากหลายชนิด เรียกได้ว่าเป็นมื้อแห่งสุขภาพ

ครัวใจใส ใส่ใจสุขภาพ สกลนคร
โกยซีหมี่

 

ที่บอกว่าร้านนี้แตกต่างจากร้านอาหารเจและมังสวิรัติร้านอื่น ๆ เพราะเรามักพบร้านอื่น ๆ มักนำฟองเต้าหู้ หรือโปรตีนเกษตรมาทำเลียนแบบเนื้อสัตว์ แต่ร้านนี้เป็นการนำผักและเห็ดชนิดต่าง ๆ มาทำเป็นเมนูอาหาร และที่สำคัญอาหารทุกเมนูอร่อย รสชาติดีมาก ๆ ค่ะ

ครัวใจใส ใส่ใจสุขภาพ สกลนคร

นอกจากนี้แล้วยังมีเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพมากมาย อาทิ น้ำมะตูม น้ำแก่นตะวัน น้ำคำฝอย เป็นต้น เรียกได้ว่ามาร้านนี้คุณจะได้อิ่มอร่อยและสุขภาพที่ดีกลับไปเต็ม ๆ อย่างแน่นอน หากสนใจแวะเวียนไปชิม สามารถโทรติดต่อสอบถามเส้นทางกันได้ที่ 089-6180880 และหลังอิ่มอร่อยแล้วหากไม่รีบกลับ ก็สามารถเดิมช็อปปิ้งต้นไม้ หินสี หรืออุปกรณ์ตกแต่งสวนติดไม้ติดมือกลับไปเพิ่มเติมจากที่นี่ได้อีก และอย่าลืมแวะสักการะพระธาตุเชิงชุม และหลวงพ่อพระองค์แสน สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองสกล พร้อมเดินตลาดผ้าคราม ซื้อผ้าสวย ๆ กลับไปเป็นของฝากกันด้วยนะคะ

 

 

 

 

อิ่มอร่อยชาบูสุดคุ้มที่ ชาบูอินดี้ บางพลี

ชาบูอินดี้

อิ่มอร่อยชาบูสุดคุ้มที่ ชาบูอินดี้ บางพลี

วันนี้เราพามาทานบุฟเฟต์สไตล์สุกี้ ชาบูกันค่ะ ร้านนี้ชื่อร้านชาบูอินดี้ บางพลี อยู่ตรงซอยทางเข้าวัดหลวงพ่อโตบางพลีค่ะ อยู่ขวามือก่อนขึ้นสะพาน สามารถจอดรถด้านในร้านมีที่จอดกว้างขวางดีค่ะ จะมีพนักงานคอยโบกรถให้อย่างขยันขันแข็งเลย ร้านนี้เราเคยมาทานกันแล้วครั้งก่อน อร่อยติดใจเลยต้องมาทานกันอีกครั้งค่ะ

อิ่มอร่อยชาบูสุดคุ้มที่ ชาบูอินดี้ บางพลี

ร้านมองเห็นเด่นชัดสีส้มสดใส ไฟสว่างใช้ได้ค่ะ ดูสะอาดสะอ้านดี เมื่อเข้าไปด้านหน้าร้าน ลูกค้าเยอะสักหน่อยแต่ก็รอคิวไม่นานก็ได้ที่นั่งค่ะ มีที่นั่งแบบในห้องแอร์ และแบบด้านนอกค่ะ ร้านเป็นสไตล์เปิดโล่งเช่นกัน โดยโต๊ะที่นั่งประมาณ 20-30 ตัวค่ะ ไม่แออัดมากนั่งกันสบายๆ ลูกค้าเยอะเลยดูเต็มร้านดีค่ะ

อิ่มอร่อยชาบูสุดคุ้มที่ ชาบูอินดี้ บางพลี

ซึ่งลักษณะบุฟเฟต์ของที่นี่จะเป็นแบบให้เราจดในกระดาษและสั่งพนักงานเอาค่ะ โดยจะมีเสริฟจานแรกมาแบบรวมทุกอย่างให้เราทานก่อน เสิร์ฟมาจานใหญ่มากเลยค่ะ และมีของสดพิเศษอย่าง หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ กุ้งสด ที่ไม่รวมในเมนูบุฟเฟต์หากสั่งต้องจ่ายเพิ่มค่ะ

อิ่มอร่อยชาบูสุดคุ้มที่ ชาบูอินดี้ บางพลี

อิ่มอร่อยชาบูสุดคุ้มที่ ชาบูอินดี้ บางพลี

ราคาบุฟเฟต์ 219บาท ต่อคน ไม่รวมเครื่องดื่มค่ะ ราคาน่าคบหาไม่แพง ส่วนเมนูอาหารที่สามารถสั่งได้ก็จะเป็นพวก เนื้อวัวหมัก ปลาหมึก ตับหมู หมูหมักปูอัด ลูกชิ้น เห็ดเข็มทอง ผักต่างๆเป็นต้นค่ะ หากใครอยากทานเมนูพิเศษสามารถสั่งเพิ่มเงินได้ค่ะ เช่นปูอัดวาซาบิ หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ กุ้ง ไข่ไก่ เมื่อได้อาหารแล้วเราก็ลงมือทานกันเลยค่ะ หมูสไลต์อร่อยดีค่ะ ทานคู่กับน้ำจิ้มมี 2 แบบ คือแบบคล้ายๆน้ำจิ้มสุกี้อร่อยดี และแบบซีฟู้ดเผ็ดไปหน่อย บางคนอาจผสมกันทานก็ได้ค่ะ เสียดายน้ำจิ้มให้น้อยไป ต้องสั่งเพิ่มตลอดน่าจะมีแบบให้เติมเองจะง่ายกว่าค่ะ น้ำซุปอร่อยใช้ได้ซดร้อนๆคล่องคอดีค่ะ ทานกันอิ่มแล้วยังไม่พอขอตบท้ายด้วยของหวานอย่างไอศกรีมหลากหลายรสชาติ โดยต้องเดินไปตักด้านในร้านใกล้เคาท์เตอร์คิดเงินค่ะ ไม่ใช่ยี่ห้อทั่วไป รสชาติอร่อยดีค่ะ

อิ่มอร่อยชาบูสุดคุ้มที่ ชาบูอินดี้ บางพลี

โดยรวม ของสดดีคุณภาพใช้ได้เลยค่ะ สำหรับราคานี้ถือว่าคุ้มค่ะ พนักงานอาจบริการไม่ทั่วถึงนัก ลูกค้ามาทานเยอะ ให้สั่งไปเผื่อเลยค่ะ จะได้ไม่ต้องเรียกพนักงานบ่อยค่ะ

เส้นทางการมาร้าน ชาบูอินดี้ สาขาบางพลี จากถนนบางนาตราด เข้ามาเส้นเทพารักษ์ ผ่านบิ๊กซีบางพลี เลยมาเล็กน้อยข้ามสะพานจะเจอทางเข้าวัดหลวงพ่อโต (บางพลี) หรือ วัดบางพลีใหญ่ใน เลี้ยวซ้ายเข้าไปร้านอยู่ขวามือก่อนขึ้นสะพานข้ามคลองเลี้ยวเข้าไปจอดรถได้เลยค่ะ

Facebook page : Shabu Indy Bangplee
ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 17.00-23.00น.
สำหรับใครที่กลัวจะไม่มีโต๊ะสามารถสำรองโต๊ะได้ที่ เบอร์ 081-5506640 ค่ะ
ร้านชาบูอินดี้ ยังมีสาขาอีกหลายสาขาทั่วประเทศเลยค่ะหากใครใกล้ที่ไหนก็ลองแวะทานได้ค่ะ

สะตอผัดกุ้งหมูสับและปลาหมึก

สะตอผัดกุ้งหมูสับและปลาหมึก

สะตอผัดกุ้งหมูสับและปลาหมึก

วันนี้ขอนำเมนูสะตอมานำเสนอค่ะ “สะตอผัดกุ้งหมูสับและปลาหมึก” คงเป็นอาหารที่คุ้นเคยกันดีนะคะ ซึ่งรสชาติของสะตอจะมันๆค่ะ กลิ่นก็เฉพาะตัวมาก เป็นกลิ่นเหม็นเขียวที่ค่อนข้างแรง เวลาทานแล้วก็จะมีกลิ่นติดปากนานเลยจึงไม่แนะนำให้ทานช่วงเช้านะคะ เวลามาทำอาหารจะเน้นเป็นอาหารรสเผ็ดสักหน่อยนะคะ  เจ้าสะตอเป็น ผักของทานภาคใต้นะคะนิยมนำมาทำอาหารรสชาติเผ็ดจึงจะเข้ากันดีมากกว่าค่ะ ลักษณะเป็นฝักๆคล้ายกับถั่ว แต่เม็ดใหญ่มาก การแกะออกมาด้วยมือเปล่าก็ยากค่ะ ประโยชน์ของสะจอ ช่วยเรื่องบำรุงสายตา แถมยังช่วยให้เจริญอาหาร พร้อมป้องกันหลอดเลือดอุดตัน ช่วยลดความดันโลหิต ยังมีประโยชน์อีกมากนะคะ ทานสะตอแล้วดีมีประโยชน์ไม่ใช่เล่นเลยค่ะ มาลงมือทำทานกันเลยดีกว่าค่ะ

วัตถุดิบ (สำหรับทาน 2-3คน)

  1. สะตอ 1ถ้วยตวง
  2. พริกแกงเผ็ด 1ช้อนโต๊ะ
  3. กุ้ง 5 ตัว
  4. หมูสับ ½ ถ้วยตวง
  5. ปลาหมึก 3 ตัว
  6. กระเทียม 2 หัว
  7. น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
  8. ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  9. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

(เนื้อสัตว์ปรับเปลี่ยนได้ตามความชอบเลยค่ะ)

สะตอผัดกุ้งหมูสับและปลาหมึก

วิธีทำ

  1. สำหรับคนที่ขี้เกียจแกะสะตอ วันนี้เรามีวิธีแกะสะตอแบบรวดเร็วมาฝากกันด้วยค่ะ ซึ่งทำให้การทำอาหารได้ง่ายยิ่งขึ้นนะคะ โดยนำสะตอมาแกะเปลือกออก โดยวันนี้เราจะใช้มีดเฉือนลงไปที่กึ่งกลางเม็ดสะตอตามแนวนอนนะคะ  จากนั้นก็แกะเม็ดสะตอออกมาได้เลย และล้างน้ำค่ะ ง่ายมากเลยนะคะวิธีนี้ ทำแล้วสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้หลายวันเลยค่ะ โดยให้เก็บใส่กล่องพลาสติกปิดฝาให้สนิทนะคะ สามารถทำทานได้หลายมื้อเลยค่ะ
  1. จากนั้นให้เรานำกระเทียมมาปลอกเปลือกและสับ ให้ละเอียดดีค่ะ นำหมูสับมาเตรียมไว้ และกุ้งนำมาล้างหั่นส่วนหนวดออก และแกะเปลือกออกค่ะให้ทานง่าย เรายังมีปลาหมึกด้วยนะคะเพิ่มความอร่อยมากขึ้นค่ะ ใครมีเนื้ออย่างอื่นอยากใส่ก็สามารถนำมาใส่เพิ่มลงไปได้เลยตามชอบนะคะ

สะตอผัดกุ้งหมูสับและปลาหมึก

  1. เตรียมตั้งกระทะค่ะ ใส่น้ำมันลงไป 1 ช้อนโต๊ะ และตั้งไฟให้น้ำมันร้อนดีแล้ว ใส่เนื้อหมูสับลงไปผัดพอสุกตามด้วยเนื้อกุ้งและปลาหมึกลงไปผัดให้พอสุก ค่อยๆใส่พริกแกงเผ็ดตามลงไปค่ะ ทำการผัดให้เข้ากันรอจนเนื้อเริ่มสุกดีแล้วก็ตามด้วยสะตอที่แกะแล้วลงไป ปรุงรสด้วยน้ำมันหอยเล็กน้อย2 ช้อนโต๊ะ ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ  น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา ชิมรสชาติดูค่ะ และปิดไฟเสริฟใส่จานค่ะ

สะตอผัดกุ้งหมูสับและปลาหมึก